คนคุ้นเคยที่อยู่เรือนใกล้กัน

1923 Words
ซีหยวนไห่หนาน!!!! เขามาทำอะไรที่นี่ เจิ้งซูอี้เบิกตาโตด้วยอาการตกตะลึง ทั้งหลิวตงจวิ้นและแม่นางหวังเมื่อเห็นใบหน้าตกใจของบุตรสาวพวกเขาก็รู้สึกเป็นกังวลขึ้นมาทันที เหตุใดนางถึงจ้องพ่อหนุ่มรูปงามผู้นี้ตาไม่กะพริบเลย หรือว่าบุตรสาวของพวกเขากำลังถึงวัยรักชอบบุรุษหน้าตาดีกันแล้วนะ “เอ่อ...คุณชายหยวนซี” หลิวตงจวิ้นเรียกซีหยวนไห่หนานที่เขาแนะนำตัวว่าชื่อหยวนซีหลังจากที่เขามาทักทายเรือนที่อยู่ใกล้กัน ซีหยวนไห่หนานละสายตาจากเจิ้งซูอี้แล้วหันกลับมามองหลิวตงจวิ้น “ว่าอย่างไรหรือ ท่านอาหลิว” ซีหยวนไห่หนานหันมาสนใจหลิวตงจวิ้นที่กำลังมีท่าทีอึดอัดเหมือนมีเรื่องต้องการพูดกับเขา “เอ่อ...ไม่มีอะไรข้าเพียงแค่อยากแนะนำให้เจ้ารู้จักเท่านั้น นางคือบุตรสาวคนโตของข้าเอง” หลังจากที่เจิ้งซูอี้ได้สติกลับมานางก็แสร้งทำท่าเอียงอายที่ไม่ค่อยเข้ากับการแสดงออกทางสีหน้าของนางก่อนหน้านี้เท่าใดนัก “ออ...ยินดีที่ได้รู้จักแม่นางข้าชื่อหยวนซีพึ่งย้ายมาอยู่เรือนข้างๆ” แนะนำตัวเสร็จซีหยวนไห่หนานก็เลิกคิ้วสังเกตการแสดงออกของเด็กสาวที่เขาเฝ้ามองมาหลายเดือน การแสดงของนางยังอ่อนด้อยนักครั้งแรกที่นางเห็นเขา เขามั่นใจว่าสายตาที่นางมองมาเหมือนกับกำลังมองคนรู้จัก แต่เขาและนางไม่เคยพบกันสักครั้งแล้วนางจะรู้จักเขาได้อย่างไร เวลาออกเดินทางทำภารกิจเขามักจะแสร้งทำตัวเป็นพ่อค้าและใช้ชื่อปลอมเสมอ สิ้นเสียงของเขานางก็รีบวิ่งกลับเข้าห้องไปตั้งหลักก่อน แต่หลิวตงจวิ้นกับแม่นางหวังกลับคิดว่าบุตรสาวของตนกำลังเขินอายพ่อหนุ่มหน้าตาดีผู้นี้อยู่ “ข้าต้องขออภัยแทนบุตรสาวของข้าด้วยนางไม่ค่อยคุ้นเคยกับคนแปลกหน้าเท่าใดนัก” หลิวตงจวิ้นพยายามแก้ไขสถานการณ์ ซีหยวนไห่หนานพยักหน้ารับน้อยๆ “ไม่เป็นไรขอรับอีกหน่อยคงจะคุ้นเคยไปเองเพราะข้าจะมาอยู่ที่นี่หลายเดือน” พูดจบเขาก็นั่งจิบชาของตนเองต่อไป หลิวตงจวิ้นถึงกับหน้าเหวอไม่คิดว่าพ่อหนุ่มผู้นี้จะมาอยู่ที่นี่นานเพราะเขาคิดว่าเขาอาจจะมาพักแค่ไม่กี่วันแล้วก็จากไป ซีหยวนไห่หนานหมุนจอกชาราคาถูกในมือเล่น เด็กสาวผู้นี้น่าสนใจจริงๆ นับวันการแสดงออกของนางยิ่งสะดุดตาเขามากขึ้นทุกที อืม.... ดูเหมือนเขาจะต้องเก็บนางเอาไว้ข้างกายเพื่อความบันเทิงสำหรับชีวิตที่น่าเบื่อหน่ายของเขาซะแล้ว ซีหยวนไห่หนานโบกพัดในมือเบาๆ อย่างนึกสนุก หลิวตงจวิ้นและภรรยาถึงกับเหงื่อตกเมื่อเห็นชายหนุ่มยกยิ้มมุมปาก คงไม่ใช่ว่าพ่อหนุ่มคนนี้เองก็ถูกใจอันอันของพวกเขานะไม่ได้เขาจะต้องรีบขัดขวาง หากบุตรสาวต้องแต่งงานเขายอมให้นางแต่งกับชาวนาดีกว่าแต่งให้คนตระกูลใหญ่แล้วบุตรสาวของเขาต้องไปสู้รบตบมือกับอนุทั้งหลายพวกนั้น เขายอมไม่ได้ สิ่งที่หลิวตงจวิ้นและแม่นางหวังกังวลแตกต่างจากสิ่งที่เจิ้งซูอี้คิดโดยสิ้นเชิง ที่นางตกใจเพราะพวกเขาเป็นสหายร่วมเรียนวรยุทธมาด้วยกันตั้งแต่ยังเยาว์ อีกทั้งองค์ชายห้าของแคว้นซีหยวนมาทำอะไรที่หมู่บ้านกลางหุบเขาแห่งนี้ เขาคงไม่ได้รู้ว่าวิญญาณของนางอยู่ที่นี่กระมังเป็นไปไม่ได้ มีหลายคำถามในหัวที่เจิ้งซูอี้สงสัยแต่ไม่ได้รับคำตอบ คนทั้งสี่ต่างคนต่างความคิด แต่หลิวตงจวิ้นและแม่นางหวังนั้นคิดเลยเถิดออกไปไกลหลายพันลี้แล้ว หลังจากที่ซีหยวนไห่หนานทักทายครอบครัวของหลิวตงจวิ้นเสร็จ เขาก็กลับไปที่เรือนข้างกันด้วยท่าทางอารมณ์ดีอย่างเห็นได้ชัด “ส่งอะไรไปให้พวกเขาดีนะ” ซีหยวนไห่หนานนึกอย่างสนุก จื่อรุ่ยถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ ดูเหมือนองค์ชายของเขาจะติดใจครอบครัวชาวบ้านพวกนั้นเข้าแล้วจริงๆ เจิ้งซูอี้หลังจากกลับเข้ามาในห้องนางก็เริ่มใช้ความคิดวิเคราะห์ บางทีพวกเขาอาจมาทำงานให้ฝ่าบาทอย่างลับๆ หากทำตัวกลมกลืนกับชาวบ้านอาจจะเป็นการดีต่องานของพวกเขาก็เป็นได้ อย่าพึ่งคิดเลยเถิดไปไกลเรื่องทั้งหมดอาจเป็นแค่เพียงความบังเอิญ เจิ้งซูอี้ปลอบใจตนเองในใจ ตอนนี้หากต้องเผชิญหน้ากับเขานางก็ทำแค่เพียงไม่รู้จักกันเท่านั้น อืม...แบบนี้แหละดี “ท่านพี่คิดอย่างไรกับท่าทางของคุณชายหยวนซีผู้นั้นเจ้าคะ” แม่นางหวังเอ่ยถามสามีเบาๆ หลังจากซีหยวนไห่หนานกลับไปแล้ว หลิวตงจวิ้นขมวดคิ้วมุ่นเขาเองก็คิดไม่ตกสำหรับเรื่องนี้เหมือนกัน “อาอี๋หากว่าคุณชายผู้นั้นชอบพอกับอันเอ๋อของเราเล่า” แม่นางหวังเบิกตาโตยกมือขึ้นปิดปาก “จะเป็นเช่นนั้นแน่หรือเจ้าคะบางทีเราอาจเข้าใจผิดไปเองก็ได้กระมัง” แม่นางหวังปลอบใจสามีที่เหมือนกำลังแบกโลกทั้งใบเอาไว้ “ข้าเองก็หวังให้เป็นเช่นนั้น อันเอ๋อของเราต้องได้แต่งงานกับคนที่รักนางเพียงคนเดียว นางไม่เหมาะกับตระกูลใหญ่ที่มีเหล่าอนุมากมายพวกนั้น” เจิ้งซูอี้ไม่รู้ว่าบิดามารดากำลังคิดมากเรื่องของนาง นางกลับเข้าห้องจากนั้นมุดเข้าไปในผ้าห่มหลับไปอย่างไม่ใส่ใจเรื่องที่พึ่งเกิดกับตน ตั้งแต่วันนั้นซีหยวนไห่หนานก็แวะมาที่เรือนของหลิวตงจวิ้นบ่อยๆ เหตุผลที่เขามาแต่ละครั้งล้วนไม่เหมือนกันและมันก็เป็นเหตุผลที่เขาปฏิเสธไม่ได้ด้วย บางครั้งเขาก็มาคุยเล่นกับแม่นางหวัง บางครั้งก็มาเล่นกับบุตรชายคนเล็กของเขา ท่าทางของคุณชายหยวนซีผู้นั้นไม่เหมือนต้องการเข้าหาบุตรสาวเขาเลยสักนิด เหมือนเขากำลังเหงาแล้วหาเพื่อนคุยมากกว่า แต่หลิวตงจวิ้นเองก็อยากจะระวังเอาไว้ก่อน เขาจึงปรึกษากับภรรยาในคืนหนึ่งหลังจากกลับเข้าห้องนอน “อาอี๋ข้าคิดว่าเราควรหาคู่หมั้นให้อันเอ๋อเจ้าว่าดีหรือไม่” แม่นางหวังที่นอนอยู่ด้านข้างพลิกตัวหันมามองสามี “แล้วท่านคิดเห็นอย่างไร ไม่ว่าท่านตัดสินใจอย่างไรข้าล้วนฟังท่าน” แม่นางหวังเอ่ยเสียงอู้อี้คล้ายคนกำลังง่วงนอน “เดือนหน้าก็ถึงวันเกิดครบสิบห้าของอันเอ๋อแล้ว มองหาคู่หมั้นให้นางเอาไว้ก็ดีเหมือนกัน” แม่นางหวังพยักหน้าเห็นด้วยกับสามี ถึงแม้นางจะรู้สึกว่าคุณชายหยวนซีผู้นี้เองก็ค่อนข้างนิสัยดีเหมือนกัน การสนทนาของสามีภรรยาหลิวล้วนอยู่ในสายตาของเขาทั้งสิ้น ซีหยวนไห่หนานยกยิ้มมุมปากบางๆ ท่าทางที่ชั่วร้ายของเขาทำเอาองครักษ์ที่มารายงานรู้สึกขนลุกขึ้นมาทันที “คิดพานางหนีไปจากข้าอย่างนั้นหรือ มันคงไม่ง่ายเพียงนั้น” ซีหยวนไห่หนานคลึงจอกเหล้าในมือไปมา ท่าทางครุ่นคิดของเขาช่างดูเย้ายวนไม่ต่างจากมารร้ายที่คอยหลอกล่อหญิงสาวให้หลงเข้ามาในวังวนอันชั่วร้าย วันต่อมาหลิวตงจวิ้นก็ไปหาแม่สื่อแต่เช้า ให้เขาหาบ้านชายหนุ่มมาให้เขาเลือก แต่ผ่านไปหลายวันแม่สื่อก็ไม่มาหาเขาสักทีหลิวตงจวิ้นร้อนใจจึงกลับไปหาแม่สื่ออีกครั้ง “นี่ท่านป้าสือท่านบอกว่าจะไปหาบ้านของชายหนุ่มมาให้ข้าเลือกไม่ใช่หรือ ผ่านไปหลายวันแล้วเหตุใดท่านยังไม่มาหาข้าสักที” หลิวตงจิ้นถามแม่สื่อแซ่สือที่ทำหน้าที่เป็นผู้หาบ้านชายหนุ่มหญิงสาวที่เหมาะสมให้แต่งงานกัน นางเป็นคนที่เชื่อถือได้ในหมู่บ้านตระกูลสือและหมู่บ้านใกล้เคียง หากถึงเวลาที่บุตรสาวหรือบุตรชายแต่งงานแล้วล่ะก็ไม่ว่าบ้านไหนก็ล้วนมาหานาง แม่สื่อสือที่อายุราวห้าสิบกว่าถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ “ไม่ใช่ว่าข้าไม่หา แต่ละแวกหมู่บ้านใกล้เคียงไม่มีใครต้องการแต่งงานกับบุตรสาวเจ้าเลยสักคน” หลิวตงจวิ้นขมวดคิ้วมุ่นด้วยท่าทางไม่เข้าใจ “ก็เรื่องที่บุตรสาวของเจ้ามีวิญญาณร้ายคอยตามติด บ้านฝ่ายชายบ้านไหนก็ไม่กล้าแต่งบุตรสาวเจ้าเข้ามาเป็นลูกสะใภ้ พวกเขาบอกว่ามันเป็นลางไม่ดี” แม่สื่อสืออธิบายเสียงอ่อย “เหลวไหลทั้งเพ ท่านไปได้ยินเรื่องพวกนี้มาจากที่ไหน” หลิวตงจวิ้นโพลงออกมาด้วยความโมโห จริงอยู่ที่บุตรสาวของเขาเคยฝันเห็นท่านพ่อของเขา แต่ท่านพ่อหาใช่วิญญาณร้ายอย่างที่พวกเขาลือกัน “จะที่ไหนซะอีกก็ทุกที่ที่ข้าไปน่ะสิ เรื่องของลูกสาวเจ้าเล่าลือกันไปหลายหมู่บ้านแล้วไม่รู้หรือ เห็นทีครั้งนี้ข้าคงจะช่วยเหลือเจ้าไม่ได้” แม่สื่อสือไม่เคยทำงานพลาดเช่นนี้มาก่อนในชีวิตการเป็นแม่สื่อมายี่สิบปีของนาง นี่เป็นครั้งแรกที่นางไม่รู้จะแก้ปัญหาอย่างไร ไม่มีบ้านฝ่ายชายบ้านไหนตอบรับเลย นางเป็นแม่สื่อที่มีจรรยาบรรณนางจะไม่หลอกลวงให้ใครมาแต่งงานกันเด็ดขาด หลิวตงจวิ้นกลับมาที่เรือนด้วยท่าทางห่อเหี่ยว แม่นางหวังเห็นสามีเป็นเช่นนั้นนางก็รู้สึกเห็นใจ แต่จะบังคับให้ใครมาแต่งงานกับบุตรสาวของนางสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้นั่นเป็นเรื่องที่ถูกต้อง หลิวตงจวิ้นเล่าเรื่องที่แม่สื่อสือเล่าให้เขาฟัง แม้แต่แม่นางหวังเองตอนนี้ก็รู้สึกเครียดตามสามี ใครกันที่ปล่อยข่าวลือเช่นนี้ออกมา “ท่านพี่คงไม่ใช่ว่าคนบ้านสกุลหลิว...” หลิวตงจวิ้นเองก็คิดเช่นเดียวกันกับนาง เขาไม่เคยมีศัตรูที่ไหนไม่เคยขัดแย้งกับผู้ใด มีเพียงคนตระกูลหลิวเท่านั้นที่มีเรื่องกันมาก่อนหน้านี้ จะต้องเป็นพวกเขาแน่หลิวตงจวิ้นกำหมัดแน่นด้วยความโมโห ซีหยวนไห่หนานโบกพัดในมือเบาๆ อย่างอารมณ์ดี ดูจากท่าทางที่ร้อนรนของหลิวตงจวิ้นดูเหมือนเรื่องที่เขาให้คนไปปล่อยข่าวลือเกี่ยวกับนางจะได้ผลดีทีเดียว ไหนมาดูกันซิว่าพวกเจ้าจะดิ้นรนไปได้สักกี่น้ำ สุดท้ายนางก็ต้องเป็นของข้าอยู่ดี ซีหยวนไห่หนานหัวเราะฮ่าๆ ออกมาอย่างไม่มีปีมีขลุ่ย เหล่าผู้คุ้มกันถึงกับมองหน้ากันไปมาด้วยความตกใจ ท่าทางอาการขององค์ชายจะกำเริบอีกแล้ว
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD