---- วันอาทิตย์ ----
“น้องมะปราง เติมหน้าหน่อยนะคะ”
“เจ๊ขอเซ็ตผมให้ใหม่ด้วยจ้า”
พี่ๆช่างแต่งหน้า/ทำผมตัวแม่ (ตัวแม่ของจริงเพราะพวกนางเป็น LGBTQ ตัวเอ้ก และฝีมือการแต่งหน้าทำผม ถือได้ว่าเป็น No.1 ของวงการบันเทิงเลยก็ว่าได้) ของกองถ่ายงานโฆษณาผลิตภัณฑ์เสริมความงามแบรนด์หนึ่งเอ่ยขึ้น หลังจากที่ผู้กำกับสั่งคัทและให้ฉันพัก เพื่อเตรียมตัวถ่ายฉากต่อไป
“ค่ะ” ฉันเอ่ยตอบสั้นๆ พร้อมกับยืนนิ่งๆให้ทีมงานช่างแต่งหน้า/ทำผมทำงานของพวกนางไป
“ให้ตายเถอะ เจ๊แต่งหน้าให้น้องมะปรางมาก็ตั้งหลายร้อยหลายสิบงานแล้ว ยังไม่ชินกับความสวยนี้สักที ความสวยนี้ยังต้องการเครื่องสำอางบนหน้าอยู่มั้ยยะ!!” เจ๊แทญ่า (จริงๆชื่อแทน แต่ใช้ชื่อในวงการว่าแทญ่า เลยบังคับให้ทุกคนเรียกชื่อนี้เท่านั้น 5555) เอ่ยขึ้นพร้อมกับทำบากเป็นรูปสระอิมาให้ฉันอย่างแกล้งๆ
“5555 เจ๊ก็ พูดอะไรก็ไม่รู้ อวยกันเกินไปแล้ว” ฉันเผลอหลุดขำให้กับท่าทีของเจ๊แทญ่าแกที่ทำหน้าตาท่าทางยังกะท้องผู หรือไม่ก็ผู้ชายตกไม่ถึงท้องหลายวัน
“จริงๆ สวยยันปลายผม แถมสูงอีกต่างหาก พวกเจ๊แทบจะต้องปีนเก้าอี้แต่งหน้าทำผมให้แล้วเนี่ย” เจ๊ทอย (อันนี้ชื่อเล่นจริงๆตั้งแต่เกิด แกยังเคยเล่าให้ฟังว่า แอบดีใจที่พ่อแม่ไม่ตั้งชื่อให้แกแมนไปหน่อยเหมือนเจ๊แทนน่ะ) เอ่ยสมทบขึ้น หลังจากที่เจ๊แทญ่าพูดจบ
ฉันก็ไม่หลงตัวเองหรอกนะ แต่ทุกคนพูดแบบนี้กันจริงๆ ผมตรงยาวสุขภาพดี สีน้ำตาลเข้ม พร้อมกับดวงตาสีเดียวกัน ใบหน้าเรียวเล็ก ดวงตาเฉี่ยวคมโตแบบ Foxy eyes มี Jaw line ปากกระจับอวบอิ่มสีชมพู รูปร่างสูงโปร่ง คอระหงส์ แขนขายาว มีหน้าอกหน้าใจที่ใหญ่ แต่ก็ดูสมส่วนกับเอวที่เล็กคอด และสะโพกกลมผายแบบทรวดทรงนาฬิกาทราย ผิวขาวแบบไม่ขาวมากแต่อมชมพูดูสุขภาพดีสุดๆ
ก็ต้องขอบคุณคุณพ่อกับคุณแม่อ่ะนะที่ส่งต่อยีนส์ดีๆมาสู่ลูกสาวคนนี้ เอ้า! กราบ 1 กราบ 2 กราบ 3 (อิอิ)
จริงๆฉันไม่ต้องทำงานในวงการบันเทิงก็มีอยู่มีกินดีๆได้สบายอยู่แล้ว พ่อแม่ฉันทำธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ มีโครงการบ้านเดี่ยว คอนโด โรงแรม รีสอร์ตอยู่ทั่วประเทศ ถูกเลี้ยงดูมาแบบลูกคุณหนูมีคนคอยประคบประหงมไม่ขาด แต่ด้วยความที่นิสัยของฉันเป็นคนอยากรู้อยากลองสิ่งใหม่ๆ และพ่อกับแม่เป็นคนเปิดกว้าง สนับสนุนความคิดความฝันของลูกโดยจะคอยให้กำลังใจและเป็นที่ปรึกษาอยู่ห่างๆ ซึ่งงานแรกของฉันตอนอายุ 14 ได้เดินแบบเสื้อผ้าวัยรุ่นของดีไซน์เนอร์แบรนด์ดังแบรนด์หนึ่ง ที่บังเอิญเห็นรูปฉันจากนิตยสารที่ลงข่าวพ่อแม่ฉันถูกสัมภาษณ์เกี่ยวกับความสำเร็จธุรกิจ ซึ่งรูปนั้นเป็นการถ่ายแค่ท่าน 2 คน แต่ดันมาติดรูปถ่ายครอบครัวที่ผนังบ้านฉันน่ะสิ แม่ฉันยิ้มหน้าบานตอนที่มีคนโทรมาขอให้ฉันไปแคสต์ฯดู
เรื่องงานมีตั้งแต่เดินแบบ ถ่ายโฆษณา ถ่ายหนังสั้นๆ เพราะฉันกะจะทำเป็นงานอดิเรก และที่สำคัญคือฉันโฟกัสเรื่องการเรียนเป็นหลัก (แต่ก็เยอะอยู่ดี =.,= เพราะลูกค้าต้องการให้ฉันเป็นตัวหลักตลอด) ตอนนี้ก็เรียนเทอมสุดท้ายจะจบแล้ว กะว่าจะไปเรียนต่อปริญญาโทที่อเมริกา และทิ้งงานในบันเทิงไว้เบื้องหลัง เพราะตั้งใจจะสานต่อธุรกิจครอบครัวที่ตอนนี้มีพี่ปราชญ์ พี่ชายที่ช่วยพ่อกับแม่ดูแลอยู่ พวกท่านรอให้ฉันเรียนจบ จะได้วางมือให้ลูกทั้ง 2 คนทำแทน
“แหม..ก็ไม่หรอกเจ๊ หน้าแบบหนูนี่หาได้ทั่วไปมั้ยอ่ะ” ฉันพูดด้วยใจจริง เพราะว่าฉันไม่ใช่พวกคนหลงตัวเอง หรือบ้ายออะไรทำนองนั้นอยู่แล้ว (อิอิ ^o^)
“อ๋อออออ จ้าๆ นี่พวกเจ๊เดินออกไปนอกสตูฯ นี่ก็เจอเลย คนหน้ากับหุ่นเพอร์เฟคแบบเธอเนี่ย แหม!” เจ๊ทั้ง 2 ร้องขึ้นพร้อมทำท่ากำหมัด ยื่นมาเกือบจะโดนลูกตาฉัน o(-_-)o ถอยหลังหลบแทบไม่ทัน นี่ถ้าโดนจมูกหรือลูกตาฉันเข้าจริงๆ เจ๊ 2 คนคงต้องโดนฉันรำแม่ไม้มวยไทยใส่คืนแน่ๆ แอ่อี๊แอ่อี๊แอ่~~ (เสียงปี่พาทย์มวย) -_-^
“คิกๆ” ทำเอาชั้นปิดปากหัวเราะคิกคักกับความพร้อมอกพร้อมใจกันของพวกนาง ฉันกับพวกเจ๊ๆ ร่วมงานกันมาหลายงานแล้ว เลยสนิทกันเหมือนพี่น้องมากๆ บางครั้งก็เคยไปปาร์ตี้เล็กๆกันบ้างเสมอๆ
ยังไม่ทันได้มีใครพูดอะไรต่อ เสียงผู้กำกับฉากก็ประกาศใส่โทรโข่งเพื่อเรียกฉันเข้าฉากต่อไป จนเวลาล่วงเลยไปถึงช่วงเย็น พร้อมกับการถ่ายทำจบลงพอดี ฟู่ววว 1 วันเต็มๆ ฉันเปลี่ยนเสื้อผ้ากลับเป็นชุดเดิมที่ใส่มากองถ่ายเมื่อเช้า
‘ติ๊ง~~’
ฉันกำลังเก็บกระเป๋าจะเดินออกจากห้องแต่งตัว ก็มีเสียงแจ้งเตือนข้อความเข้าจึงหยิบโทรศัพท์เพื่อเปิดดู
(Family group)
Mom : ‘ยัยปราง เลิกงานแล้วรีบกลับบ้านนะ พ่อแม่กับพี่ปราชญ์รอกินข้าวเย็นด้วย’
MP : ‘รับทราบค่า คุณมัม’
ฉันเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋าสะพายไหล่ใบหรู พร้อมกับบอกลาตั้งแต่ช่างแต่งหน้า ยันแม่ครัว รู้สึกเหนียวตัวชะมัด กะจะกลับบ้านไปอาบน้ำ นอนพักผ่อน แต่ต้องอยู่กินข้าวพร้อมหน้าพร้อมตากับครอบครัวก่อน เพราะโอกาสน้อยมากจะอยู่กันครบแบบนี้
ไม่ต้องสงสัยในความเฟรนด์ลี่นี้ เคยมีลูกค้า/ทีมงานให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนเกี่ยวกับคนในวงการในดวงใจ 99% เลยที่เอ่ยถึงเรื่องการทำงานของฉันว่า เป็นคนมีมารยาท และวางตัวดีมาก ไม่เคยเหวี่ยงวีน หยิ่งหรือมาสายเลย ทำงานเก่ง ไม่ค่อยพลาด เลยทำให้ฉันรุ่งโรจน์ในสายงานนี้ด้วยหรอกมั้ง ไม่เคยเห็นใครสูงหรือต่ำ แค่ใครน่าเคารพ ฉันก็เคารพหมดนั่นแหละ ก็แหม ผูกมิตรไว้ดีกว่าสร้างศัตรูมั้ยล่ะ ^O^