ตอนที่6 รับผิดชอบ

1790 Words
น้ำใส “อึก” ปวดหัวจัง นอกจากปวดหัวแล้วยังปวดตัวอีก แม้แต่จะยกมือขึ้นมากุมหัวตัวเองยังระบมไปทั้งตัวเลย ฉันนอนหลับตาเพื่อปรับตัว แต่เรื่องราวเมื่อคืนมันก็ไหลเข้าหัวของฉันอัตโนมัติ เรื่องที่ฉันเสียตัวให้ผู้ชายที่ตัวเองไม่รู้จัก เสียไปทั้งที่ฉันกำลังทำหน้าที่ของตัวเองอยู่ ยี่สิบสี่ปีที่ฉันไม่เคยให้ใครล่วงเกินร่างกาย ไม่ใช่เพราะว่าฉันหัวโบราณ เพียงแต่ฉันคิดว่าผู้ชายทุกวันนี้หาที่ซื่อสัตย์ยาก หาคนที่จะหยุดอยู่ที่เรายาก ฉันเลยยังไม่มีใคร แต่สุดท้าย ฉันก็เสียมันให้กับคนที่ไม่รู้จักแม้แต่ชื่อ สุดท้ายฉันก็เสียมันไปให้กับผู้ชายเพียงข้ามคืนเท่านั้น ฉันสูดหายใจเข้าปวดลึกๆ เพื่อเรียกกำลังใจให้ตัวเอง ฉันไม่อยากเสียน้ำตากับเรื่องนี้ให้ใครเห็นอีก ก่อนจะลืมตาขึ้นด้วยความยากลำบาก พอลืมตาขึ้นมาก็เห็นว่าภายในห้องเปิดไฟไว้ พอมองไปที่ระเบียงฟ้าก็มืดแล้ว ฉันไม่รู้ว่าฉันหลับไปนานแค่ไหน แต่มันอาจจะใกล้เช้าแล้วก็ได้ “อ๊ะ!” ฉันร้องขึ้นหลังจากพยุงตัวเองลุก เพื่อจะออกไปจากห้องนี้ แต่เพียงแค่ขยับก็เจ็บปวดไปทั้งตัว ไม่มีส่วนไหนเลยที่จะไม่เจ็บ พอก้มมองตัวเองก็เห็นว่าฉันสวมเสื้อเชิ๊ตสีดำตัวยาวอยู่ ซึ่งก็คงเป็นของผู้ชายคนนั้นที่ตอนนี้ฉันไม่เห็นเขาอยู่ในห้องแล้ว ฉันหันไปหาโทรศัพท์เพื่อจะดูเวลา ไม่รู้ว่าป่านนี้แล้วเยลลี่เพื่อนของฉันที่ทำงานด้วยกันจะตามหาฉันแค่ไหน ฉันคิดว่าฉันหายมาอย่างน้อยก็สองชั่วโมงได้ แต่... ไม่ใช่ ฉันไม่ได้หายมาสองชั่วโมงเลย หลังจากฉันหยิบโทรศัพท์ที่ถูกวางไว้หัวเตียงมากด ฉันก็เห็นทั้งสายที่ไม่ได้รับ ข้อความไลน์ และที่สำคัญ คือเวลา เวลาที่มันบ่งบอกได้ว่ามันไม่ใช่วันเดียวกันอีกต่อไป นี่ไม่ใช่ใกล้เช้า แต่มันเป็นตอนกลางคืนของอีกวันหนึ่ง นั่นหมายความว่า ฉันหลับไปหนึ่งคืนกับอีกหนึ่งวันเต็มๆ แล้วแบบนี้เยลลี่จะว่ายังไง แล้วไหนจะผู้จัดการอีก แกร็ก! เสียงประตูห้องนอนเปิดออกพร้อมกับร่างสูงของผู้ชายคนนั้น ฉันหันไปมองเขาอย่างอัตโนมัติ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะไม่รู้ว่าต้องพูดอะไรกับเขา “ดีขึ้นแล้วเหรอ” เขาถามขึ้น “.....” ฉันไม่ได้ตอบอะไรกลับไป ฉันไม่อยากพูดกับเขา ยังไงเขาก็เป็นคนที่ทำร้ายฉัน “ไปอาบน้ำสิ จะได้ไปกินข้าวกินยา” แล้วเขาก็พูดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ฉันไม่ได้ตอบอะไร เลือกจะขยับลงจากเตียงด้วยความยากลำบากและเจ็บปวด แต่ก็ต้องฝืนตัวเองเพราะจะได้ออกไปจากที่นี่สักที “อ๊ะ ทำอะไรของคุณ” ฉันถามเขาเสียงแข็งหลังจากอยู่ๆ เขาก็เดินเข้ามาแล้วช้อนฉันขึ้นอุ้มในท่าเจ้าสาว “สภาพแบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะถึงห้องน้ำล่ะ” เขาพูดแล้วก็อุ้มฉันเดินไปทางห้องน้ำทันที “ฉันไปเองได้” ฉันพูดขึ้นอย่างไม่พอใจ แต่เขาก็ไม่ได้ตอบอะไร ฉันก็เลยปล่อยให้เขาอุ้มฉันมาวางในห้องน้ำ ถึงแม้ว่าจะอยากขัดขืนแต่ตอนนี้ฉันดิ้นไม่ได้เลย “เสร็จแล้วก็เรียก” เขาพูดขึ้นแล้วก็เดินออกไปพร้อมกับปิดประตูห้องน้ำ ฉันหันมาถอดเสื้อของเขาออกเพื่อจะได้ล้างเนื้อล้างตัวเพราะตอนนี้ร่างกายของฉันมันมีแต่กลิ่นคาวของ... เฮ้อ! แต่พอฉันถอดเสื้อออกมา ก็ตกใจกับร่องรอยบนร่างกายตัวเอง ที่เขาทิ้งไว้ทั้งตามต้นคอและหน้าอกเต็มไปหมด จนฉันไม่อยากคิดสภาพตอนตัวเองออกไปจากห้องนี้เลย ตอนนี้นอกจากโทรศัพท์ฉันก็ไม่มีอะไรติดตัวมา ฉันจะไปหารองพื้นจากไหนมาปิดได้ แต่ช่างเรื่องนั้นก่อนเถอะ ฉันจัดการอาบน้ำล้างตัวด้วยเวลาสั้นๆ เพราะว่าฉันไม่มีแรงจะยืนนานๆ มันเจ็บร้าวระบมไปหมด ถ้าไม่ติดว่าต้องออกไปข้างนอกแล้วกลัวเดินผ่านคนจนพวกเขาได้กลิ่น ฉันก็ไม่อยากทำอะไรเหมือนกัน ฉันเช็ดเนื้อเช็ดตัวเสร็จ ก็หยิบเสื้อเชิ๊ตตัวเดิมนั่นแหละมาใส่ เพราะเสื้อฉันเมื่อคืนก็เห็นๆ อยู่ว่าเขากระชากมันจนกระดุมขาดหมดแล้ว ฉันไม่สามารถใส่มันได้อีก ฉันเดินกระเพลกๆ ออกจากห้องน้ำด้วยความยากลำบาก แล้วก็เห็นเขานั่งเอนตัวอยู่บนเตียง “บอกให้เรียกไม่ได้ฟังหรือไง” เขาพูดขึ้นอย่างขัดใจ แต่ฉันไม่ได้สนใจจะตอบกลับไป “.....” ฉันเดินช้าๆ ด้วยความสามารถของตัวเองอ้อมมาที่ฝั่งฉันนอนเพื่อจะหยิบโทรศัพท์ของตัวเอง แล้วหมุนตัวเพื่อออกจากห้องนี้ แต่ก็รู้สึกได้ว่าเขากำลังเดินตามฉันออกมาจากห้องนอน “จะไปไหน” พอฉันออกจากห้องนอนฉันก็ตรงไปยังประตูห้อง เขาเลยถามขึ้นพร้อมรั้งแขนฉันไว้ “กลับ” ฉันพูดขึ้นแล้วพยายามบิดแขนออกจากเขา แต่ก็ไม่หลุด “จะไปสภาพนี้?” เขาเลิกคิ้วถามฉันขึ้น จนฉันเผลอเม้มปากแน่น สภาพฉันตอนนี้ไม่ควรจะออกไปไหนเลย แต่จะให้ฉันอยู่กับเขาในนี้ตลอดเหรอ แล้วฉันจะออกไปได้เมื่อไหร่ แล้วสุดท้ายฉันจะออกไปได้ในสภาพไหน “ปล่อย” ถึงยังไงพอคิดดูแล้วฉันออกไปสภาพนี้ดีกว่า ฉันทำงานที่นี่ ฉันก็พอรู้ทางหนีทีไล่ของที่นี่บ้าง ฉันรู้ว่าต้องเดินไปทางไหนถึงจะปลอดคน “ไปกินข้าว” เขาไม่ฟังที่ฉันพูด พร้อมกับออกคำสั่งแล้วดึงฉันไปทางโซนครัวทันที “ฉันไม่กิน ปล่อยนะ!” ฉันก็ทำได้เพียงออกเสียงเท่านั้น เพราะแค่แรงเดินยังจะไม่มีเลย แล้วจะเอาแรงที่ไหนมาสะบัดตัวออกแรงๆ “กินข้าวสะ” เขาออกคำสั่งขึ้นแล้วกดฉันให้นั่งที่เก้าอี้ “ปล่อย!” คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับฉัน จะยังทำให้ฉันมีอารมณ์มานั่งกินข้าวแบบนี้เหรอ “รีบกินข้าว ฉันมีเรื่องจะคุยกับเธอ” “ฉันไม่มีอะไรจะคุย” ถึงแม้จะเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ก็ไม่จำเป็นต้องพูดคุยหรืออธิบายอะไรให้ฟังอีก ยังไงมันก็เกิดขึ้นแล้ว “แม้ว่าเธอจะโดนไล่ออก?” เขาเลิกคิ้วถามฉัน และนั่นก็ทำให้ฉันคิดได้ ตอนนี้ฉันอยู่ในช่วงประเมินงาน ซึ่งมันอยู่ในระยะเวลาสามเดือนโดยที่ฉันห้ามขาด ลา มาสาย และนี่ก็เข้าเดือนสองกว่าๆ แล้ว อีกไม่กี่อาทิตย์ก็จะครบสามเดือนแล้ว แต่... ฉันหายมาระหว่างเวลางาน และมันไม่ใช่แค่ชั่วโมงสองชั่วโมงเท่านั้น แต่นี่มันข้ามมาอีกวันหนึ่งแล้ว นั่นหมายความว่าฉันขาดงานไปสองวันโดยไม่ได้บอกกล่าวใครไว้เลย ซึ่งเขามีสิทธิ์ไล่ฉันออกได้ทันที ฉันถึงกับทิ้งตัวพิงไปกับพนักพิงเก้าอี้อย่างหมดแรง โรงแรมนี้เป็นโรงแรมหรูและใหญ่ ถือว่าเป็นโรงแรมขึ้นชื่ออันดับต้นๆ ของแถบนี้ ส่วนมากจะมีแต่นักท่องเที่ยวและนักธุรกิจใหญ่โตมาพัก ซึ่งแน่นอนว่าการเข้ามาทำงานที่นี่นั้นยากมาก และการถูกเลิกจ้างก็ง่ายเหมือนกัน เด็กใหม่อย่างฉันกว่าจะได้เข้ามาทำงานที่นี่ กว่าจะผ่านการทดลองงานก่อนรับอีกทีก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ฉันทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อทำความเข้าใจกับงานทุกๆ อย่าง แต่ตอนนี้ เพราะเขาคนเดียว นอกจากเขาจะทำลายตัวของฉันแล้ว เขายังทำลายหน้าที่การงานของฉันอีก คนรวยๆ อย่างเขาคิดจะทำอะไรกับใครก็ได้อย่างนั้นสินะ “ฉันไม่แก้ตัวว่าเมื่อคืนฉันผิด และฉันก็อยากจะรับผิดชอบเธอ” เขาพูดขึ้นหลังจากฉันเงียบไป แต่คำพูดของเขาทำให้ฉันหันไปมองหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ “รับผิดชอบ?” ยังไง จะทำให้ฉันไม่ตกงาน หรือจะเอาฉันไปเลี้ยงดูล่ะ “ใช่ ยังไงเมื่อคืนฉันก็ขืนใจเธอ ฉันเป็นคนแรกของเธอ และที่สำคัญฉันก็ทำให้เธอตกงาน” จะตอกย้ำเพื่ออะไรนะ “แล้วยังไง คุณจะรับผิดชอบฉันยังไง” “ไปอยู่กับฉัน” แล้วสิ่งที่ฉันคิดก่อนหน้านี้ก็เป็นอย่างที่ฉันคิด คนรวยๆ อย่างเขาจะมีสักกี่อย่าง ถ้าไม่ใช้อำนาจในทางที่มิชอบก็บังคับข่มเหง “ฉันไม่ใช่ผู้หญิงอย่างว่า!” ฉันพูดเสียงแข็งใส่เขา คิดว่าการที่ฉันเสียตัวให้เขา แล้วเขาจะเอาฉันไปไหนก็ได้อย่างนั้นเหรอ “ฉันก็ไม่ได้ว่าเธอเป็นผู้หญิงอย่างว่า ฉันแค่รับผิดชอบในสิ่งที่ตัวเองทำ” “เหอะ! รับผิดชอบ รับผิดชอบหรือว่าตอบสนองความต้องการของตัวเองกันแน่” คงอยากเก็บฉันไปเลี้ยงดู แล้วก็ใช้ร่างกายของฉันตอบสนองความต้องการของเขาแค่นั้นแหละ ทำเป็นเอาความรับผิดชอบเข้ามาบังหน้า มารยาชัดๆ “เธอจะมองยังไงก็ได้ แต่ฉันยังยืนยันคำเดิม ว่าไปอยู่กับฉัน” สุดท้ายฉันก็คิดไม่ผิดอีกเหมือนเคย พอฉันไม่ทำตามที่เขาต้องการ เขาก็บังคับข่มเหงอยู่ดี “ฉันก็ยืนยันคำเดิม ว่าต่อให้ฉันจะตกงาน แต่ฉันไม่ไปอยู่กับคุณเด็ดขาด!” เสียตัวให้เขาว่าแย่แล้ว แต่การต้องไปเป็นผู้หญิงอย่างว่าให้เขาได้ระบายความต้องการ เป็นผู้หญิงที่ต้องอยู่ในที่ลับของเขา มันไร้ค่ากว่าอีก “ก็แล้วแต่เธอ ถ้าเธออยากให้พ่อแม่ของเธอรู้ว่าเธอนอนกับผู้ชายแปลกหน้าโดยไม่สนใจอะไร” สิ่งที่ออกจากปากของเขามันทำให้ฉันตัวชาทันที นี่เขาขู่ฉันได้ขนาดนี้เลยเหรอ เขามีสิทธิ์อะไรกัน “เลว!” “ฉันคิดว่าสิ่งที่ฉันทำมันดีที่สุดแล้ว ถ้าเป็นคนอื่นเธอคิดว่าเธอจะได้รับการับผิดชอบแบบนี้เหรอ” สุดท้ายก็เอาดีเข้าตัวจนได้ “เหอะ!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD