บทที่ 6 นางกำนัลฝึกหัด
จิ้งกุ้ยเหรินย่อกายคำนับหรงเฟยเพื่อทูลลากลับที่พัก แม้ว่านับศักดิ์เทียบสามัญชนแล้วหรงเฟยจะมีตำแหน่งเท่ากับภรรยารอง แต่ถือเป็นชั้นมเหสีที่ได้รับการตราตั้ง มีฉลองพระองค์มังกร เกี้ยวคานหาม รถม้า ร่มและธงประจำตำแหน่งนำขบวน เงินรายเดือนใกล้เคียงระดับเท่าองค์หญิงที่เกิดจากพระจักรพรรดิ ส่วนกุ้ยเหรินเป็นเพียงสนมต่ำศักดิ์ จะไปไหนมาไหนก็ต้องเดินไปด้วยขาของตนเอง ดังนั้นแม้ว่าเบื้องหน้าจะพูดจาหวานชื่นกันดีสักเพียงไหน ในใจของจิ้งกุ้ยเหรินก็ย่อมมีมุมริษยาไม่ต่างจากมู่กุ้ยเหริน
หรงเฟยทราบจุดนี้ดีจึงพยายามแบ่งปันของดีๆ ที่ได้รับพระราชทานมาให้เหล่าสนมทุกคน หากมีอะไรก็คอยช่วยเหลือ อย่างน้อยผูกมิตรไว้ดีกว่าสร้างศัตรูแบบอี้กุ้ยเฟย
“ฝ่าบาททรงถูกพระทัยนางกำนัลคนใหม่ผู้นั้นมากเลยนะเพคะ ไม่แน่ว่าอาจจะทรงขอนางจากเต๋อเฟยก็ได้”
หลิวหลาน นางกำนัลคนสนิทเดินตามเกี้ยวคานหามของหรงเฟยอย่างใกล้ชิด นึกชื่นชมนาราที่พูดจาฉาดฉาน เต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจโดดเด่นเสียจนหลิวหลานไม่อาจละสายตา ขนาดหญิงผู้นั้นแต่งกายพิลึกพิลั่น แถมยังฟันดำน่าเกลียดแต่ความงามของนาราก็ยังเปล่งประกายสะสวย ในวังหลังแห่งนี้มีเหล่าหญิงงามมากมายดุจดอกไม้ในอุทยาน แต่ไม่มีผู้ใดเลยที่ฝ่าบาทรวมทั้งเหล่าองค์ชายล้วนให้ความสนพระทัยตรงกันเช่นนี้ ไม่แน่ว่าอนาคตของนางผู้นี้จะต้องได้เป็นใหญ่เป็นโตแน่นอน
หรงเฟยขยับพัดกลมในมืออย่างเนิบช้า มุมปากมีรอยยิ้ม “หญิงผู้นั้น... นางอายุไม่ยืนหรอกหลิวหลาน”
“ทำไมเล่าเพคะเหนียงเหนียง”
“นางรักอิสระและตรงไปตรงมา ไม่ก็คือไม่... เสียอยู่อย่างเดียวคือวังหลังต้องการหญิงงาม แต่ไม่ต้องการหญิงที่ฉลาดเกินไป ความฉลาดของนางจะฆ่าตัวนางเอง... ข้าไม่คิดสนใจนางอีก ส่วนเจ้าอย่าไปสุงสิงกับคนตำหนักอื่นด้วย”
“เพคะ เต๋อเฟยทรงเอาแต่สวดมนต์คัดพระคัมภีร์ ถือศีลจนฝ่าบาทหันไปหาเด็กจองหองอย่างมู่กุ้ยเหริน เหลียงเฟยก็เป็นพวกนกสองหัวไว้ใจไม่ได้ ส่วนอี้กุ้ยเฟยก็ไร้สมอง นางทำเป็นแค่ข่มเหงรังแกคนอื่น หม่อมฉันไม่คิดถวายความภักดีให้หรอกเพคะ มีเพียงเหนียงเหนียงนี่แหละที่มีน้ำพระทัยกว้างขวาง เป็นวีรสตรีผู้ทรงธรรมและปรีชาสามารถทุกด้าน ฝ่าบาทเห็นโฉมของท่านเพียงครั้งเดียวก็ปักใจรักสถิตในพระทัย ดูแลทะนุถนอม อยู่เคียงคู่กันดุจนกเป็ดหงส์เพคะ”
หรงเฟยหัวเราะคิก “ปากเจ้าอมน้ำผึ้งไว้หรืออย่างไร พูดจาหวานหูเสียจนข้านึกชัง”
“นกทำรังให้ดูไม้ ข้าเลือกนายให้ดูน้ำใจ หม่อมฉันขอถวายชีวิตแด่เหนียงเหนียงผู้เดียวเพคะ”
“เจ้าติดตามข้าเข้าวังมาเพื่อดูแลข้าทุกอย่าง ข้าสิควรตอบแทนน้ำใจเจ้า”
“หม่อมฉันเพียงแค่ทำตามหน้าที่เพคะ ไม่ใช่เรื่องลำบากอะไรเลย... สำหรับเรื่องครั้งนี้นับว่าเต๋อเฟยทรงโชคดีนะเพคะ จากเดิมที่โดนอี้กุ้ยเฟยกลั่นแกล้งเสียจนเต๋อเฟยแทบจะขอลาบวช พอฝ่าบาทเสด็จมา เหยียนชีกงก็ฟื้นชีวิตขึ้นมาราวกับเกิดใหม่เลย”
“ป่านนี้อี้กุ้ยเฟยคงจะอาละวาดลั่นตำหนักแล้วล่ะ แต่อำนาจของนางยังไม่สั่นคลอนด้วยเรื่องง่ายๆ เช่นนี้หรอก สกุลถงเจียของนางมีอิทธิพลสูงมาก หนำซ้ำนางยังเป็นน้องสาวของอดีตฮองเฮาอีกต่างหาก เรื่องคราวนี้นับว่ายังโชคดีที่ฝ่าบาทยังคิดถึงพี่เต๋ออยู่ ไม่เช่นนั้นผลลัพธ์คงออกมาตรงกันข้ามแน่...”
“เพคะ” หลิวหลานไม่ชอบใจเลยที่อี้กุ้ยเฟยนำบารมีของอดีตฮองเฮามาอวดอ้าง นึกหมั่นไส้ความอวดเบ่งวางกล้ามของคนในตำหนักนั้นมานาน แต่หรงเฟยทรงชอบใช้ชีวิตเรียบง่าย หวังเพียงอยู่อย่างสงบและปลอดภัยจวบจนวาระสุดท้ายเท่านั้นเอง
.......................
จวนยงหวังฝู
จวินอี้สังเกตความผิดปกติเมื่อองค์ชายสี่กลับมาถึงวังก็เอาแต่แหงนหน้ามองดวงดาราเงียบๆ ร่างสูงสง่ายืนประสานมือไพล่หลัง เฝ้ามองการเคลื่อนคล้อยของดวงดาวด้วยสีหน้าท่าทางเคร่งขรึม บนโต๊ะเขียนหนังสือมีรายงานจากกงกงที่ดูแลเรื่องการคัดเลือกนางกำนัลครั้งล่าสุดและเอกสารเกี่ยวกับเมืองเซียนหลัว ขนาดเขาเป็นถึงยงชินหวังยังค้นหาเอกสารเกี่ยวกับเมืองอันไกลแสนไกลนี้ได้เพียงน้อยนิด แล้วนางผู้นั้นรู้ความเป็นไปของเซียนหลัวราวกับที่แห่งนั้นเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของนางอย่างไรอย่างนั้น
ส่วนผังรายชื่อสกุลอูลานาลาที่กางแผ่อยู่ใกล้กันนั้น... อิ้นเจินตรวจทานซ้ำแล้วซ้ำอีกอยู่ค่อนคืน ก่อนจะยอมรับว่าไม่มีหญิงสาววัยแรกรุ่นที่ชื่อหนิงเอ๋อร์อยู่ในตระกูลนั้น
ไม่มีที่มา ไม่มีร่องรอย ไม่มีใครรู้จักนางมากไปกว่านางกำนัลของเต๋อเฟย...
ราวกับนางปรากฏตัวขึ้นอย่างกะทันหันบนโลกแห่งนี้
อิ้นเจินลูบสันกรามคมเข้มขณะครุ่นคิด แววตาดุจเหยี่ยวจ้องมองชายผ้าสไบที่ขาดติดมือเขาในตอนนั้น ช่างผู้เชี่ยวชาญเกี่ยวกับอาภรณ์ชั้นสูงต่างไม่มีใครรู้จักผ้าชนิดนี้ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผ้าที่พลิ้วไหวดั่งสายน้ำนี้มาจากมณฑลใด ทุกคนต่างยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าไม่มีโรงทอผ้าแห่งใดที่พวกเขารู้จักจะสามารถทอผ้าเนื้อวิจิตรเช่นนี้ได้ ส่วนสร้อยพลอยที่นางสวยใส่นั้นมีกลไกอะไรอยู่ในนั้นกันแน่ เหตุใดคนที่จ้องมองแสงของมันแล้วกลับไม่มีใครนึกสงสัยความผิดปกติเหล่านี้อีกเลย โดยเฉพาะคนที่มีนิสัยกัดไม่ปล่อยอย่างน้องแปด...
หรือนี่อาจเป็นแผนส่งคนเข้ามาสอดแนมในเหยียนชีกงของน้องแปด
ไม่ใช่...
การปรากฎตัวของนางเต็มไปด้วยปริศนาจนอิ้นเจินคำรามออกมาอย่างไม่สบอารมณ์ พวงดอกไม้แปลกประหลาดที่นางทำหล่นไว้รบกวนความคิดจนยุ่งเหยิงหนักขึ้น