บทที่ 5 นางกำนัลคนใหม่ 4

1301 Words
นารากะพริบตาถี่ๆ พริบตาเดียวน้ำตาหยดใสๆ ก็คลอล้อดวงตากลมโต นาราหันไปสบตาเขา ยักคิ้วเป็นเชิงถาม... เป็นไง... น่าสงสารพอยัง? อิ้นเจินถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ริมฝีปากหยักได้รูปเม้มเป็นเส้นตรง ก่อนจะหันไปสบตาอิ้นเสียงซึ่งกำลังทึ่งในความสามารถของแม่หญิงสารภี นาราเพิ่มเอฟเฟกต์ด้วยการทำตัวสั่นเทาเหมือนลูกนกพลัดจากอกแม่ ซบหน้าลงบนฝ่ามือแล้วเริ่มต้นสะอื้น ฮือๆ แม่จ๋าหนูกลัว... นาราสวมวิญญาณสาวน้อยไร้พิษภัยที่กำลังถูกรุมรังแก ชายใดที่ได้สบตาสั่นระริกปานน้ำผึ้งหยาดคู่นั้นจึงต่างอดนึกสงสารสาวน้อยร่างบอบบางไม่ได้ นาราหันไปยักคิ้วใส่เขาอีกรอบ น่าสงสารแล้วนะ จบนะ เลิกบ่นซักที อิ้นเจินนึกหมั่นไส้ผู้หญิงเป็นครั้งแรกในชีวิตก็คราวนี้ นางช่างกวนโทสะได้ร้ายกาจพอๆ กับความงามของนาง นางท้าทายสายตาชายฉกรรจ์ทุกคนด้วยการเปลือยผิวกายและหาได้ละอายในความเปลือยนั้น แววตาหิวโหยของผู้ชายแต่ละคนที่มองนาราทำให้เขาแทบจะหมดความอดทน นาราถูกโยนตุบลงไปกองที่พื้น ก้นกระแทกจ้ำเบ้าจนร้องโอ้ยเจ็บนะเว้ยดังลั่น ตามซ้ำด้วยผ้าคลุมไหล่ผืนใหญ่ที่อิ้นเจินเหวี่ยงให้เพื่อกันอุจาดพระเนตร นาราชักจะหงุดหงิดจึงหันไปแยกเขี้ยวยิงฟันดำใส่แม่ง แต่แล้วนางก็รู้สึกได้ถึงสายตาของเหล่าเชื้อพระวงศ์นับสิบๆ คู่ที่จ้องมองอย่างสนใจแกมสนเท่ห์ สายตาที่กดดันที่สุดจนนาราต้องรีบนั่งพับเพียบเรียบร้อยเลยก็คือชายวัยห้าสิบกว่าชันษา ผู้สวมชุดมังกรสีเหลืองทองดุดันน่าเกรงขาม ฮ่องเต้คังซี โอ้วมายบุดด้า! นาราตื่นเต้นจนขนลุก นางเคยดูหนังเกี่ยวกับฮ่องเต้พระองค์นี้มาไม่น้อย แต่ขอเอาหัวนังหนุงหนิงเป็นประกันเลยว่าพระองค์จริงน่ากลัวโฮก ทรงพิจารณานาราราวกับจะเลาะเนื้อเฉือนกระดูกทีละชิ้น นาราไม่รู้จะปฏิบัติตนตามธรรมเนียนจีนเช่นใดจึงพนมมือหว่างอก และก้มลงกราบถวายอย่างอ่อนช้อยงดงาม ดวงพระเนตรคมกร้าวกลับรุนแรงยิ่ง เพียงแค่ทรงนั่งนิ่งด้วยสีพระพักตร์ไม่สบอารมณ์ ทุกคนที่อยู่โดยรอบก็พลันคุกเข่าลง นารางง... คุกเข่าทำไมกันล่ะ? นางไม่กลัวตายก็จริงแต่ก็ไม่กล้าทำตัวไร้มารยาทต่อหน้าพระพักตร์เช่นกัน คนอื่นคุกเข่านางก็คุกเข่าบ้าง “ทุกคนลุกขึ้นได้” รับสั่งเสียงทุ้มต่ำ ทุกคนลุกขึ้นนาราก็ลุกขึ้นบ้าง แต่ยงชินหวังกดไหล่ให้นางคุกเข่าลงไปตามเดิมพร้อมมองตำหนิเสร็จสรรพในใจว่านางช่างไม่รู้ธรรมเนียม “เจ้าเป็นใคร ใครเป็นคนส่งเจ้ามา” องค์ชายสิบถลามายืนจังก้า เขานึกดูถูกนางว่าเป็นหญิงชั้นต่ำ นางก็เองไม่ชอบหน้าเขาเหมือนกัน “หม่อมฉันก็ไม่แน่ใจเพคะ บางคนก็บอกว่าหม่อมฉันเป็นอย่างนั้น บางคนก็บอกว่าเป็นอย่างนี้ หม่อมฉันตอบได้เพียงว่าหม่อมฉันเป็นคนธรรมดา หาใช่ภูติผีอย่างที่ถูกเข้าใจผิด” “นางปีศาจยังจะกล้าเล่นลิ้น เสด็จพ่อ! ให้ลูกสั่งพวกทหารจับนางไปโบยเถิดพ่ะย่ะค่ะ!” องค์ชายสิบพูดโพล่ง นาราจึงถลึงตาจ้องหน้าเพื่อจำจดใส่บัญชีหนังหมา นี่สาวสวยสุดล้ำเอ็กซ์เซ็กซ์แตกแห่งยุค 2199 นะยะ ควักซิลิโคนปาใส่แม่งเลย “เอะอะโบย เอะอะตีกันแบบนี้ ไม่คิดบ้างหรือว่ามันไม่ใช่วิถีของผู้เจริญ ฝ่าบาทเป็นผู้มีเมตตา พระองค์จะทรงพิจารณาด้วยความเป็นธรรมแก่หม่อมฉันเอง มิจำเป็นต้องให้ท่านสั่ง” “เจ้า!!” องค์ชายสิบสะกดคำบริภาษไว้จนหน้าแดงก่ำ แต่นางเชอะใส่ นารารู้สึกถึงสายตาของเหล่าองค์ชายที่จ้องมองมา บางคนก็ทำท่ารังเกียจ บางคนก็มองด้วยความสนใจแต่ที่แน่ๆ คือมีอยู่สายตาหนึ่งที่มองราวกับจะบีบคอนางให้ตายที่บังอาจตอบคำถามฮ่องเต้เช่นนั้น คนผู้นั้นคือคนที่จับตัวนางได้นั่นแหละ อิ้นเจินกำหมัดแน่น เขาควรจะอบรมหญิงนางนี้ก่อนพามาเข้าเฝ้า! แต่นาราฉลาดก้มกราบ ทำตัวอ่อนโอนนบนอบ ศิโรราบต่อองค์เหนือหัวแห่งต้าชิง แววพระเนตรขุ่นมัวของคังซีจึงผ่อนลงไปกว่าครึ่ง “ขอโปรดพิจารณา ที่หม่อมฉันตอบไปเช่นนั้นก็เพราะตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าตนเองจะมีฐานะใดในวังแห่งนี้ แต่ที่แน่ๆ คือหม่อมฉันมิได้มีเจตนาร้ายแต่อย่างใด” “เจ้าจะบอกว่าไม่ได้เป็นต้นเหตุที่ทำให้เต๋อเฟยบาดเจ็บอย่างนั้นรึ” คังซีรับสั่งด้วยน้ำเสียงทุ้มกร้าวดังกังวาน นาราจึงแอบนึกในใจว่าอยู่ใกล้กันแค่นี้จะเสียงดังใส่ทำไมว้า... แล้วใครคือเต๋อเฟย? คิดๆ ดูแล้วน่าจะเป็นสตรีชุดเทาผู้นั้น ร่างบางจึงรีบก้มกราบอีกครั้งก่อนจะเงยหน้าขึ้นพูดจาฉาดฉาน “หม่อมฉันไม่มีอาวุธ ไม่เคยมีความบาดหมางต่อกัน ไม่มีเหตุจำเป็นที่หม่อมฉันจะทำร้ายเต๋อเฟยเพคะ ถ้าจะผิดก็ผิดตรงที่หม่อมฉันสวมชุดนี้ทำให้ดูแปลกแยก และทำให้มีคนเข้าใจผิดเพคะ” “แล้วทำไมเจ้าต้องหนี?!” องค์ชายแปดเป็นผู้ซัก นารายังจำสีหน้าของเขาตอนที่เห็นนางเมื่อครู่ได้แม่น คนผู้นี้ตัดสินไปแล้วว่านางเป็นสิ่งชั่วร้าย เป็นนางปีศาจยั่วยวน นาราจึงใช้ดวงตากลมโตดั่งเม็ดลำไยกระแทกกลับไปพร้อมรอยยิ้มบาดใจ “รู้อะไรไม่สู้รู้ตัวรอด จู่ๆ ก็มีคนไล่ตามจับหม่อมฉันเหมือนโจรร้ายโดยที่ไม่ฟังคำอธิบายเลย ขนาดนกมันยังรู้จักบินหนียามมีพายุมา ถ้าหากหม่อมฉันอยู่นิ่งๆ ให้คนอื่นตี หม่อมฉันก็โง่กว่านกแล้วสิเพคะ” “บังอาจเสียมารยาทต่อองค์ชายแปดได้อย่างไร?! พระองค์คือผู้ที่ได้ชื่อว่าทรงธรรม จงตบปากของเจ้าเดี๋ยวนี้!” องค์ชายสิบชี้หน้าด่า ไม่พอใจที่หญิงไร้ยางอายผู้นี้ล่วงเกินพี่แปด แต่นารายิ้มเฉย ไม่มีท่าทีว่าจะกลัวเกรงเลยสักนิด “โบราณว่าไว้... คุณธรรมความดีไม่ได้อยู่ที่ลิ้นแต่เก็บเอาไว้ในใจเพคะ หากคนภายในวังเอาแต่ชื่นชอบฟังคำหวานหูหลอกลวง เกรงว่าภายภาคหน้าคงจะผุกร่อนเน่าใน หม่อมฉันทูลตอบคำถามตามความเป็นจริง มิได้โป้ปด ‘หวังเย๋แปดผู้ทรงธรรม’ ย่อมใช้หลักคุณธรรมพิจารณาได้อยู่แล้ว” คำตอบของนางทำให้เสียงถกเถียงดังขึ้นเซ็งแซ่ นาราตบหน้าองค์ชายแปดไปฉาดใหญ่ด้วยคำพูดไม่กี่คำ ฮ่องเต้ผู้เป็นเจ้าเหนือหัวของทุกชีวิตนิ่งฟังด้วยสีพระพักตร์ราบเรียบ เช่นเดียวกับองค์ชายสี่ยงชินหวังอิ้นเจิน เขาทำทีเป็นดื่มด่ำกลิ่นหอมของชาที่นางกำนัลเพิ่งยกมาถวาย แต่ประสาทสัมผัสทุกส่วนพุ่งรวมมาที่นางผู้เดียว นาราหันหลังให้เขายังรู้สึกถึงความเย็นยะเยือกทะลุขั้วกระดูก บางชั่วขณะความกดดันจากสายตาคมกริบของชายผู้นี้หนักหน่วงกว่าฮ่องเต้คังซีเสียอีก รังสีแกร่งกร้าวทำให้นาราหายใจลำบากราวกับมือของเขาพร้อมจะบีบขยี้หัวใจนางทุกเมื่อ แม้จะลางเลือนแต่กลิ่นอายที่ว่ายวนอยู่รอบกายเขาทรงพลังยิ่ง! แรงบีบคั้นมากมายอะไรเช่นนี้ “เจ้าชื่ออะไร” ฮ่องเต้รับสั่งถามด้วยพระองค์เอง สุรเสียงกังวานน่าเกรงขาม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD