บทที่ 5 นางกำนัลคนใหม่ 1

1479 Words
“ตำหนักของเหลียงเอ๋อร์อยู่ห่างคนละทิศเลย นางเองก็อายุเริ่มมากแล้วจะให้เทียวไปเทียวมาบ่อยๆ เหมือนเมื่อก่อนได้อย่างไร” “เฮ้อ ก็เพราะพี่เต๋อใจดีแบบนี้ คนอื่นเขาถึงได้คิดจ้องจะเอาเปรียบพี่” หรงเฟยคร้านจะพูดอีก เหลียงเฟยไปหาอี้กุ้ยเฟยแทบจะทุกวัน แต่ไม่เคยมีน้ำใจมาหาทางนี้บ้างเลย แค่นี้ก็ดูออกแล้วว่าเหลียงเฟยเป็นคนเช่นใด “ต่อให้อี้กุ้ยเฟยไม่ได้ส่งคนมาเล่นตลกกับท่านก็จริง แต่นางต้องฉวยโอกาสใช้เรื่องนี้ทำลายท่านแน่ ข้ากลัวแต่ว่านางจะทำลายองค์ชายทั้งสองด้วย” “ลูกชายของข้าทั้งสองคนเป็นผู้มีความสามารถ ฝ่าบาทเองก็ทรงมีคุณธรรมสูงส่ง พระองค์ย่อมแยกแยะผิดถูกได้แน่นอน เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ ฝ่าบาทจะสั่งให้ข่าวลือเหลวไหลเรื่องนี้เงียบเพื่อปกป้องลูกๆ แน่นอน” เต๋อเฟยไอเบาๆ ออกมาสองสามครั้ง หรงเฟยจึงช่วยลูบหลังให้ จริงอยู่ที่ฝ่าบาทย่อมปกป้องสายเลือดของพระองค์เป็นแน่ แต่ถ้าพระองค์ไม่โปรดสายเลือดนั้นเล่า? หรงเฟยรู้ ใครๆ ก็รู้ว่าฮ่องเต้ทรงวางตัวเหินห่างจากองค์ชายสี่ยิ่งนัก หรงเฟยอยากรู้ว่าหากต้องเลือก เต๋อเฟยจะเลือกลูกชายคนโตที่ยกให้อดีตฮองเฮาเลี้ยงดู... หรือจะเลือกลูกชายคนเล็กที่เอาแต่เดินตามหลังองค์ชายเชื้อสายฮั่นผู้นั้น หรงเฟยได้แต่สงสัยแต่ไม่กล้าถาม “ข้าน่ะ แม้จะไม่มีลูกหญิงลูกชายไว้พึ่งพิงไขว่คว้าหาตำแหน่ง แค่อยากอยู่เงียบๆ สงบๆ ไปจนสิ้นลม แต่นางก็ยังหาเรื่องให้ข้าไปคารวะนางทุกเช้า นางสั่งให้ไปข้าก็ไป ส่วนท่านมีองค์ชายสี่กับองค์ชายสิบสี่ ทั้งสองต่างก็เติบโตเป็นหนุ่มแน่น รูปโฉมดุจสวรรค์ปั้นแต่งแถมยังฉลาดเฉลียวทั้งคู่ นางก็มีแต่จะหาเรื่องทรมานพี่เต๋อ” “ช่างนางเถอะ นางเองก็ไม่ได้มีความสุขหรอก นางต้องเสียลูกชายวัยแบเบาะไปเมื่อเกือบสามสิบปีก่อน นางย่อมเสียใจทุกครั้งเมื่อเห็นเหล่าองค์ชาย” หรงเฟยได้ยินเช่นนั้นก็ถอนใจ อี้กุ้ยเฟยเศร้าโศกที่ต้องสูญเสีย หัวอกคนเป็นแม่อย่างหรงเฟยเข้าใจดีเช่นกัน “ถ้าเถิงเอ๋อร์ของข้ายังอยู่ เขาคงจะหล่อเหลาสง่างามไม่แพ้ใครแน่ เขาช่างอายุน้อยเหลือเกิน ความรู้สึกตอนที่เขาขาดใจตายในอ้อมอกข้ายังไม่เคยจางหายไปไหน พี่เต๋อ... ข้ารู้ดี... ลูกชายของข้าตายเพราะฝีมือนาง ข้าจะไม่มีวันให้อภัยนางเด็ดขาด!” “อย่าร้องไห้เลยหรงเอ๋อร์ ลูกชายของข้าทั้งสองคนก็เป็นลูกชายของเจ้าด้วย ข้ากำชับพวกเขาให้ดูแลเจ้าเสมอ ตอนนี้เราสองคนก็มีผมหงอกขึ้นจนย้อมแทบไม่ทันแล้ว อะไรที่ปล่อยวางจากอี้กุ้ยเฟยได้ก็ปล่อยเถิด” เต๋อเฟยหลับตาลงอย่างอ่อนเพลีย เมื่อครู่ก่อนฮ่องเต้ก็ทรงแวะเข้ามาเยี่ยมแล้วเช่นกัน เต๋อเฟยจึงรู้สึกเหนื่อยมาก “พี่เต๋อ... เรื่องครั้งนี้อี้กุ้ยเฟยทำเกินไป ไหนจะเรื่องเงินเดือนประจำตำแหน่งของท่านอีกเล่า ท่านได้เงินน้อยกว่าพวกกุ้ยเหรินอีกนะ หน้าหนาวที่ผ่านมานางก็แกล้งสั่งให้กรมพิธีการส่งถ่านชั้นเลวมาให้ท่าน นางอ้างว่าท่านมีลูกชายสองคนให้พึ่งพาแล้ว ไม่จำเป็นต้องสิ้นเปลืองเงินของวังหลัง นางช่างไม่รู้จักแยกแยะ ข่มเหงรังแกกันเกินไป” “เรื่องเงินทองสำหรับใช้จ่ายแต่ละเดือนที่ถูกสั่งลดลง ถือเสียว่าช่วยฝ่าบาทประหยัดค่าใช้จ่ายในวังหลัง ข้าเองก็พอมีเงินเก็บอยู่บ้าง บ่าวไพร่ในตำหนักมีไม่เท่าไหร่ข้าก็พอดูแลได้ เจ้าเองก็ป่วยออดๆ แอดๆ ยิ่งกว่าข้าเสียอีก เจ้าอย่าได้นำเรื่องของข้าไปเป็นอารมณ์จนขัดแย้งกับนางเด็ดขาด” “เพคะ ข้าเข้าใจแล้ว” หรงเฟยช่วยประคองเต๋อเฟยลงนอน แม้จะคับข้องใจแต่สิ่งที่เต๋อเฟยเตือนนั้นถูกต้องแล้ว เพราะการมีเรื่องกับอี้กุ้ยเฟยตอนนี้ไม่ใช่เรื่องฉลาด ถึงจะอึดอัดใจแค่ไหนก็ต้องทน หวังเพียงแค่ว่าจะมีใครสักคนกล้าลุกขึ้นมาสู้กับอี้กุ้ยเฟยสักที ------------- ฮ่องเต้คังซีในวัยห้าสิบหกชันษานับเป็นผู้นำที่ปรีชาสามารถยิ่ง แม้จะล่วงเข้าสู่วัยชราแต่ยังคงเห็นเค้าลางความสง่างามอย่างชัดเจน ดวงตาดุดันเฉียบขาดเต็มเปี่ยมด้วยพระราชอำนาจ พระวรกายองอาจผึ่งผาย สวมฉลองพระองค์ฤดูร้อนสีเหลืองสดโดดเด่นน่าเกรงขาม ทรงนั่งอยู่ภายในโถงตำหนักพลางรับน้ำชามาดื่มดับอารมณ์ฉุนเฉียว หากจับตัวการที่ทำให้พระสนมเต๋อเฟยบาดเจ็บมาลงโทษไม่ได้ ย่อมสะเทือนถึงพระเกียรติยศไปด้วย “เสวยชาดอกบัวก่อนนะเพคะ พระวรกายของฝ่าบาทมีค่าดั่งทองคำ เพราะฉะนั้นอย่าทรงโมโหเพราะหญิงชั้นต่ำผู้นั้นไปเลยเพคะ อีกไม่นานต้องจับตัวคนร้ายมาลงโทษได้แน่” มู่กุ้ยเหรินถวายน้ำชาอย่างอ่อนช้อยมีจริตจะก้าน นางยังสาวยังสวยและได้รับความโปรดปรานเป็นอย่างยิ่ง นับตั้งแต่ถวายตัวเมื่อปีที่แล้วนางได้รับพระราชทานข้าวของชั้นเลิศมากมายเกินหน้าเกินตาสนมคนอื่นๆ หนำซ้ำเพิ่งจะมีข่าวดีว่านางกำลังตั้งครรภ์ได้สองเดือน ซึ่งหากคลอดพระโอรส ฝ่าบาทมีรับสั่งว่าจะเลื่อนตำแหน่งให้เป็นมู่ผิน มู่กุ้ยเหรินดีใจจนเนื้อเต้น สิ่งที่นางต้องการไม่ใช่แค่ผิน ตำแหน่งของนางต้องใหญ่กว่านั้น เด็กในท้องก็ต้องเป็นองค์ชาย หากฝ่าบาทโปรดปรานนางเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ ไม่แน่ว่าเด็กในท้องคนนี้อาจได้ขึ้นนั่งบัลลังก์ทองก็เป็นได้ และเพื่อที่จะสร้างฐานอำนาจให้บุตร มู่กุ้ยเหรินจึงหมายมั่นว่าจะไต่สูงขึ้นไปถึงตำแหน่งฮองเฮาให้จงได้ นางจะกำจัดพระสนมคนเก่าแก่ที่ครองอำนาจในวังหลังให้หมดสิ้นซากไปเลยทีเดียว “ชาดอกบัวนี้หม่อมฉันเป็นคนเก็บและคัดเลือกกลีบดอกบัวด้วยตนเอง ส่วนน้ำที่ใช้ก็เป็นน้ำค้างบนกลีบดอกบัว ต้องเก็บในยามเช้ามืดก่อนพระอาทิตย์ขึ้นจึงจะได้น้ำค้างใสพิสุทธิ์ที่สุด หม่อมฉันทุ่มเทเพื่อฝ่าบาทโดยเฉพาะเลยเพคะ” “อืม รสชาติดี หอมกลิ่นดอกบัวมาก ขอบใจเจ้านะมู่กุ้ยเหริน” “แหม... น้องมู่ช่างเตรียมพร้อมเสียจริง ตำหนักเต๋อเฟยเกิดเรื่องวุ่นวาย ท่านก็อุตส่าห์หอบชาดอกบัวมาถวายฝ่าบาทโดยไม่มีขาดตกบกพร่อง ดูท่าว่าหม่อมฉันคงต้องเรียนรู้จากท่านเสียแล้ว” จิ้งกุ้ยเหรินซึ่งพำนักในตำหนักร่วมกับมู่กุ้ยเหรินค่อนแคะเสียงหวาน จิ้งกุ้ยเหรินถวายตัวมานานก่อนหน้ามู่กุ้ยเหรินเกือบสิบปีแต่ตำแหน่งก็ตันอยู่แค่นั้น พอมู่กุ้ยเหรินถวายตัวเข้ามาในฐานะบุตรีขุนนางชาวมองโกล[1] นางกลับฉอเลาะออเซาะจนได้มายืนในระดับเดียวกันในช่วงเวลาอันสั้น แล้วจะไม่ให้จิ้งกุ้ยเหรินรู้สึกไม่ถูกชะตาได้อย่างไรกัน จิ้งกุ้ยเหรินยังโชคดีที่มีองค์หญิงถวายให้ฝ่าบาท อนาคตต่อไปในภายภาคหน้าจึงยังพอจะอาศัยพึ่งพิงบารมีลูกได้ ส่วนเรื่องแย่งชิงความรักจากฝ่าบาท จิ้งกุ้ยเหรินปล่อยวางเสียแล้ว แต่ถึงอย่างไรก็อดหมั่นไส้นางสนมรุ่นน้องไม่ได้ นางจึงแย้มยิ้มเชือดเฉือนใส่โดยไม่แยแสว่ามู่กุ้ยเหรินจะถลึงตาจ้องกลับมา “ฝ่าบาทโปรดให้น้องเข้าเฝ้ารับใช้บ่อยๆ ก่อนที่น้องจะมาที่เหยียนชีกงก็ย่อมรู้พระทัยฝ่าบาทอยู่แล้ว พี่จิ้งไม่ค่อยได้เจอพระพักตร์ฝ่าบาทนัก เอ... ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่นะ น้องจำไม่ได้เสียแล้ว พี่จิ้งคงไม่ทราบกระมังว่าฝ่าบาทโปรดอะไรบ้าง” “เจ้า!” จิ้งกุ้ยเหรินชักสีหน้า จังหวะนั้นหรงเฟยกลับออกมาจากด้านในตำหนักพอดี ฝ่าบาทจึงยกพระหัตถ์ขึ้นเป็นการห้ามปราม “เลิกทะเลาะกันจุกจิกข้างหูข้าเสียที มู่กุ้ยเหรินมีน้ำใจคิดถึงข้า เจ้าก็เลิกแขวะนางได้แล้ว ส่วนเจ้าเองก็เด็กกว่าจิ้งกุ้ยเหริน อย่าทำตัวล่วงเกินนางอีก หรงเฟยก็อยู่ที่นี่ ไม่อายนางบ้างหรือ” “เพคะ” [1] ราชสำนักแมนจู ให้ความสำคัญกับสตรีแมนจูและสตรีมองโกลมาก่อนอื่นเสมอ ส่วนสตรีฮั่นจะอยู่ถัดลงมา และสตรีจากเผ่าอื่นนั้นจะอยู่รั้งท้ายลงไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD