บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์ 1

1611 Words
บทที่ 3 หนิงเอ๋อร์ นับตั้งแต่เสี้ยวอี้เหรินฮองเฮาผู้เป็นที่รักยิ่งของจักรพรรดิคังซีสิ้นพระชนม์ไปจากอาการประชวร จากนั้นมาก็ไม่มีผู้ใดขึ้นตำแหน่งเป็นฮองเฮาอีกเลย แต่ทรงให้เหล่าสนมที่ทรงไว้วางพระทัยเข้าร่วมบริหารวังหลังทั้งหกตำหนัก หนึ่งในนั้นคือพระสนมอี้กุ้ยเฟย[1] อี้กุ้ยเฟยนั่งอมยิ้มอยู่ที่โถงในตำหนักซึ่งตกแต่งอย่างหรูหราตระการตา นางเฝ้ารอข่าวอย่างใจจดใจจ่อพลางลูบหยกหยูอี้อย่างมีความสุข บนโต๊ะฝังมุกข้างกายเต็มไปด้วยจานอาหารว่างราคาแพงหลากหลายชนิด อี้กุ้ยเฟยใช้ตะเกียบทองคำคีบติ่มซำเนื้อปูทานเพียงครึ่งคำ ดื่มชาเหอเป่ยจากกาไข่มุกเล็กน้อย ดื่มด่ำรับรส เสพสุขตามประสาผู้มีบุญหนักศักดิ์ใหญ่ นางมีบารมีถึงขั้นนางสนมทั้งหลายต้องยำเกรงเสียยิ่งกว่าอดีตฮองเฮาเสียอีก เหลียงเฟย พระมารดาขององค์ชายแปดมีสีหน้าไม่ค่อยสู้ดีเท่าไหร่นัก นางไม่อยากเจอหน้าอี้กุ้ยเฟยแต่ก็จำเป็นต้องมานั่งปั้นยิ้มหวานประจบเอาใจ แม้เหลียงเฟยจะมีตำแหน่งแต่ก็ไม่ได้รับคำเชิญให้ร่วมทานอาหารว่างของอี้กุ้ยเฟยแต่อย่างใด ซึ่งอาหารว่างแต่ละครั้งของอี้กุ้ยเฟย พ่อครัวหลวงจะลงมือทำอย่างสุดฝีมือ ใช้ของดีที่สุด แพงที่สุด หายากที่สุดมาปรุงถวายจนบางมื้อเสียค่าใช้จ่ายมากกว่าเงินเดือนของกุ้ยเหรินเสียอีก แต่อี้กุ้ยเฟยไม่สนใจ สีหน้าอิ่มเอิบสบายอารมณ์ “รสชาติดีมาก” หลีกูกู นางกำนัลคนสนิทกำลังบีบนวดข้อเท้าของพระนางอย่างนุ่มนวล บ่าวเห็นนายมีความสุข นางก็มีความสุข “หม่อมฉันได้ข่าวว่านังผู้หญิงคนนั้นถึงกับสลบเลยเพคะเหนียงเหนียง ไม่แน่ใจว่าถึงชีวิตหรือไม่ด้วยซ้ำ นางเป็นแค่สนมชั้นต่ำ เก่งแต่ล่อลวงฝ่าบาท แถมคิดจะชูคอแย่งตำแหน่งฮองเฮากับเหนียงเหนียง กรรมตาสนองพวกไม่เจียมตัวแล้วเพคะ” อี้กุ้ยเฟยยิ้ม สายตาอ่อนหวาน “ถ้านางตายแล้วเกี่ยวอะไรกับข้า แต่ไหนๆ ข้ากับนางต่างก็รู้จักสนิทสนมมาตั้งแต่สมัยยังสาว ข้าสมควรต้องช่วยส่งศพพี่เต๋อออย่างสมเกียรติถึงจะถูก เฮ้อ... อีกไม่นานข้าก็จะได้ตำแหน่งฮองเฮาแล้ว ถ้านางตายจริง ข้าจะทูลขอฝ่าบาทให้แต่งตั้งนางย้อนหลังเป็น ‘กุ้ยเฟย’ ก็ได้” “เหนียงเหนียงทรงเมตตา ใจกว้างดุจแม่น้ำฮวงโห บ่าวมิอาจเทียบเพคะ” เหตุการณ์ระทึกขวัญในตำหนักเหยียนชีกงแพร่กระจายสร้างความหวาดกลัวไปทั่ว เกิดข่าวลือว่ามีนางปีศาจฟันดำโผล่ออกมาปองร้ายพระสนมเต๋อเฟยจนพระนางเป็นลมสลบ มีขันทีกับนางกำนัลนับสิบยืนยันเป็นเสียงเดียวกันว่าเห็นนางปีศาจ คังกงกง หัวหน้าขันทีของอี้กุ้ยเฟยรีบไปสืบเสาะข่าว เมื่อได้ความจึงรีบไปรายงานเจ้านาย “กราบทูลเหนียงเหนียง ตอนนี้ตำหนักเหยียนชีกงวุ่นวายมาก กระหม่อมสอบถามพวกหมอหลวง ได้ความว่าเต๋อเฟยอาการกำเริบเป็นลมในสวนเพราะเจอนางปีศาจพ่ะย่ะค่ะ” “นางปีศาจ? เป็นความจริงรึ” “หม่อมฉันเดาว่านี่เป็นแผนการเรียกร้องความสนใจจากฝ่าบาทมากกว่านะเพคะ” เหลียงเฟยออกความเห็น แม้จะเกลียดอี้กุ้ยเฟยเพียงใดแต่เหลียงเฟยพยายามยิ้มหวานเอาใจ เพื่อปูทางให้ลูกชายได้รับการสนับสนุนจากเจ้าของตำหนักฉูเชียวกงอันแสนใหญ่โตและหรูหราแห่งนี้ “นางนั้นไม่ใช่คนโง่ ฝ่าบาทไม่เชื่อเรื่องผีสาง นางไม่มีทางคิดใช้แผนตื้นเขินแบบนั้นหรอก” “หม่อมฉันโง่เขลา ไม่ทันคิดถึงข้อนี้เลยเพคะ ถ้าเช่นนั้นก็แสดงว่ามีปีศาจโผล่มาจริงๆ งั้นก็น่าแปลกที่ทำไมถึงไปปรากฏในตำหนักเหยียนชีกง บรรยากาศที่นั่นแทบจะกลายเป็นวัดไปแล้วด้วยซ้ำ” “เฮอะ! ข้าคิดไว้อยู่แล้วว่าเต๋อเฟยเป็นพวกจิ้งจอกแปลงกาย ฉากหน้าก็ทำเป็นไหว้พระจิตใจมีกุศลสูงส่ง แต่เบื้องหลังคงจะเน่าเฟะสกปรก ภูตผีมันถึงได้เลือกไปหานาง” “เหนียงเหนียงช่างฉลาดหลักแหลมยิ่งนัก หม่อมฉันกับลูกต้องพึ่งบารมีเหนียงเหนียงให้ช่วยคุ้มครองแล้วเพคะ” “ฮึ! ข้าเป็นผู้อุ้มชูอุปถัมภ์พวกเจ้าสองแม่ลูกมาจนถึงทุกวันนี้ ไม่อย่างนั้นตาอิ้งชั้นต่ำอย่างเจ้าคงไม่ได้มาเสนอหน้าในตำแหน่งเฟยหรอกนะ ส่วนลูกของเจ้าก็คงเป็นได้แค่เจิ้นกั๋วกง[2]กระจอกๆ ยังดีที่มีข้ายื่นมือรับเขาไว้เป็นโอรสบุญธรรม หวังว่าเจ้าคงรู้ฐานะตัวเองดีนะ” เหลียงเฟยได้รับคำดูถูกเพียงใดก็ต้องอดทน คุกเข่าก้มหน้า “เพคะ วันใดที่อิ้นซื่อลูกของหม่อมฉันได้ครองบัลลังก์ เหนียงเหนียงจะต้องได้เป็นไทเฮาเพคะ” “ดี รู้คุณคนดี... ข้ามีหวีทำจากหยกบรรณาการของพม่า ฝ่าบาทประทานให้ข้าเมื่อเดือนก่อน ข้าเบื่อแล้ว เจ้าเอาไปสิ” สีหน้าของเหลียงเฟยเปลี่ยนเป็นโมโหแต่นางฉลาดพอที่จะยิ้มออกมา “ขอบพระทัยเพคะเหนียงเหนียง หม่อมฉันซาบซึ้งยิ่งนัก” อี้กุ้ยเฟย น้องสาวของอดีตฮองเฮาโบกพัดในมืออย่างแช่มช้า มุมปากแสยะยิ้มสะใจ นับตั้งแต่พี่สาวตายไป นางคือมเหสีตำแหน่งสูงที่สุดในวังหลัง แม้ว่าฮ่องเต้จะมีรับสั่งให้เหล่ามเหสีทั้งเต๋อเฟย หรงเฟยและเหลียงเฟยร่วมกันดูแล แต่แท้จริงแล้วอี้กุ้ยเฟยมีอำนาจปกครองความสงบเรียบร้อยของวังหลังแต่เพียงผู้เดียว นางเฝ้ารอคำสั่งแต่งตั้งตนเองขึ้นเป็นฮองเฮาอยู่ทุกลมหายใจ ขณะรอก็คอยหาทางกำจัดนางสนมชั้นต่ำไปให้พ้นหูพ้นตา สำหรับสตรีชาวฮั่นอย่างเหลียงเฟยแล้วอี้กุ้ยเฟยไม่เคยมองในสายตา ส่วนหรงเฟยเจ็บออดๆ แอดๆ ก็ไม่มีกำลังพอจะต่อต้าน เหลือก็เพียงแต่เต๋อเฟย มารดาขององค์ชายผู้มากความสามารถถึงสองพระองค์ หนำซ้ำองค์ชายสี่อิ้นเจินยังมีศักดิ์เป็นบุตรบุญธรรมของอดีตฮองเฮา ถ้าอี้กุ้ยเฟยไม่ได้ครองตำแหน่งฮองเฮา องค์ชายแปดก็ยังไม่อาจเทียบบารมีของอิ้นเจินได้เต็มที่ อี้กุ้ยเฟยปรายตามองไปที่เหลียงเฟย ก่อนจะแค่นเสียงเยาะ “ถ้าซาบซึ้งนัก ทำไมยังไม่รีบจัดการปัดกวาดฝุ่นให้ข้าอีกเล่า” “ตะ...แต่เหนียงเหนียงเพคะ เต๋อเฟยกับหม่อมฉันนับถือเป็นพี่น้องกัน หม่อมฉันทำร้ายพี่สาวไม่ได้” “เจ้านับถือนางเป็นพี่ แล้วนางเห็นเจ้าเป็นน้องงั้นหรือ อีกอย่างพวกเราเหล่าสนมในวังต่างก็ถือว่าเป็นพี่สาวน้องสาว ร่วมกันถวายการรับใช้ให้ฝ่าบาทอยู่แล้ว ดูอย่างเจ้าเชี่ยวชาญการ ‘ปรุงยา’ ยิ่งนัก ที่ผ่านมาช่วยข้าบำรุงเหล่าพี่สาวน้องสาวตั้งมากมาย จริงมั้ย” “เหนียงเหนียงอย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลยเพคะ” สีหน้าของเหลียงเฟยไม่สู้ดีเมื่อถูกพูดถึงแผลเก่า “หม่อมฉันเลิกปรุงยาไปนานแล้วเพคะ ส่วนเรื่องเต๋อเฟย... เหนียงเหนียงโปรดเมตตาหม่อมฉันด้วย” อี้กุ้ยเฟยหัวเราะเมื่อได้ยินคำว่าเมตตาจากปากเหลียงเฟย “ถ้าเช่นนั้นเมื่อหลายปีก่อนตอนที่เจ้ากับลูกกำลังลำบาก ทำไมนางถึงไม่ช่วยเหลือล่ะ” “ตอนนั้นพี่ซื่อหลานเพิ่งแท้ง...” เหลียงเฟยพูดเสียงอ่อยไม่เต็มปากเต็มคำนัก อี้กุ้ยเฟยจึงตัดบท “ถ้าเจ้าลำบากใจก็พูดออกมาได้เลยตามตรง เฮ้อ... ข้าไม่ดึงเจ้าไปจมของสกปรกหรอกนะ” “พวกไม่เจียมตัวคิดแย่งตำแหน่งฮองเฮาไปจากเหนียงเหนียง ล้วนต้องไม่ตายดีทุกคนเพคะ” หลีกูกู นางกำนัลคนสนิทประจบบ้าง อี้กุ้ยเฟยฟังแล้วถูกใจยิ่งนัก ตบรางวัลให้เสียยกใหญ่ จะมีก็เพียงแต่เหลียงเฟยที่มีสีหน้าไม่สู้ดี นางเป็นเพียงมเหสีชาวฮั่น ถึงจะไต่เต้ามาไกลและมีโอรสถวายฝ่าบาท แต่ไม่มีปากไม่มีเสียงจะโต้แย้งขัดขืนใดๆ ทำได้เพียงไหลตามกระแสคนที่มีอำนาจไปเรื่อยๆ เพื่อปกป้ององค์ชายแปด แล้วยิ่งเกิดกรณีถอดยศรัชทายาททำให้บรรยากาศในวังหลังทวีความเครียดขึ้น องค์ชายแปดบอกผู้เป็นแม่อย่างชัดเจนว่าต้องการบัลลังก์ เหลียงเฟยจึงต้องเลือกยืนข้างลูกชายเพื่อไปให้ถึงเป้าหมาย สิ่งแรกที่ต้องทำคือแสดงความภักดีต่ออี้กุ้ยเฟย ช่วยพระนางกำจัดขวากหนามแม้ว่าเต๋อเฟยทรงมีน้ำใจไมตรีให้มาโดยตลอดก็ตาม “เอ่อ... งั้นเอาอย่างนี้ดีหรือไม่เพคะ สองเดือนหน้าก็จะถึงวันเกิดขององค์ไทเฮาแล้ว ทางกรมพิธีการตระเตรียมงิ้วสิบกว่าคณะจากทั่วแผ่นดินมาเพื่อถวายความสำราญ หม่อมฉันจะใช้โอกาสนั้นทูลขอฝ่าบาทให้แต่งตั้งเหนียงเหนียงขึ้นเป็นฮองเฮา และหม่อมฉันจะกำจัดเสี้ยนหนามให้เรียบร้อยในคราวเดียว... เพื่อเหนียงเหนียงเพคะ” “ดี เจ้าก็ไปจัดการซะ ทำให้ได้อย่างปากว่าล่ะ ไม่อย่างนั้นเจ้าคงไม่จำเป็นต้องมีปากไว้ฉอเลาะข้าอีก” อี้กุ้ยเฟยหมุนกำไลหยกล้ำค่าไปมา ดวงตาเป็นประกายร้ายกาจขณะจ้องมองนางสนมชาวฮั่นต่ำต้อย “กลับไปได้แล้วไป ข้าเหนื่อยแล้ว จะพักผ่อน” “เพคะ” [1] พระสนมขั้นที่ 4 ซึ่งลำดับขั้นของสนมในสมัยชิงมีทั้งหมด 8 ขั้น ไล่จากสูงไปต่ำได้แก่ ฮองเฮา, หวงกุ้ยเฟย, กุ้ยเฟย, เฟย, ผิน, กุ้ยเหริน, ฉางไจ้, และตาอิ้ง [2] ตำแหน่งองค์ชายชั้น 5 ซึ่งเป็นโอรสที่ประสูติจากนางสนม
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD