Chapter 2 ทูนหัว 2/4

1757 Words
[ บันทึกของคาวิน ] หลังจากรษาหยุดสะอื้นไห้เธอก็เข้าเรียนในภาคบ่าย ส่วนผม...เธอก็ไล่ให้กลับไปรอที่ห้อง ถึงเวลาค่อยมารับตอนซ้อมเชียร์เสร็จ ผมเองก็ไม่อยากขัดใจเธอด้วยเห็นว่าอารมณ์ของหญิงสาวตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ผมจะขัดเธอได้จึงยอมกลับไปรอที่คอนโดแต่โดยดี ผมนั่งคิดทบทวนอดีตที่ผ่านมา สุดท้ายจะเป็นยังไงก็ตาม ถ้ารษายังต้องการผม ...ผมก็จะอยู่ข้าง ๆ คอยดูแลเธอแบบนี้ เมื่อถึงเวลาผมก็ขับรถยนต์เข้ามาในบริเวณลานจอดรถใกล้ตึกเรียนนิเทศศาสตร์ ดวงตาคมกริบมองไปรอบ ๆ บริเวณที่แต่เดิมเคยเป็นที่ฝึกซ้อมหรีดเดอร์ของคณะนิเทศศาสตร์ ทว่าบริเวณดังกล่าวไม่มีวี่แววของการซ้อมแต่อย่างใด “ขอโทษนะครับ” ผมทักสาวสวยในชุดนักศึกษา เสื้อรัดอกแทบปริกระโปรงสั้นแค่คืบ รองเท้าส้นสูงสีดำ เธอยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้คงหวังทอดสะพานล่ะมั้ง “คะ?” “พอดีผมอยากถามว่า หรีดคณะเขาไปซ้อมเชียร์กันที่ไหนครับ” ผมไม่สนใจสายตานั้น ต้องการคำตอบให้เร็วที่สุด “อ๋อ วันนี้เห็นว่างดซ้อมนะคะ” คำตอบของผู้หญิงตรงหน้าทำให้ผมขมวดคิ้ว …ถ้างดซ้อม แล้วรษาจะไปอยู่ที่ไหน? สมองส่วนความคิดทำงานอย่างหนัก ใบหน้าหล่อเหลาแสดงออกถึงความกังวลอย่างเห็นได้ชัด “อ้อ ขอบคุณมากครับ” ผมไม่ลืมเอ่ยขอบคุณสาวหุ่นสะบึมก่อนจะรีบเดินไปที่รถ หยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเลข 1 ค้างไว้ก่อนที่หน้าจอจะเปลี่ยนเป็นการโทรด่วนเบอร์ที่ตั้งเอาไว้ ตู้ด... ตู้ด... “รับสิ รษา” เสียงสัญญาณดังขึ้นต่อเนื่องหลายครั้ง ผมกดโทรออกซ้ำ ๆ กว่าห้าครั้ง เมื่อคนปลายสายไม่มีวี่แววว่าจะรับโทรศัพท์จึงเข้าไปเช็คที่เฟสบุ๊คและไอจีของเธอ ปรากฏว่ารษาเช็คอินที่ X PUB นั้นยิ่งทำให้ผมรู้สึกไม่สบายใจ และร้อนรน ผมรีบกระชากรถออกไปทันทีปากก็พึมพำกับตัวเอง “หวังว่าคงไม่ทำอะไรบ้า ๆ นะ รษา” ณ สถานบันเทิงที่เรียกได้ว่าเป็นอันดับ 1 ของจังหวัด ร่างบางในชุดเสื้อสายเดี่ยวสีแดงเพลิงปักเลื่อมทั้งตัว กางเกงหนังรัดรูปเอวต่ำสีดำ กับรองเท้าบูทหนังสีดำมันแผล็บ โยกย้ายไปตามเสียงเพลงคลอเคลียเสา เป็นภาพที่ปลุกความหื่นกระหายในตัวผู้ชายทุกคนได้เป็นอย่างดี ‘วู้ว ๆ’ เสียงเซ็งแซ่ของผู้ชายในผับโห่รองเมื่อผีเสื้อราตรีสยายปีก ‘เซ็กซี่จังเลยคร้าบ วู้ว ๆ’ ผมผลักประตูเข้ามาในสถานบันเทิงยามค่ำคืนของ ‘คอปเปอร์’ ลูกพี่ลูกน้องของผมก่อนที่สายตาคมกริบจะจับจ้องไปยังเวที ภาพที่ผมเห็นมันทำให้หัวใจดวงโตร่วงหล่นบนพื้นเอาเสียดื้อ ๆ “รษา” ร่างสูงใหญ่เบียดเสียดผู้คนที่คึกคะนองด้านล่างตรงไปหาชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนยิ้มอย่างมีความสุข “ไอ้เฮีย มึงปล่อยให้รษาขึ้นไปเต้นบนนั้นได้ยังไง” ผมกระชากเสียงใส่ลูกพี่ลูกน้องอย่างหัวเสีย “เออน่า กูดูอยู่ ไม่เป็นไรหรอก” คอปเปอร์พูดขึ้นแต่กลับไม่ได้ทำให้ผมสบายใจเลยสักนิด “ฝากไว้ก่อนเถอะมึง กูจะกลับมาคิดบัญชีกับมึงทีหลัง” ผมชี้หน้าลูกพี่ลูกน้องอย่างคาดโทษ ใคร ๆ ก็รู้ว่าผมหวงรษาแค่ไหน ยิ่งเห็นรษาในสภาพแบบนี้ ยิ่งอยากจะต่อยกับไอ้คนที่อนุญาตให้รษาขึ้นไปโยกย้ายตามเสียงเพลงให้ผู้ชายนับร้อยนับพันจับจ้อง และส่งเสียงโห่ร้องชอบใจ ถ้าไม่ติดว่าเป็นพี่น้องหมัดหนัก ๆ นี้ได้ปล่อยใส่หน้าหล่อ ๆ ของคอปเปอร์แน่ ๆ ผมกระโดดขึ้นไปบนเวทีถอดเสื้อแจ็กเก็ตยีนที่ใส่ติดตัวมาด้วยคลุมทับร่างบางที่กำลังเต้นอยู่ ‘โห่...~’ เสียงโห่ร้องดังขึ้นอย่างขัดใจ “รษา!” ผมตะโกนแข่งกับเสียงเพลงที่ดังกระหึ่ม กลิ่นเหล้าโชนมาเตะจมูกโด่งจนต้องย่นจมูก ไม่รู้ว่ากินไปเยอะแค่ไหนถึงมีสภาพเป็นแบบนี้ “ธี ... ธีเหรอ?” คำถามนั้นทำให้ผมถึงกับฉุนอยากบีบคอระหงของเธอเสียตอนนี้ เมื่อมองดี ๆ แล้วว่าไม่ใช่คนที่เธอเอ่ยชื่อเธอจึงระบายยิ้มหวานเยิ้ม “ม่ายช่ายธีนี่ คาวินนี่เอง...” หญิงสาวใช้นิ้วจิ้มแก้มตอบของผม อาจจะเป็นผลพวงจากแอลกอฮอล์ที่เธอดื่มเข้าไปหรืออะไรก็ตาม ดวงตาหวานหยาดเยิ้มมองไปที่ริมฝีปากรูปกระจับสีชมพูธรรมชาติ และประโยคที่ผมไม่คิดว่ามันจะออกจากปากของเธอก็ดังขึ้น “มามะ ขอจูบหน่อย...” ปากบางกำลังจะฉกริมฝีปากของผมแต่ผมกลับเบือนหน้าผละออกไป ...ไม่ชอบใจที่เธอเป็นแบบนี้ “รษา พอแล้ว กลับบ้าน” ผมรวบมือบางของรษาเอาไว้ เมื่อหญิงสาวขัดขืน เธอกำลังสนุกกับเพลงที่มันกระหึ่ม ซึ่งตอนนี้ถูกสั่งปิดไปเรียบร้อยแล้ว “ฉานม่ายกลาบ... ฉานจาเต้นต่อ...” เสียงหวานยานคางจนแทบฟังไม่รู้เรื่อง “พอแล้ว เมามากแล้วเนี่ย” ผมอยากจะจับเธอตีก้นนัก นี่ถ้าไม่ใช่ผับของคอปเปอร์ ป่านนี้คงโดนเสือโดนตะเข้คาบเอาไปกินก่อนที่ผมจะมาถึงด้วยซ้ำ “ม่ายเมา! จะเต้นต่อ อึก” ปกติรษาจะไม่ค่อยดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเธอมองว่า รสชาติของมันช่างไม่น่ากระดกลงไปได้เลย แต่เพราะเหตุการณ์เมื่อตอนกลางวันทำให้เธอต้องเป็นแบบนี้ ผมรวบอุ้มตัวคนดื้อที่ไม่ยอมกลับบ้านขึ้นในท่าเจ้าสาวก่อนจะเดินลงจากเวทีไปทางหลังร้าน ‘โห่...~’ เสียงหนุ่ม ๆ โห่ส่งท้ายอย่างไม่พอใจในการกระทำของผม หากมีเวลาสักนิดผมก็อยากซัดพวกมันทีละหมัดที่บังอาจมองผู้หญิงของผมด้วยสายตาแบบนั้น “ปล่อย...” รษายังดิ้นไม่หยุดจนต้องจับยัดร่างของเธอเข้าไปในรถก่อนจะปิดประตูผมยังย้ำเธอด้วยน้ำเสียงเกรี้ยวกราดพร้อมกับชี้หน้าอย่างคาดโทษ “อย่าออกมาเด็ดขาด งั้นเจอดีแน่” ผมรีบวิ่งมานั่งประจำฝั่งคนขับก็พบว่า คนตัวเล็กกำลังร้องไห้อยู่ ผมแค่ชำเลืองมองแต่ไม่พูดอะไร รู้ว่าเหตุการณ์ตอนนี้ทำให้เธอเสียใจมาก ผมเองก็รู้สึกไม่ดีที่เธอเป็นแบบนี้ ...เมื่อไหร่เธอจะตัดใจจากไอ้ธีได้สีกทีวะ “ฮือ...” “...” “ไอ้ธี ไอ้บ้า! ทั้ง ๆ ที่ฉันรักนายแท้ ๆ... ฮึก ๆ” รษาเพ้อออกมาในขณะที่ยังหลับตาอยู่ ประโยคบ้า ๆ พวกนั้นมันทำให้ผมเผลอเหยียบคันเร่งและกำพวงมาลัยแน่น “…แต่นาย... ฮึก นายไม่เห็นฉันอยู่ในสายตาเลย ฮือ...” เรื่องนี้คงโทษใครไม่ได้มันเป็นปัญหาเรื้อรังของทั้งสามคน การกระทำของทุกคนไม่มีใครผิดหรือถูกหากมองในแง่ของความเป็นจริง ผมเองก็ไม่สามารถตัดใจจากรษาได้ รษาก็ยังรู้สึกรักไอ้ธีอยู่ทั้งที่มันเคยบอกไปแล้วหลายครั้งว่ามันรักครูปิ่น มันคือ พิษที่ไม่สามารถใช้ยาปฏิชีวนะอะไรรักษาได้เลย เมื่อรู้ตัวว่าความเร็วของรถพุ่งสูงเกิน 140 กิโลเมตรต่อชั่วโมงผมจึงค่อย ๆ ลดความเร็วลงเนื่องจากอันตรายที่อาจจะตามมา “อึก ฉันพยายามทำทุกอย่าง ฮึก ๆ แต่นายไม่เคยรักฉันเลย ฮือ...” น้ำตาที่ไหลอาบแก้มนวลทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปเช็ดออกด้วยความอ่อนโยน “...ไม่เคย ไม่เคยเลย” “...ใช่ ...ไม่เคยเลย” ผมเอ่ยเสริมอย่างแผ่วเบา มือหนาเอื้อมมาลูบผมหนาเบา ๆ ราวกับฝ่ามือนี้ทำให้เธอสงบลงได้ ลมหายใจที่สม่ำเสมอทำให้ผมวางใจ และหันมาตั้งใจขับรถกลับคอนโดแบบไม่รีบร้อน ยังไงรษาก็อยู่กับผมแล้วไม่มีอะไรต้องห่วงอีก สักพักเสียงของคนที่คิดว่าหลับไปแล้วก็ร้องดังขึ้นมาอีก “ร้อน!” มือเล็กปัดเสื้อแจ็คเก็ตยีนออกจากตัว ก่อนจะลงมือดึงทึ้งเสื้อสายเดี่ยวของตัวเองราวกับรำคาญมัน “อื้อ ร้อน...!” “เฮ้ย! รษา ใจเย็น ๆ” ผมพยายามรวบมือบางเอาไว้ด้วยมื้อข้างเดียวส่วนอีกข้างต้องบังคับพวงมาลัยรถสายตาก็คอยชำเลืองมองคนตัวเล็กที่ตอนนี้ดึงเสื้อจนสายเดี่ยวเส้นสปาเก็ตตี้ขาดออกไปข้างหนึ่งเผยให้เห็นเต้างามข้างที่สายหลุดไป “ร้อน... อื้อ...” “รษา อยู่นิ่ง ๆ” ผมกลืนน้ำลายอึกใหญ่แล้วพยายามควบคุมสติที่มี การกระทำของเธอ และสิ่งที่เห็นส่งผลให้ลูกชายของผมตื่นมาดุนกางเกงจนเห็นเป็นลำชัดเจน “อื้อ” รษายีผมตัวเองอย่างไม่รู้ตัวการกระทำนี้ ทว่าผมกลับมองว่ามันโคตรเซ็กซี่ ผมไม่เคยเห็นรษาในมุมแบบนี้มาก่อน แต่นั้นมันส่งผลเสียกับทั้งตัวผมและเธอมากกว่า “เชี่ยแล้วไอ้วิน ทำไงดีวะเนี่ย” ผมก้มมองลูกชายของตนเองสลับกับเต้าอิ่มของรษาแล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก มันปวดหนึบไปหมดจนอึดอัดตัวผมในตอนนี้ก็ร้อนรุ่มไม่ต่างจากหญิงสาว ถึงกระนั้นผมก็ไม่อยากเป็นคนฉวยโอกาสตอนที่เธอเมาทำในสิ่งที่เห็นแก่ตัว ทุกครั้งที่ขอไปนอนห้องเดียวกับรษาจะมีก็แค่กอดและหอมบ้างเท่านั้น แต่ไม่คิดจะทำเรื่องอย่างว่า ‘ถ้าเธอไม่เต็มใจหรืออนุญาต’ หลังจากออกมาจากห้องนอนของรษา บางวันผมก็ต้องช่วยตัวเอง บ้างก็ออกไปหาสาว ๆ มาปรนเปรอให้หายร้อนรุ่มบ้าง จนผมแอบคิดว่าตัวเองเป็นโรคจิตไปแล้ว ไม่รู้ทำไม พอเวลาเข้าใกล้รษา ผมก็อยากฟัดเธอ อยากจะจับเธอกินไปทั้งตัว ที่น่าตลกที่สุดคือ บางครั้งตอนมีอะไรกับผู้หญิงคนอื่นยังเผลอครางชื่อรษา ออกมาจนเด็กของผมบางคนโกรธไปก็มี แต่บางคนก็เข้าใจจุดยืนของตัวเองขอแค่ได้อยู่กับผมพวกเธอก็ไม่สนอะไรแล้ว ...ทำไมผมรู้สึกว่าตัวเองเลวจังเลยวะ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD