EP 4/6 ลิ้นกับฟัน

1199 Words
“ยัยติงต๊องเอ๊ย” เขาว่าหล่อนเลยถูกแย่งขาหมูกรอบๆ ไปจากจานทั้งที่ตักมันมาแล้ว “ค่าที่คุณว่าฉัน คุณต้องสละขาหมูชิ้นนี้ให้ฉัน เพราะว่าฉันเป็นสตรีร่างบอบบางที่สมควรอย่างยิ่งในการขุนให้อ้วนพี” “เชิญ...” เขาเอ่ยอย่างระอา เอื้อมมือไปตักเอาขาหมูอีกชิ้น ทว่าส่วนที่กรอบและอร่อยได้ถูกตักไปจนสิ้นแล้วด้วยช้อนของปรายรุ้ง หนุ่มสาวรับประทานมื้อค่ำในตอนหกโมงเย็น กว่าจะเสร็จสิ้นก็ปาเข้าไปทุ่มเศษๆ “แน่ใจนะว่าคุณจะไม่เอาขนมเค้ก” “กระเพาะฉันไม่ใช่กระเพาะหมูนะ มื้อนี้ฉันกินเยอะแล้วจริงๆ” ปรายรุ้งเบะปากใส่ ก้มลงมองท้องของตัวเองแล้วส่ายหน้า มันยื่นออกมาน้อยๆ ราวกับสตรีมีครรภ์ไม่มีผิด “ฉันดูเหมือนคนท้องอ่อนๆ” “ไม่...ฉันว่าน่าจะสักห้าเดือน ฮ่าๆๆ” “คุณโชกุน!” ปรายรุ้งร้องโอดโอย วางจานขนมเค้กลงอย่างเคืองๆ เธอเก็บจานชามเข้าไปล้างโดยที่ชลกรทำเพียงแค่ส่งกำลังใจและรอยยิ้มหวานๆ มาให้ อย่าได้ฝันว่าเขาจะมาช่วยเธอล้างจาน นั่นมันละครย่ะ ไม่ใช่ความจริง ล้างจานเสร็จก็แวบขึ้นไปเอาบางอย่างบนห้อง เธอเอาเงินที่เก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินออกมาส่วนหนึ่งแล้วรีบลงมาข้างล่าง ชลกรนั่งดูโทรทัศน์อยู่อย่างสบายอารมณ์ เขาไม่เหมือนคุณโชกุน เพลย์บอยมาดโก้ที่นั่งกกสาวนั่งดริงก์ที่ DC เลยสักนิด “เธอไปไหนมา” “ก็ล้างจานสิ เพราะไม่มีคนช่วยฉันล้าง” “เอ้า...ก็เธอไม่บอกนี่ หึๆๆ” “เชื่อตายละ เอานี่...เงินของคุณ คืนก่อนสองพันนะ” ชลกรมองธนบัตรสองใบที่ถูกยื่นมาตรงหน้าอย่างงงๆ “ไม่ต้องคืนก็ได้ ฉันไม่ได้เดือดร้อนอะไร เธอเอาไว้ใช้ก่อน” เขาเอ่ยจากใจจริง เงินไม่กี่พันไม่ทำให้ขนหน้าแข้งร่วงหรอก แจกทิปสาวๆ ที่ DC คืนละเป็นหมื่นยังไม่เสียดายเลย “จะบ้าเหรอ ไม่เอาได้ยังไง ฉันยืมนะไม่ได้ขอ อีกอย่างน่ะ คุณจะเอาเงินมาให้ฉันเฉยๆ ไม่ได้ เราไม่ได้เป็นอะไรกัน” เอ่ยปฏิเสธแล้วยัดเงินใส่มือเขา ชายหนุ่มรับมาอย่างเซ็งๆ รู้ว่าปรายรุ้งลำบาก เขาพอช่วยได้ก็อยากจะช่วย “กลับเถอะค่ะ มันค่ำแล้วนะ ฟ้ามืดแล้ว” “ฉันต้องกลับบ้านก่อนสามทุ่มหรือไง ฉันโตแล้วนะ” เขาบ่นไปเรื่อย ก็ยังไม่อยากกลับนี่นา ยังอยากอยู่คุยเล่นกับปรายรุ้งก่อน อยู่กับหล่อนแล้วสบายใจบอกไม่ถูก “ฉันอยู่บ้านคนเดียว เกรงว่าจะไม่เหมาะนะคะ” เธอให้เหตุผล เดินนำเขาไปที่รั้วบ้าน รับรู้ได้ว่าชลกรยังไม่อยากกลับ แต่มันไม่ค่อยปลอดภัยหากจะให้เขาอยู่ต่อ เธอไม่ได้กลัวเขาหรอกนะ แต่กลัวใจตัวเองมากกว่า “วันนี้ฉันสนุกมากเลย ขอมาอีกได้ไหม” “ยากหน่อยนะ เพราะฉันต้องทำงานที่ DC ไม่ได้มีวันลาได้บ่อยๆ วันหยุดก็คงตีรถไปหาพ่อ” “งั้นถ้าเธอหยุด ฉันขอพาเธอไปหาพ่อได้ไหม” “ทำไม” ถามเขาเสียงแผ่ว ความรู้สึกบอกว่าสิ่งที่เขาเอ่ยอาสามันไม่ธรรมดา “ไม่รู้สิ...รู้แค่ว่าอยากไปน่ะ” ปรายรุ้งยิ้มเขิน มันหยุดยิ้มไม่ได้เลย “ไว้จะคิดดูนะคะ” “อือ...แล้วเอ่อ...ที่เธอบอกว่า ฉันให้เงินเธอไม่ได้เพราะเราไม่ได้เป็นอะไรกันนั่นน่ะ ถ้าเกิดว่า...ถ้าฉันอยากเป็นอะไรกับเธอบ้าง ฉันต้องทำยังไง” เป็นคำถามที่ทำให้ปรายรุ้งต้องอ้าปากหวอ มันหมายความว่าอย่างไรกัน นี่เขาจะจีบเธออย่างนั้นหรือ “อ่า...ก็คง...ทำตัวดีๆ มั้งคะ” บอกแล้วยิ้มกว้างกว่าเดิม มือไม้เริ่มจับกันพัวพันยุ่งเหยิง แก้มร้อนผ่าวอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน “จริงนะ” “อือ...” ชลกรยิ้มบ้าง เขาเองก็หุบยิ้มไม่ได้เหมือนกัน รู้สึกเหมือนมีผีเสื้อบินวนในช่องท้อง เหมือนตัวเองตัวเบาเหมือนนุ่นที่พร้อมล่องลอยไปตามลม “ไว้เจอกันที่ DC นะ ฉัน...จะพยายามทำตัวดีๆ” “น่าเชื่อซะไม่มี” “ฉันทำได้น่า จริงๆ” เขายืนยัน แต่ปรายรุ้งส่ายหน้า “ถ้ามันยากนักก็อย่าฝืนเลยค่ะ ฉันไม่มีค่าพอสำหรับใครหรอก ไม่ต้องพยายามเพื่อฉัน ฉันกลัวว่ามันจะมากไปจนรับไม่ได้” ความประหม่าเริ่มเกาะกินใจปรายรุ้ง เขาเป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ เขาอยู่ในสังคมชั้นสูง ส่วนเธอเป็นแค่สาวเสิร์ฟที่ DC “เธอน่ารักนะปรายรุ้ง” ไม่พูดเปล่าๆ แต่ไล้ปลายนิ้วเรียวที่ไม่เคยกรำงานหนักลงกับแก้มบางๆ ของปรายรุ้ง เส้นขนอ่อนบริเวณนั้นพากันลุกเกรียว “ฉันจะไม่หลงคารมคุณเด็ดขาด” “เธอต้านทานมันไม่ไหวหรอกคนดี” “ฉันจะเข้มแข็งให้มาก และควรไล่คุณกลับได้แล้ว” ชลกรยิ้มขันเมื่อได้ฟัง เขาเดินออกนอกรั้วช้าๆ ยอมรับว่าไม่อยากกลับเลย “ฉันอยากให้เธอไปทำงานด้วยกันนะ เธอจะได้พิสูจน์ไงว่าการทำตัวดีๆ ของฉันมันเป็นยังไง” “ฉันคงได้น้ำตาเช็ดหัวเข่าแน่ๆ ถ้าอยู่ใกล้คุณเกินวันละสามชั่วโมง” “ช่างประชด” เขาสวนทันควัน เฝ้ามองวงหน้าเนียนที่ไร้เครื่องสำอางอย่างพิจารณา หล่อนดูงดงามเหลือเกินยามไม่แต่งหน้าแต่งตาอย่างนี้ “เธออาจจะเป็นสุขแล้วยิ้มทั้งวันก็ได้” “ฉันไม่ใช่คนบ้านะคุณโช” เธอบอกขำๆ เลื่อนประตูเหล็กดัดที่สูงท่วมศีรษะให้ปิดลง ชลกรยังยืนอยู่ตรงนั้น ยังไม่ยอมไปขึ้นรถ “ถ้าเธอลำบากเรื่องอะไร บอกฉันนะ ทุกเรื่องเลย” เขาบอกจริงจัง แค่อยากเป็นคนที่หล่อนนึกถึงตอนที่เป็นทุกข์เท่านั้น แค่ให้หล่อนนึกถึงเขาบ้าง เขาก็ดีใจแล้ว “ค่ะ คุณเป็นเพื่อนที่ดีมาก แม้ว่าฉันจะไม่ได้ร่ำรวยเหมือนคุณก็ตาม” “ฉันไม่ได้คบคนที่ฐานะสักหน่อย และที่สำคัญ ฉันไม่มั่นใจสักนิดว่าอยากคบเธอเป็นเพื่อน” ปรายรุ้งใจเต้นแรงเมื่อได้ฟัง “หรือคะ...” “เธอเข้าใจที่ฉันพูดใช่ไหม” “เอ่อ...หลับฝันดีนะคะคุณโช” บอกเขาแล้วหันหลังกลับเข้าบ้าน รอยยิ้มยินดียังปรากฏทั่ววงหน้างาม แต่ไม่ยอมหันกลับไปอีกแม้ว่าชลกรจะร้องเรียกก็ตาม เธอกลัว กลัวว่าเขาจะเห็นความสุขที่กำลังระบายอยู่บนวงหน้าของเธอ เวลาเพียงข้ามวันที่ได้อยู่ใกล้กัน ทำไมถึงมีอำนาจมากมายขนาดนี้ ทำไมหัวใจของเธอถึงกล้าเปิดรับเขาเข้ามาอย่างง่ายดาย โธ่ใจเอ๋ย...ช่างไม่กลัวความผิดหวังบ้างเลย...
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD