EP 4/3 ลิ้นกับฟัน

1064 Words
ติ๊ง!! เสียงข้อความเข้า เรียกความสนใจของทรายทอง หญิงสาวยกสมาร์ตโฟนขึ้นดู สลับกับใบหน้าเขา และสมาร์ตที่เขาถืออยู่ ดูเหมือนว่าเขากำลังโอนเงินให้กัน “สำหรับเมื่อเช้า และเพิ่มให้อีกหน่อยเป็นค่าอารมณ์ของเธอ ฉันซื้ออารมณ์บูดๆ นั่น ทิ้งมันซะ อย่าพามันไปหาลูกค้าของฉันเลย” เขาเอ่ยอย่างจริงจังในอย่างหลัง เพราะไม่ต้องการให้คู่ค้าที่กำลังจะไปพบ ต้องเผชิญกับอารมณ์บูดๆ ของคู่ควงเขา การสละทรัพย์อันน้อยนิดเพื่อแลกกับทรัพย์ก้อนใหญ่จึงเป็นสิ่งที่เขาควรทำอย่างยิ่ง “คิดว่าเงินนี่จะฟาดหัวฉันได้หรือยะ” “อย่าคิดแบบนั้นสิ มีเลขศูนย์ตั้งห้าหกตัวนะ” “เชอะ! ฉันไม่เอาหรอก” เบะปากใส่เขาอย่างอวดดี “แน่ใจเหรอ เอาไปต่อทุนได้นะ” “ไม่!” ยืนยันเสียงกร้าวแกร่ง แต่แอบเหล่มองตัวเลขในข้อความแวบหนึ่ง “โอเค...ไม่ก็ไม่ งั้นโอนคืนมา” “เอาก็ได้!” ทรายทองรีบเอ่ย อารมณ์ดีขึ้นมาห้าสิบเปอร์เซ็นต์ เพราะนอกจากค่าเสื้อผ้าที่ยังเหลือแล้ว เธอยังมีทุนสำหรับการไปคลายเครียดที่บ่อนก้อนใหญ่ๆ “หายอารมณ์บูดหรือยัง” “หายแล้วค่า” ตอบเขาชัดๆ เอียงร่างไปแนบชิดต้นแขนกำยำที่อยู่ใต้เชิ้ตเนื้อดี ซุกใบหน้าเข้าหาต้นแขนเขา ถูไถเบาๆ เหมือนแมวน้อยกำลังอ้อนเจ้าของ นิคเหลือบมองไปด้านหลังก็ต้องอมยิ้ม ดีใจที่ได้เห็นรอยยิ้มของอังเดร แม้ว่ามันจะบางเบาก็ตาม และเมื่อบังเอิญสานสบสายตากับผู้เป็นนาย ก็ต้องรีบเบนสายตากลับมายังท้องถนนเช่นเดิม “ฉันซื้อบ้านไว้หลังหนึ่ง เผื่อเธออยากไปอยู่” “บ้านหรือกรงคะ รู้ทันน่า” คนสวยยอกย้อนพร้อมยิ้มเจ้าเล่ห์ อังเดรได้แต่ส่ายหน้าระอา “บ้านก็บ้านสิ ฉันจะแวะไปหาบ่อยๆ” “บ้านทรายก็เปิดต้อนรับคุณเสมอ ทำไมต้องทำให้มันยุ่งยากด้วยละคะ” “เธอนั่นแหละทำให้มันยุ่งยาก” หญิงสาวส่ายหน้าบ้าง “ไม่อยากคุยเรื่องนี้ คุยทีไรก็ทะเลาะกัน ทรายเบื่อ” “ฉันก็เบื่อ” เขาโต้กลับอย่างระอาเหลือ “จอดข้างหน้าทีนิค ลงไปซื้อยาที่ว่านั่นด้วย” เขาหมายถึงยาบางอย่างที่ได้โทรคุยกับนิคแล้วทางโทรศัพท์ ตั้งแต่ตอนที่สั่งให้นิคเอารถมารอที่หน้าบ้านของทรายทอง นิคจอดรถแล้วลงไปชั่วครู่ ก่อนจะกลับเข้ามาพร้อมกับซองกระดาษขนาดเท่าฝ่ามือ เขาส่งมันให้เจ้านายที่อยู่เบาะหลัง แล้วเริ่มขับรถต่อ สองมือแกร่งบังคับพวงมาลัยให้มันแล่นไปตามทางที่ใช้แล่นออกนอกเมือง “นั่นน้ำ” เขาชี้ไปยังขวดน้ำที่เสียบอยู่ตรงบาร์เล็กๆ ภายในห้องโดยสาร “นี่ยา กินซะ เธอจะได้ปลอดภัยจากการมีเด็ก” อารมณ์บูดๆ ของทรายทองกลับมาอีกครั้งอย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอกัดฟันแน่นแล้วดึงเอาห่อยามาแกะดู อ่านสรรพคุณบนฉลากเสร็จก็แกะมันออกจากสิ่งห่อหุ้ม กำมันไว้ในมือ ก่อนจะขว้างออกไปทางหน้าต่าง ฟิ้ว... “นี่เธอ!?” อังเดรไม่รู้จะพูดอย่างไรกับสถานการณ์นี้ มันเกินกว่าที่เขาคาดคิดไว้ “นั่นมันยาคุมแบบฉุกเฉิน และฉันจะไม่กินหรอกนะในเมื่อมันไม่สามารถป้องกันอะไรๆ ได้แล้ว กินไปมดลูกก็พังเปล่าๆ” “พูดอะไรของเธอ” “ก็ยานั่นต้องกินภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งฉันรู้ดีว่าไม่สามารถเอาวันเวลาที่ผ่านไปแล้วกลับมาได้ค่ะอังเดร” “เรียกฉันว่าเอื้อ!” เขาท้วงจริงจัง ไม่ชอบเวลาที่หล่อนเรียกเขาด้วยชื่อนั้น มันเหมือนจะผลักเขาให้กลายเป็นคนอื่น และที่สำคัญกว่านั้น หล่อนแทนตัวเองว่า ‘ฉัน’ อีกแล้ว ทรายทองเม้มปากแน่น พยายามไม่โกรธมากกว่าที่เป็นอยู่ เพราะความโกรธของอังเดรทำหน้าที่แทนความโกรธของเธอไปแล้ว เธอต้องสงบสติอารมณ์และใช้น้ำเย็นเข้าลูบ “ทรายไม่กินค่ะ มันไม่มีประโยชน์แล้ว ถ้าคุณโชคดี เขาคงจะไม่มาเกิดกับทรายหรอกค่ะ” “แล้วถ้าฉันโชคร้ายล่ะ” เขาถามห้วนๆ คราวนี้ทรายทองนั่งเงียบ เพราะไม่รู้จะตอบอย่างไรดี ไม่อยากคิดว่าการที่เธอมีลูกขึ้นมาจะกลายเป็นความโชคร้ายของเขา ไม่อยากให้เด็กบริสุทธิ์คนหนึ่งต้องมีมลทิน “ถ้าคุณไม่ต้องการมีความสัมพันธ์อย่างปกติกับเด็กคนหนึ่งที่เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของคุณ ทรายก็จะไม่ทำให้มันเป็นปัญหา คุณไม่ต้องกังวลไปหรอกค่ะ ทรายรู้ดีว่าการเป็นลูกที่พ่อแม่ไม่ต้องการน่ะ มันทรมานแค่ไหน” “เธอไม่มีวันเข้าใจหรอก! ไม่มีวัน!” ทรายทองตกใจเมื่อจู่ๆ อารมณ์อันเกรี้ยวกราดมาปะทุอยู่ข้างตัวเธอ อังเดรเหมือนจะโกรธที่เธอบังอาจพูดถึงความทรมานนั้น เขากล่าวหาว่าเธอไม่เข้าใจมัน ทั้งๆ ที่เธอรู้จักความรู้สึกนั้นดี แล้วดูเขาสิ จ้องมาตาขวางขุ่น จะโกรธอะไรนักหนา “อารมณ์คุณขึ้นๆ ลงๆ ยิ่งกว่าพวกผู้หญิงซะอีก” เธอเตือนสติเขาด้วยสติที่ยังมีของตัวเอง อังเดรขยับกายอย่างอึดอัด หลับตาลงไปชั่วนาทีแล้วเปิดเปลือกตาขึ้นมาใหม่ มองไปยังร่างบอบบางของทรายทองที่นั่งอยู่ข้างๆ “ฉันเกลียดการแต่งงาน ไม่ใช่เพราะฉันไม่เคยรักใคร แต่เพราะฉันมั่นใจว่าการแต่งงานจะทำให้มีเด็กเกิดขึ้น และฉัน...เกลียด!” เขาประกาศเสียงดังฟังชัด ทรายทองไม่เข้าใจ ก็แค่เด็ก เขาจะเกลียดอะไรนักหนา หรือเป็นเพราะเด็กนั่นอาจจะเกิดจากแม่อย่างเธออย่างนั้นหรือ “อย่าทำเป็นลืมสิคะว่าครั้งหนึ่งคุณก็เคยเป็นคนที่คุณเกลียด” “ใช่ไง และฉันยิ่งเกลียดที่มันเป็นอย่างนั้น” “คุณมันบ้า!” เธอร้องใส่หน้าเขา หันหน้าหนี เปิดกระเป๋าใบเก่งแล้วหาขวดวิสกี้เล็กๆ ในนั้นมาจิบเบาๆ แต่ยังไม่เบาพอให้อังเดรทำเป็นว่าไม่ได้ยิน
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD