“พ่อหิวข้าวไหม หนูทำอะไรให้กินก่อนกลับ”
“โอย....ไม่ต้องหรอก ไปบ้านเจ้าชดมา กินกับมันมาแล้ว”
“โธ่...พ่อ หัดเกรงใจเขาซะบ้างเถอะ”
“เกรงใจทำไมวะ คนกันเองแท้ๆ ว่าแต่เอ็งมานี่ซิ”
นายประดับกวักมือเรียกบุตรสาวไปคุยกันที่หน้าชาน
ชลกรพยายามเงี่ยหูฟัง เพราะทั้งสองคุยกันไม่ดังนัก เขาไม่ค่อยได้ยิน ปรายรุ้งหน้ายุ่งไม่น้อย เหมือนจะไม่พอใจบิดาบางอย่าง มือเจ้าหล่อนเปิดกระเป๋าสตางค์ออกดู แล้วก็หน้ายุ่งยิ่งกว่าเดิม ก่อนจะเดินกลับมาหาเขา
“มีอะไร”
“คือ...เอ่อคือ...ขอยืมตังค์หน่อยได้ไหมคะ”
น้ำเสียงเจ้าหล่อนเต็มไปด้วยความเกรงใจ ชลกรรู้ในทันทีว่าหากปรายรุ้งมีทางเลือกอื่น คงไม่เอ่ยปากขอยืมเขาแน่ๆ
“ได้สิ เธอจะเอาเท่าไหร่ แต่ฉันไม่แน่ใจว่ามีเงินสดพอไหม” เขารีบล้วงเอากระเป๋าหนังใบหรูออกมาจากกระเป๋ากางเกงช้าง เปิดดูก็พบว่ามีเงินสดอยู่เจ็ดพันบาท
“ขอยืมก่อนห้าพัน สิ้นเดือนคืนให้พร้อมดอกเบี้ย” เธอเอ่ยรัวเร็ว
ชลกรมุ่นคิ้วพลางควักเงินให้สาวเจ้า เขาเดินตามหลังหล่อนมา หล่อนยื่นเงินให้บิดาพร้อมกับเสียงบ่นเบาๆ
“อะไรของแกวะนังปราย บ่นเป็นยายแก่ไปได้”
“ก็พ่อพูดไม่ฟังนี่นา เรือมันเก่าแล้ว เลิกออกทะเลซะทีเถอะ”
“ฆ่าให้ตายเถอะถ้าไม่ให้ออกทะเล” นายประดับว่า
ปรายรุ้งหน้าบูดยิ่งกว่าเดิม “พ่อนี่อะไรก็ไม่รู้ เรือมันเก่าแล้ว ค่าซ่อมไม่คุ้มรายได้เลย ขายๆ ให้คนเก็บของเก่าไปซะแล้วมานอนอยู่บ้านเฉยๆ เถอะ เดี๋ยวหนูเลี้ยงเอง” คนสวยบ่นหน้าเง้าหน้างอ ชลกรเลยได้รู้ว่าปรายรุ้งไม่พอใจเรื่องอะไร
“เฮ้อ...ขายไม่ได้โว้ย แกไม่รู้หรอกว่ากว่าจะได้มันมาข้าต้องเสียอะไรไปบ้าง ขาย...ไม่ได้จริงๆ” ท้ายเสียงมีแววหม่นเศร้าเจือจางอยู่ ปรายรุ้งไม่รู้หรอกว่าเรือลำนี้ใช้สิ่งใดแลกมา และหากรู้ คงไม่ยอมขายมันเช่นกัน
“หนูแค่ไม่อยากให้พ่อเหนื่อย จริงๆ นะ” คนเป็นลูกยอมอ่อนลงให้
“รู้แล้วน่า เอาเถอะ อีกวันสองวันขายกุ้งได้จะคืนให้ ได้ยินไหมพ่อโช”
“ไม่เป็นไรครับพ่อ ผมไม่ได้เดือดร้อนอะไร พ่อเอาไปใช้ก่อนเถอะครับ”
“เอ็งรวยว่างั้น”
ชลกรทำหน้าไม่ถูกเมื่อชายสูงวัยตอกกลับมา
“พ่อ!” ปรายรุ้งปรามบิดา
“อะไรของเอ็งวะ ว่าที่ผัวเอ็งมันรวยก็ดีแล้ว ข้าจะได้สบายใจว่าเขาดูแลเอ็งได้”
“เขาไม่ใช่ผัวหนู!”
ปรายรุ้งร้องดังๆ คร้านจะอธิบาย ส่วนชลกรหัวเราะร่า พออกพอใจนักหนา
“เออๆ ไม่ใช่ก็ไม่ใช่ เมื่อคืนนอนห้องเดียวกันนะโว้ย ข้าไม่เรียกผู้ใหญ่มาคุยกันให้รู้เรื่องก็บุญพวกเอ็งแล้ว” นายประดับมีขู่ คนเป็นลูกยิ่งปวดกบาลมากขึ้นไปอีก
“โอ๊ยพ่อ เขาไม่ใช่ผัว ไม่ใช่คนรัก ที่สำคัญเราจน เขารวย เขาไม่เอาหนูหรอกน่า” ปรายรุ้งสาธยายถึงความจริงที่บิดายังไม่เข้าใจ ท่านโบกมือไล่เพราะคร้านจะฟังคำแก้ต่างของบุตรสาว
“ขับรถดีๆ นะคุณโช”
“ขอบคุณครับ พ่อก็ดูแลตัวเองดีๆ นะครับ”
ชลกรเอ่ยลาพลางยกมือไหว้ นายประดับรับไหว้แล้วหันไปสวมกอดคนที่รอตนอยู่ ปรายรุ้งกอดบิดาแรงๆ นานชั่วนาทีกว่าจะผละออก
“วันหยุดคราวหน้าจะมาหานะคะ ถ้าพายุมาอย่าออกทะเลเด็ดขาดนะ หนูเป็นห่วง”
“เออๆ สั่งอยู่นั่นแหละ เป็นแม่หรือเป็นลูกวะ ฮ่าๆๆ”
ประดับทำทีเป็นหัวเราะทั้งที่กำลังใจหายเพราะลูกสาวกำลังจะไป ปรายรุ้งมาหาท่านได้เดือนละไม่กี่ครั้ง การเป็นคนจนทำให้ปรายรุ้งต้องดิ้นรนทำงาน และท่านก็ไม่อยากให้บุตรสาวต้องมายึดอาชีพชาวประมงเลี้ยงตัว
ปรายรุ้งเป็นผู้หญิงควรเรียนหนังสือให้มาก จะได้มีงานดีๆ และหาผู้ชายดีๆ สักคนแต่งงานด้วย ชลกรนั้นก็ดี แต่ท่านดูออก ผู้ชายคนนี้ท่าทางเจ้าชู้ หากว่าพวกเขาไม่ใช่เนื้อคู่กัน ท่านก็ขอภาวนาว่าในวันที่ต้องจากกัน ขอให้ปรายรุ้งเจ็บปวดน้อยที่สุด เพราะคนเป็นพ่อแม่ ไม่เคยอยากเห็นลูกเป็นทุกข์แม้ครึ่งนาที
หน้าต่างบานกว้างถูกเลื่อนออกจนสุดแล้ว อังเดรยืนอยู่ข้างมัน สายตามองลงไปยังสนามหญ้าเล็กๆ ที่มีหญ้าขึ้นหนาตา หน้านี้หน้าฝนหญ้าจึงโตไว ทรายทองควรจะจ้างคนมาตัด หรือถ้าหาไม่ได้ เขาจะให้คนสวนที่บ้านมาตัดให้ หล่อนไม่ควรละเลยเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง
“โอย...ปิดหน้าต่างได้ไหม ทรายจะนอน ทรายเมาค้าง”
เจ้าของบ้านโอดครวญเสียงเครือ ปรือตาขึ้นมองคนตัวโตที่ยืนอยู่ข้างหน้าต่าง อังเดรคงตื่นนานแล้ว ไม่อย่างนั้นคงไม่มีถ้วยกาแฟในมือ
“มิสเตอร์รูจมาเที่ยวเมืองไทยก่อนกำหนด นั่นทำให้ฉันต้องยกเลิกนัดที่ต่างประเทศ ตอนนี้เขาอยู่ที่พัทยา” เขาเอ่ยไปเรื่อยๆ
ทรายทองลุกขึ้นนั่งช้าๆ เสยผมอันยุ่งเหยิงไปด้านหลังอย่างเซ็งๆ