เสียงที่ออกแนวทะลึ่งทะเล้นดังมาจากรถที่จอดเทียบรถหญิงสาวอยู่ ปรายรุ้งกลอกตามองฟ้า อีตาบ้านี่จะอะไรกับเธอนักหนานะ ชอบกวนประสาทจริงๆ ทำไมสวรรค์ต้องบันดาลให้เขามาเจอเธอในสภาพนี้ด้วย โธ่เอ๊ย!
“อย่าเพิ่งกวนประสาทฉันได้ไหม ไหนๆ คุณก็แวะมาดูแล้ว พอจะรู้จักเบอร์อู่ซ่อมหรือเปล่า ฉันต้องรีบใช้รถ” ปรายรุ้งร้องขอดีๆ เขายังอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตแบบทันสมัยแต่สภาพยับหน่อยๆ คงเพิ่งออกมาจากโรงแรมกับอีหนูสักคนละมั้ง เมื่อคืนเขานั่งดื่มที่ DC จนผับเกือบปิดถึงค่อยกลับ
“ก็พอจะรู้จักละนะ แต่คงอีกนานกว่าจะเรียบร้อย เธอจะอยู่ที่นี่ในสภาพนี้เหรอ เพิ่งไปปาร์ตี้ชุดนอนมาหรือไง”
ชลกร วัฒนากูร บุรุษหนุ่มรูปงามวัยยี่สิบหกเศษๆ แกล้งแซวแล้วอมยิ้ม ด้วยขำแม่สาวร่างบางที่อยู่ในชุดนอนเหมือนสาว หล่อนเหมือนเด็กมัธยมที่ไร้ความเซ็กซี่ในชุดนอนลายการ์ตูน
“แล้วมันนานไหม กว่าจะเสร็จ”
“ไม่รู้สิ ตอนนี้ฉันยังไม่ได้โทรเรียกช่างเลย เธอคิดว่ามันจะนานไหมล่ะ”
ปรายรุ้งหลับตาแน่นเพื่อระงับโทสะจากวาจาพ่อพลเมืองดี
“โธ่...เอาไงดีนะ เอาไงดี” ถามตัวเองรัวๆ แล้วหันไปหาที่พึ่งสุดท้ายที่สวรรค์ส่งมาให้ “เอ่อ...คุณโชกุนคะ คุณจะกรุณาไปส่งฉันหน่อยได้ไหม”
“โอ...ได้สิ ที่ไหนดีล่ะ หึๆๆ” ตอบแล้วหัวเราะน้อยๆ ราวอยากแกล้งให้หล่อนประสาทแตก
ปรายรุ้งพลิกข้อมือดูนาฬิกา และมันทำให้เห็นว่าเธอสายแล้ว หญิงสาวรีบกลับไปเอาข้าวของในรถตัวเอง จัดการปิดล็อกรถให้เรียบร้อยแล้วรีบมาขึ้นรถของเขา
“เธอจะไปไหน”
“ไปมหาลัย...”
“หือ? เธอยังเรียนอยู่เหรอ ว่าแต่...จะไปชุดนี้เนี่ยนะ” เขาท้วงแล้วกวาดตามองคนที่นั่งข้างๆ ปรายรุ้งหน้าเง้า หันมาจ้องตาเขาพอดี
“เถอะน่า ออกรถได้แล้ว เร็วสิ ฉันรีบ!” เธอสั่งพลางเปิดกระเป๋าเครื่องสำอางแล้วละเลงครีมลงบนหน้า ในขณะที่ชลกรยังขับรถไปตามถนนที่คับคั่งด้วยยวดยานพาหนะ ปรายรุ้งจัดการแต่งหน้าทาปากเขียนคิ้ว ในเวลาไม่ถึงห้านาที มันเป็นการแต่งหน้าเพียงบางๆ ไม่ให้ดูโทรมเกินไปในวันที่สองตาคล้ำเป็นหมีแพนด้าอย่างนี้
“กี่โมงแล้วคุณ”
“อีกสิบนาทีแปดโมง”
“เชี่ยละ!! ฉันจะไปทันไหม ถึงไหนแล้วเนี่ย” ถามเขาพลางเก็บเครื่องสำอางเข้ากระเป๋าแล้วเอากล่องดินสอออกมาเช็กความเรียบร้อย ดินสอ ปากกา บัตรนักศึกษาพร้อม แต่สิ่งที่ขาดไปก็คือ “ตายห่า!”
“อะไร! นี่เธอด่าฉันเหรอ” สารถีหันมาถามอย่างงงๆ
“เปล่า! ฉันลืมเอากระเป๋าสตางค์มา โอ๊ย...เวรกรรมแท้ๆ วันนี้มันวันซวยอะไรเนี่ย ตื่นก็สาย รถก็เสีย ดันลืมกระเป๋าตังค์อีก” ปรายรุ้งสาธยายแล้วเพลียใจ
ชลกรหันมองแล้วส่ายหน้าช้าๆ
“มัวแต่โทษเวรกรรม เธอต่างหากที่ทำให้มันเป็นอย่างนี้ เธอตื่นสายเองนะ แถมลืมกระเป๋าเงิน ของสำคัญด้วย ส่วนเรื่องรถน่ะมันเป็นอุบัติเหตุ”
เขาสั่งสอน อาการเมาค้างแทบจะหายเป็นปลิดทิ้ง
“บ้าจริง! รถดันมาติดอีก แล้วฉันจะถึงห้องน้ำตอนไหนเนี่ย” บ่นๆ แล้วชั่งใจ หันมองท้องถนนสลับกับนาฬิกาข้อมือและสารถีจำเป็น ก่อนจะโยนชุดนักศึกษาไปข้างหลังแล้วปีนไปนั่งตรงนั้น
“อะไรของเธอฮะ ฉันไม่ใช่คนขับรถนะ มานั่งข้างหน้าเลย”
“เถอะน่า แป๊บเดียว คุณหันไปสิ ห้ามหันมองมานะ!” บอกเขาเสียงเขียวขณะเริ่มแกะกระดุมชุดนอน ทว่าคนที่อยู่ข้างหน้าหาได้ทำตามไม่ ก็นะ...มีผู้หญิงมาแก้ผ้าอยู่บนรถจะให้เขามองถนนกับผีอะไรล่ะ
“คุณโช! ฉันบอกให้มองข้างหน้าไงเล่า!” ตะโกนบอกเขาแล้วกุมสาบเสื้อเอาไว้
เขายกมือยอมแพ้แต่อมยิ้มแก้มปริ เหลือบตามองถนนสลับกับกระจกมองหลัง หล่อนเปลี่ยนเสื้อเสร็จแล้ว อย่าให้บรรยายถึงหน้าอกหน้าใจที่โผล่แพลมให้เขาเห็น เพราะมันกำลังทำปฏิกิริยาบางอย่างกับเจ้าสิ่งที่อยู่ระหว่างซอกขาเข้าแล้ว
และก่อนที่ชลกรจะได้เลือดกำเดาไหลกับภาพตรงหน้า ภาพต่อมาที่ปรากฏแก่สายตาก็ทำเอาชายหนุ่มแทบจะลืมไปแล้วว่าการขับรถมันคืออะไร!
“โอ...คุณพระ!?”
“อ๊าย! อีตาบ้า! บอกว่าอย่ามองไงโว้ย!”
ร้องด่าแล้วรีบดึงชายกระโปรงให้ลงมาปิดสะโพกขาวๆ มันทำได้ยากนักเพราะสถานที่ไม่ค่อยอำนวยแถมรถยังวิ่งอยู่ตลอด
“ไม่มองได้ยังไงก็เธอใส่จีสตริง!” เขาตะโกนก้องรถแล้วยิ้มกว้าง ไม่น่าเชื่อว่าแม่สาวเสิร์ฟในผับที่เขาชอบกวนประสาท หล่อนจะมีรสนิยมอย่างที่เขาชื่นชอบ มันน่าตื่นเต้นดีออกเวลาได้เห็นแม่สาวผิวขาวนุ่งห่มเสื้อผ้าน้อยชิ้น ยิ่งเป็นคนที่ไม่เคยร่วมเตียงด้วยแล้วละก็ มันยิ่งชวนให้เขาอยากเลี้ยวรถเข้าม่านรูดเสียจริงๆ
“โอ๊ย! ทำไมสวรรค์ต้องส่งคุณมาให้ฉันด้วยนะ! เป็นผู้ชายคนอื่นไม่ได้หรือไง!” ว่าเขาอย่างเดือดดาลแต่สองแก้มกลับแดงเรื่อ รีบเอาชายเสื้อสีขาวยัดเข้าไปในกระโปรง ใส่เข็มขัดแล้วหยิบรองเท้ามาสวมเป็นอันเสร็จเรียบร้อย ท่ามกลางเสียงหัวเราะหึๆ ของชายที่สวรรค์ส่งมาโปรดตัวเอง
“เลี้ยวซ้ายตรงนี้ได้ไหม” เขาถามเมื่อพารถเลี้ยวเข้ามาภายในมหาวิทยาลัยของปรายรุ้งแล้ว
“เออ!” ตอบห้วนๆ หน้ายังบูดเป็นตูดลิง ก้าวขาลงจากรถอย่างเคืองๆ ทว่าเดินไปยังไม่ทันถึงสามก้าวก็เดินกลับมา
กึกๆๆ
เสียงเคาะกระจกรถ ทำให้ชลกรต้องกดเลื่อนมันลง
“มีอะไรให้รับใช้ครับคนสวย”
เขาบอกยิ้มๆ แต่เป็นยิ้มที่ปรายรุ้งอยากเอาปูนมาโบกปากเขาไว้เสีย
“รอฉันด้วย” ยังบอกด้วยเสียงห้วนๆ เช่นเดิม
“เพื่อ?”
เมื่อเขาย้อนเช่นนั้นปรายรุ้งจึงต้องยอมอ่อนข้อ
“ฉันไม่มีตังค์กินข้าวน่ะสิ ไม่มีค่ารถกลับบ้านด้วย ฉันสอบสองชั่วโมงเอง”
ชลกรส่ายหน้า เพราะยังไม่มีเหตุผลที่ดีพอ
“ขออะไรที่สมน้ำสมเนื้อหน่อย”
ปรายรุ้งเม้มปากแน่น รู้ละว่าเขาต้องการสิ่งใด เสือผู้หญิงอย่างชลกรน่ะ คงไม่ต้องการอย่างอื่นหรอก นอกจาก...
“ให้ยืมนักศึกษาสาวควงเล่นวันหนึ่งก็ได้เอ้า”
ชลกรกวาดตามองคนที่ยืนก้มๆ เงยๆ อยู่ข้างรถแล้วส่ายหน้า
“ไม่ไหวล่ะ หน้าตาก็งั้นๆ ตูดก็เล็ก นมก็แฟบ ขาใหญ่อีก”
ปรายรุ้งกัดฟันดังกรอดๆ ยืดตัวตรงแล้วนับหนึ่งถึงสิบอยู่ในใจ อย่างต้องการระงับโทสะ ก่อนจะก้มลงมาอีกรอบ
“เลี้ยงข้าวมื้อหนึ่งก็ได้เอ้า”
“โอเค...พอได้ รีบไปสิ เดี๋ยวก็สายหรอก”
ปรายรุ้งสะบัดก้นจากไปอย่างงอนๆ หล่อก็หล่อดีอยู่หรอกแต่เรื่องมากชะมัด อีตาลูกค้าจอมกวน ป่วนประสาท!