EP 3/3 หวง

978 Words
กลางดึกวันเดียวกัน เสียงซ่าๆ ดังอยู่เหนือหลังคาบ้านหลังน้อย ปรายรุ้งเปิดประตูออกมาดูความเรียบร้อยนอกห้องนอน บิดาของเธอยังไม่กลับเข้ามา มันน่าห่วงเพราะว่าฝนกำลังตกหนัก “ฝนตกหนักมาก” ชลกรลุกมานั่งกอดเข่าแน่นๆ บ้านหลังน้อยมีลักษณะเปิดโล่งด้านหน้าชาน และในเมื่อเขาต้องนอนหน้าจอโทรทัศน์ มันจึงเป็นไปได้ยากที่จะหลบเลี่ยงอากาศอันหนาวเย็น “ใช่ พ่อยังไม่กลับเข้ามาเลย จะเป็นอะไรไหมนะ” เพราะห่วงใยเลยออกไปยืนชะเง้อที่ระเบียงชาน โผล่หน้าออกไปดูท้องทะเลเพียงเดี๋ยวเดียวก็ต้องรีบกลับเข้ามาเพราะว่าโดนฝนสาดใส่จนเสื้อชุ่ม แสงจากเรือยนต์ยามค่ำคืนมีหลายลำเสียจนเธอไม่รู้ว่าลำไหนเป็นเรือของบิดา “อาจกำลังกลับมาก็ได้” เขาให้กำลังใจ รู้สึกไม่ดียามเห็นสีหน้าที่เต็มไปด้วยความกังวลของปรายรุ้ง เธอเดินกลับมาหาชลกร เห็นรอยน้ำฝนสาดเข้ามาใกล้เขาจนแทบจะถึงฟูกบางๆ ที่ปูไว้ให้ ก็นึกสงสาร “ถ้าสัญญาว่าจะไม่ทำอะไรฉัน ฉันจะให้คุณเข้าไปนอนข้างใน” เธอต่อรอง “ฉันนอนห้องข้างๆ เธอก็ได้” เขาต่อรองบ้าง ไม่แน่ใจว่าตัวเองจะอดใจไม่แตะต้องปรายรุ้งได้ไหมหากต้องเข้าไปนอนในห้องเดียวกัน ห้องที่มีประตูหน้าต่างปิดมิดชิดเสียอย่างนั้น “ห้องนั้นนอนไม่ได้ นั่นห้องพี่สาวฉัน” “หือ...พี่สาว?” “ใช่ มันเป็นห้องแห่งความทรงจำน่ะ แม่รักห้องนั้น เราจึงไม่อยากให้ใครเข้าไป” ปรายรุ้งอธิบายแล้วเดินไปเปิดประตูรอเขา เขาเดินตามเข้ามาในห้องนอน เธอจึงปิดประตูลงเสีย เสียงฝนยังลงเม็ดหนักขึ้นเรื่อยๆ บนหลังคา ราวกับว่ามันโกรธกันนักหนา “แล้วพี่สาวเธอล่ะ” “แม่บอกว่าพี่เสียแล้ว ตั้งแต่เล็กๆ น่ะ” เล่าแล้วยิ้มเศร้าๆ ให้คนถาม ชลกรกวาดตามองรอบห้องเล็กของปรายรุ้ง มันไม่ได้มีความสวยงามใดๆ เครื่องเรือนเก่าๆ ไร้ความทันสมัย ราวกับว่ามีไว้เพื่อการใช้สอยจริงๆ “เสียใจด้วย” “อย่าห่วงเลย มันนานมากแล้ว อ้อ...เตียงมันเล็กนะ ฉันว่าคุณนอนข้างล่างจะดีกว่า” แนะเขาแล้วเดินออกไปเอาฟูกหลังเก่าที่ด้านนอกเข้ามาปูให้ชายหนุ่ม มันเริ่มชื้นนิดๆ แต่ยังพอใช้ได้ “ขอบใจ” เขาบอกเมื่อการปูที่นอนเสร็จเรียบร้อย อย่างน้อยๆ ในห้องนี้ก็อุ่นกว่าข้างนอก “ไม่กลัวพ่อว่าหรือไง ที่ให้ฉันเข้ามานอนในนี้” “พ่อไม่ว่าหรอก ปักใจเชื่อไปแล้วด้วยซ้ำว่าคุณเป็นผัวฉัน” บอกเขาอย่างเคืองๆ ในขณะที่ชลกรอมยิ้มแก้มปริ “เป็นจริงๆ ก็ดีสิ” “อะไรนะ!” “เปล่าๆ เอ่อ...ผ้าห่ม ขอผ้าห่มสักผืนสิ” เขาเสเอ่ยเรื่องอื่น ปรายรุ้งหาผ้าห่มมาให้ มันไม่ได้เนื้อดีนุ่มฟู แต่ห่มแล้วกลับอุ่นจนถึงหัวใจ “หอมจัง” “คะ?” “ผ้าห่มน่ะ” “อ้อ...ใส่น้ำยาปรับผ้านุ่มเยอะมั้ง ซักไว้นานแล้ว นานๆ ได้กลับบ้านที” บอกเขาแล้วล้มกายลงนอน ไม่ได้ปิดไฟหรอกนะเพราะกลัวว่าความมืดจะทำให้ใครบางคนอดใจไม่ไหว จงใจเปิดไฟทิ้งไว้ให้สว่าง เผื่อเขาทำอะไรเธอขึ้นมาจะได้เตะถูกจุด “ทำไมเธอไม่ให้พ่อเลิกทำงานล่ะ” “บอกจนปากจะฉีกแล้วย่ะ แต่พ่อก็ยังทำ มันอดไม่ได้มั้ง บางครั้งเงินที่ขายกุ้งขายปลาได้ น้อยกว่ากว่าค่าซ่อมเรือซะอีก เป็นหนี้เป็นสิน แต่ก็ยังทำ พ่อเกิดมาเพื่อทำงานนี้ ถ้าเลิกทำพ่อคงเหงา คลื่นทะเลเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตพ่อไปแล้ว พ่อมีความสุขที่ได้ออกเรือ” “ดีนะ ความสุขหาง่ายจัง” “ใช่ ไม่เหมือนพวกคนรวยที่ความสุขต้องซื้อด้วยเงินเท่านั้น อ้อ...ตกลงคุณทำงานอะไร” ถามเพราะไม่อยากเล่าเรื่องตัวเองแล้ว เวลาสั้นๆ ที่ได้คลุกคลีกันนั้น ชลกรรู้เรื่องของเธอตั้งมากมาย ในขณะที่เธอไม่รู้เรื่องของเขาเลย “บริษัทของครอบครัวน่ะ วันๆ ก็ไม่ต้องทำอะไรมาก เข้าบริษัทไปเซ็นเอกสารแกรกสองแกรก แล้วก็ออกมาเที่ยวเตร่” “สบายจริง” “ไม่หรอก ก่อนจะลงนาม เราก็ต้องพิจารณาเอกสาร ลายเซ็นเราแค่อันเดียวแต่มีผลต่อทั้งบริษัท มันคือการตัดสินใจ ถ้าเราตัดสินใจพลาด บริษัทก็ไม่ได้กำไร เกิดภาระเสี่ยงต่อการเป็นหนี้และอะไรต่อมิอะไรอีกเยอะ” “น่าปวดหัวชะมัด” เธอบ่นแล้วหันตะแคงมองคนที่นอนอยู่ข้างล่าง ใบหน้าขาวผ่องของเขาขาวยิ่งกว่าหมอนที่หนุนอยู่เสียอีก “เป็นแบบที่เธอกับพ่อเป็นมันดีที่สุดแล้วปราย คิดถึงแค่ตัวเองกับพ่อ ไม่ต้องคิดถึงส่วนรวม ไม่ต้องแบกรับความกังวลของใคร ไม่ต้องกลัวว่าจะสูญเงินที่ไม่ใช่ของเราคนเดียวด้วย” “คุณเลยต้องดื่มหนักแล้วควงหญิงเพื่อคลายเครียดเหรอ” ถามแบบประชดนิดๆ ชลกรยิ้มกว้าง ลุกขึ้นมานั่ง ปรายรุ้งก็ลุกขึ้นมาบ้าง “ก็มีบ้าง แต่นั่นฉันคิดว่ามันเป็นข้ออ้างละนะ เธอดูฉันสิ ทั้งหล่อทั้งรวย ทั้งน่ากอดไปทั้งตัว มันก็ต้องบริหารเสน่ห์กันหน่อย หึๆๆ” ปรายรุ้งส่ายหน้าระอา “หลงตัวเองชะมัด” “พิสูจน์ไหมล่ะ” “คะ?” “ไม่มีผู้หญิงคนไหนที่จ้องตาฉันแล้วไม่ใจอ่อน” “ใจอ่อนอะไร” เธอสงสัย “ใจอ่อนให้ฉันจูบน่ะสิ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD