– บทที่ 7 –
เรื่องทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วมาก นางมีเพียงเวลากลับไปเก็บ
ของครู่หนึ่งก่อนจะถูกส่งเข้าไปอยู่ในวังหลวงกับฮองเฮา นางทิ้งให้มี่ฟางอยู่ที่เรือนและทิ้งองครักษ์ให้อยู่เป็นเพื่อนนางสองคน เพราะนางเข้าไปอยู่ในวังคงยังไม่ต้องใช้องครักษ์ในตอนนี้
ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วจนทุกคนในจวนก็ไม่สามารถตั้งตัวได้ แม้แต่บิดาของนางเองก็ยังงุนงงกับเรื่องที่เกิดขึ้น
“ต้องรวดเร็วถึงขั้นนี้เลยหรือ” หงหยางเฉิงเอ่ยถามบุตรสาวด้วยน้ำเสียงแปลกใจ เหตุใดต้องรีบถึงเพียงนี้ หรือว่ามีเรื่องอันใดเกิดขึ้น
“ฮองเฮาทรงพระประชวร จึงอยากให้ข้าไปอยู่เป็นเพื่อนเจ้าค่ะ” นางตอบผู้เป็นบิดาด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง นางพยายามมองหาข้อดีของคนผู้นี้แล้วแต่นางก็ไม่พบมันเลยสักข้อ บุรุษผู้นี้ทำทุกอย่างเพื่ออำนาจของตนเอง ไม่เคยสนใจเลยว่าบุตรที่ใช้เป็นหมากจะเป็นตายร้ายดียังไง
“เจ้าก็ดูแลฮองเฮาให้ดี” เขาพยักหน้าเบา ๆ อย่างเข้าใจ เขาคิดว่าเย่ฮองเฮาคงเหงา จึงได้เรียกบุตรสาวของเขาไปอยู่เป็นเพื่อน
“เจ้าค่ะ” นางรับปากอย่างว่าง่าย ที่นางรับปากมิใช่ว่าเพราะคำสั่งของเขา แต่เพราะฮองเฮานั้นดีกับนางมาก หลังจากตกน้ำก็คอยส่งหมอหลวงมาตรวจดูอาการนางอยู่บ่อยครั้ง และยังส่งสมุนไพรมาให้อีกมากมาย
“เช่นนั้นก็ไปเถิด”
นางย่อกายทำความเคารพผู้เป็นบิดา ก่อนจะเดินออกไปขึ้นรถม้าที่รออยู่หน้าประตู องค์รัชทายาทให้ไป่ซีฮันเป็นคนมารับนางไปส่งที่วังด้วยตนเอง เพราะเขาไม่ไว้วางใจให้นางเดินทางเพียงคนเดียว
“เชิญคุณหนูรองหง” ซีฮันประคองหญิงสาวขึ้นไปบน
รถม้าและเตรียมตัวที่จะไปขึ้นม้าของตนเอง แต่ก็ต้องหยุดลงเมื่อหญิงสาวที่อยู่บนรถเอ่ยขึ้น
“แม่ทัพไป่ เราจะคุยกันหน่อยได้หรือไม่”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นเขาก็จำใจต้องขึ้นไปนั่งบนรถม้าคันเดียวกับนาง เขาเดาได้เลยว่านางคงจะพูดถึงเรื่องวันนั้น
“มี่มี่ ออกไปข้างนอก ข้ามีเรื่องที่ต้องพูดคุยกับแม่ทัพไป่” นางหันไปสั่งมี่มี่ที่นั่งอยู่ในรถม้า นางมีเรื่องสำคัญที่ต้องพูดคุยกับเขา ไม่สะดวกที่จะให้ผู้ใดได้ยิน
“ออกรถ” เมื่อมี่มี่ออกไปแล้ว นางก็สั่งให้คนขับรถม้าออกรถ
“เหตุการณ์นี้ท่านว่ามันคุ้น ๆ หรือไม่” รอยยิ้มมุมปากถูกยกขึ้น ถึงเวลาที่จะต้องมาคุยเรื่องบุญคุณความแค้นนี่แล้ว
“คุณหนูหงรองต้องการสิ่งใด” เขาไม่อยากจะเชื่อเลยว่ายามนี้นางก็มีกะจิตกะใจรีดไถจากเขา มิใช่ว่าต้องห่วงชีวิตของตนเองหรือ
“ขอเพียงท่านช่วยเหลือข้าหนึ่งครั้ง บุญคุณนี้ก็ถือว่าหายกัน” นางไม่ได้คิดที่จะเอาเปรียบเขา นางช่วยเขาหนึ่งครั้ง เขาก็ควรที่จะช่วยเหลือนางสักครั้ง
“ไม่คิดเลยว่าคุณหนูรองหงจะเป็นคนตรงไปตรงมาเช่นนี้ วันนั้นข้าทำงานให้องค์รัชทายาท เหตุใดไม่ไปร้องขอกับพระองค์เล่า” เรื่องนี้คงผิดพลาดที่เขาเอง วันนั้นเขาไม่น่าเลือกที่จะไปขึ้นรถม้าของนางเลย มิเช่นนั้นเขาคงไม่ต้องมาปวดหัวเช่นนี้
“แล้วยามที่ข้าจะเอ่ยปากกับองค์รัชทายาท ท่านยื่นมือมาขวางข้าด้วยเหตุใด” องค์รัชทายาทนั้นนางสามารถร้องขอได้ทุกเมื่อ แต่นางก็อยากมีคนคอยทำเรื่องที่นางไม่สะดวกจะบอกองค์รัชทายาท
“เรื่องนั้น...” หากเขาให้นางเล่าตามที่นางพูดไปก่อนหน้า เขาจะไม่เดือดร้อนเอาหรือ
“วันที่ท่านฟาดมือลงที่คอของข้า ท่านเคยคิดหรือไม่ว่าจะมีวันนี้” หากวันนั้นเขายอมตกลงกับนางดี ๆ เขาคงไม่ต้องคิดหาทางให้เขายอมร่วมมือเช่นนี้ และที่สำคัญ นางคงไม่ต้องเจ็บตัวเช่นนั้น
“ข้าต้องขอโทษคุณหนูรองด้วยที่ลงมือไปในวันนั้น” ตอนนั้นเขาไม่คิดว่านางจะเก่งถึงขั้นจำหน้าของเขาได้ เขาจึงลงมือโดยที่ไม่ได้คิดอะไร เขาไม่อยากมีเรื่องวุ่นวายเข้ามาในชีวิตอีก เพราะเขารู้ว่านิสัยของนางเป็นเช่นไร และที่เขากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ก็เป็นคำตอบที่ดีที่สุดว่าไม่ควรไปยุ่งกับนาง
“ข้าไม่ขอรับคำขอโทษ” นางเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยต่อ “หากท่านอยากให้ผู้มีพระคุณของท่านหายโกรธก็ต้องทำตามคำขอของข้าอีกข้อหนึ่ง”
ดวงตาคมได้แต่หันไปมองใบหน้าของคนเจ้าเล่ห์อย่างปลง ๆ นางเก่งยิ่งนักเรื่องหาผลประโยชน์จากผู้อื่น แล้วเขาจะสามารถปฏิเสธได้หรือ ในเมื่อนางยกคำว่าผู้มีพระคุณมาขนาดนี้
“ได้ สองข้อที่ข้าจะทำตามคำขอของเจ้า”
“ดี คุยกันง่าย ๆ เช่นนี้ก็ดี” รอยยิ้มพึงพอใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของนาง ทำให้คนที่เห็นรู้สึกหมั่นไส้ยิ่งนัก
“ท่านจะลงไปขี่ม้าหรือนั่งบนรถม้ากับข้าต่อข้าก็มิได้ว่าอันใดนะ” หญิงสาวเอ่ยไล่กลาย ๆ ในเมื่อพูดคุยธุระกันเสร็จแล้ว เขาก็ควรลงไปจากรถม้าได้แล้ว
“เช่นนั้นข้าขอนั่งอยู่ในรถม้าต่อ” เมื่อได้สิ่งที่ต้องการแล้วก็คิดจะไล่เขาไปไกล ๆ เลยหรือ แต่เขาจะนั่งตรงนี้แหละ ไม่ออก
ไปอย่างแน่นอน
“ตามใจท่านเถิด” หญิงสาวฝืนยิ้มออกมา บุรุษผู้นี้ช่าง
น่าตายจริง ๆ หากมีคนเห็นว่าเขาอยู่กับนางเพียงลำพังบนรถม้า จะไม่มีคนเอาไปนินทาหรือ แต่ก็ไม่เป็นอันใด ชื่อเสียงนี้ข้าก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว แต่ชื่อเสียงของเขาเล่า จะไม่เสื่อมเสียไปกับนางหรือ
รถม้าเคลื่อนตัวไปอีกสักพักก็จอดลงที่ประตูใหญ่ รถม้าสามารถมาถึงได้แค่เพียงประตูวังชั้นนอกเท่านั้น ที่เหลือจึงต้องเดินเข้าไป
“แม่นางหง เชิญขึ้นเกี้ยวเถิด ฮองเฮาประทานอนุญาตให้แม่นางสามารถนั่งเกี้ยวเข้าไปด้านในได้” ขันทีน้อยที่ทำหน้าที่มารับเอ่ยบอกหญิงสาวที่เพิ่งลงจากรถม้าด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้ม
“ขอบคุณกงกงน้อยที่มาต้อนรับ” นางส่งยิ้มไปให้ขันทีน้อย
“แม่ทัพไป่” ขันทีน้อยทีเพิ่งเห็นอีกคนลงมาจากรถม้า
ก็รีบทำความเคารพทันที ก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“นี่พวกท่านนั่งรถม้าคันเดียวกันหรือ”
เขาไม่เคยเห็นแม่ทัพผู้นี้ยุ่งเกี่ยวกับสตรีไหนเลย จนบิดากลุ้มใจว่าจะไม่แต่งภรรยาเข้าบ้าน ซึ่งก็ไม่ต่างกับองค์รัชทายาทที่ตอนนี้ก็ยังไม่แต่พระชายา
“เราไปกันเถิด ฮองเฮาคงรอนานแล้ว” นางเอ่ยขัดจังหวะของทั้งสอง มิให้พูดเรื่องของนางต่อจึงยกฮองเฮามาเป็นข้ออ้าง
“ขอรับ” ขันทีน้อยจึงต้องรีบพาหงลี่ฮวาเข้าไปพบฮองเฮาที่ตำหนักเทียนซื่อ และไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องที่ทั้งสองเดินทางมาด้วยกันอีก
“แม่นางหง อีกไม่นานก็จะถึงตำหนักเทียนซื่อแล้ว” ขณะที่กำลังเดินใกล้จะถึงที่หมาย ขันทีน้อยจึงได้เอ่ยบอกสตรีที่อยู่ในเกี้ยว
“ขันทีน้อย ท่านรู้จักกับแม่ทัพไป่ด้วยหรือ” นางเอ่ยถามคนที่เดินอยู่ด้านนอก ดูท่าคนผู้นี้น่าจะรู้เรื่องอะไรมากกว่านาง
“แม่ทัพไป่เป็นสหายสนิทกับองค์รัชทายาท จึงมาเล่นที่ตำหนักอยู่บ่อยครั้ง” เขาตอบไปตามความจริง ตั้งแต่เขามาอยู่ที่นี่ก็เห็นหน้าแม่ทัพไป่แล้ว มีแม่นางหลายคนทอดสะพานให้เขา แต่เขาก็ไม่ชายตาแลเลยแม้แต่น้อย
“อ๋อ ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้” นางไม่เคยรู้เลยว่าทั้งสองสนิทสนมถึงขั้นมาเล่นที่ตำหนักเทียนซื่อ ท่านพี่หนิงเฉิงก็ไม่เห็นจะเคยบอกนาง
“แล้วองค์รัชทายาทอยู่หรือไม่” นางไม่รู้ว่าเขาจัดการเรื่องของนางยังไง แต่นางคาดว่าเขาน่าจะให้คนไปสืบเรื่องนี้แล้ว
“รอคุณหนูอยู่ที่ตำหนักเทียนซื่อกับฮองเฮาแล้วขอรับ”
เมื่อได้ยินเช่นนั้นนางก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ เพราะอีกเดี๋ยวคงได้คุยเรื่องนี้อีกยาว
“แม่นางหง ถึงแล้วขอรับ” เขาเอ่ยบอกก่อนจะเดินนำหน้านางเข้าไปด้านในตำหนัก เพราะผู้สูงศักดิ์ทั้งสองคงรอนานแล้ว
เมื่อมาถึง ลี่ฮวาก็ยอบกายทักทายทั้งสอง “ถวายพระพรฮองเฮา ถวายพระพรองค์รัชทายาท”
“ลุกขึ้นมานั่งข้าง ๆ ข้า มาคุยกันดี ๆ เถิด” นางได้ข่าวเรื่องที่นางถูกพิษแล้ว นางแทบจะเป็นลมลงไปตอนนั้นเสียให้ได้ แล้วเช่นนี้นางจะวางใจให้กลับไปอยู่จวนสกุลหงได้อย่างไร
“ขอบพระทัยเพคะ” นางลุกขึ้นไปนั่งลงข้าง ๆ ฮองเฮาตามคำของพระนาง
“เจ้าจะให้น้าขาดใจตายไปจริง ๆ ใช่หรือไม่” นางแทบจะร้องไห้ออกมาให้ได้ นางเสียพี่สาวไปแล้วหนึ่งคน นางจะไม่ยอมเสียหลานสาวผู้นี้ไปอีกอย่างแน่นอน
“ข้าจะระวังตัวให้มากกว่านี้” นางตอบออกมาได้เพียงเท่านั้น เพราะทุกวันนี้นางก็ระวังตัวมากพอแล้ว แต่เห็นทีว่าคงยังไม่มากพอนางจึงโดนวางยาพิษเช่นนี้
“เจ้ายังคิดที่จะกลับไปที่นั่นอีกหรือ” นางไม่อยากจะให้ลี่ฮวากลับไปจวนสกุลหงอีก นางไม่อยากจะให้หลานสาวต้องเผชิญอันตรายอีกแล้ว
“คนที่ทำร้ายข้ายังจับตัวไม่ได้ และข้าไม่มีทางที่จะปล่อยให้มันใช้ชีวิตอย่างมีความสุขแน่นอน” คนที่ทำร้ายนางจะต้องได้รับกรรมที่พวกมันกล้าลงมือกับนาง ไหนจะเรื่องการตายของมารดานางอีก นางจะไม่ยอมให้มันได้ใช้ชีวิตอย่างสงบสุข
“นี่เจ้าคิดจะสืบหาความจริงหรือ” ดูก็รู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็ก ๆ คนลงมืออย่างโหดเหี้ยมเช่นนี้คงไม่ใช่การทะเลาะกันของเด็ก ๆ อย่างแน่นอน “เรื่องที่เจ้าตกน้ำก็ยังหาตัวคนผิดมิได้ แล้วมาเรื่องวางยาพิษอีก น้าไม่ไว้ใจที่จะให้เจ้ากลับไปที่นั่นอีกแล้ว”
“ท่านน้าวางใจ ท่านพี่หนิงเฉิงมององครักษ์ให้ข้าแล้ว จะไม่เกิดเรื่องเช่นนี้อีก” นางมั่นใจว่าคนของท่านพี่หนิงเฉิงสามารถรักษาชีวิตของนางเอาไว้ได้ เขาไม่มีทางปล่อยให้นางได้รับอันตรายอย่างแน่นอน
“ท่านแม่วางใจ จากนี้จะไม่มีผู้ใดทำอะไรนางได้อีก” ชายหนุ่มที่เงียบอยู่นานก็เอ่ยขึ้นเพื่อให้ผู้เป็นมารดามั่นใจ ตอนนี้คนของเขากำลังสืบเรื่องยาพิษนี้อยู่ แต่ดูเหมือนว่าพวกเขาจะทำงานกันอย่างระมัดระวังจึงตามสืบได้ง่าย หรืออีกอย่างก็คือยานี้ถูกซื้อเอาไว้นานแล้ว แต่เพิ่งจะมาลงมือ
“เจ้าจะทำเช่นนี้จริง ๆ ใช่หรือไม่” นี่นางต้องปล่อยให้หลานสาวเพียงคนเดียวของนางไปเสี่ยงอันตรายเช่นนี้ใช่หรือไม่ “แล้วเรื่องวางยา รู้หรือยังว่าพวกเขาใช้วิธีใด”
“ยังเจ้าค่ะ เรื่องนี้ยังมิได้ตามสืบ” เมื่อรู้ว่าตนเองถูกวางยาพิษก็รีบออกมา ยังมิได้ตามสืบอันใดสักเรื่อง
“เช่นนั้นข้าจะเขียนจดหมายไปบอกตาของเจ้า คนข้างกายของท่านแม่พอมีความรู้เรื่องนี้อยู่บ้าง อาจจะช่วยเหลือเจ้าได้” เรื่องนี้จะปล่อยผ่านมิได้ อย่างไรท่านพ่อก็สมควรที่จะรู้เรื่องนี้ จะได้คอยช่วยระวังอีกทาง หากรู้ตัวคนลงมือ เรื่องนี้จะมิใช่เรื่องยากเลย แต่ผู้บงการเรื่องนี้อยู่ในความมืด ยากที่จะจัดการนัก
“ขอบคุณท่านน้าเจ้าค่ะ” นางรู้มาว่าท่านตาไม่เห็นด้วยกับเรื่องที่ท่านแม่เลือกที่จะแต่งงานกับท่านพ่อ คงเพราะรู้ดีว่านิสัยของคนผู้นี้เป็นอย่างไร และมันก็คงจะเป็นดังที่ท่านตาคาดเดาเอาไว้