บทที่ 5 [2/2]

1367 Words
:: :: ราชันย์ตั้งใจว่าวันนี้จะพามะลิออกไปข้างนอกด้วยกัน เขามีแพลนจะซื้อของใช้เข้าเพนต์เฮ้าส์แต่ก็ต้องทำความตกลงกับเธอเสียก่อน "ห้ามเดินห่างจากฉันเด็ดขาด แล้วก็ห้ามดื้อ ห้ามซน ห้ามวิ่งหายไปไหนเด็ดขาด เข้าใจไหม? " มะลิพยักหน้าหงึกหงักอย่างว่าง่าย สีหน้าของเธอดูจริงจังกับคำสั่งของเขาแม้ว่าในใจจะตื่นเต้นมากที่ได้ออกไปเจอโลกภายนอกก็ตาม สำหรับมะลิแล้วแม้จะยังเป็นเรื่องยากเพราะไม่ค่อยรู้เรื่องอะไร แต่เธอก็พยายามเรียนรู้และสังเกตคนรอบข้างเพื่อที่เธอจะได้ทำตัวกลมกลืนไปพวกเขา หลายๆ อย่างราชันย์ก็คอยบอกเธอว่าสิ่งนั้นคืออะไร เป็นอะไรและมันมีไว้ทำไม ซึ่งมะลิก็เรียนรู้และจดจำอย่างรวดเร็ว เธอเป็นคนความจำดีและเรียนรู้ไว ตลอดการเดินมะลิเดินไม่ห่างจากราชันย์เลยทั้งยังจับมือเขาไว้ตลอดโดยที่เขาก็ไม่ได้ต่อว่าอะไรก่อนจะพาเธอเข้าร้านโทรศัพท์แบรนด์ดังร้านหนึ่ง "อันนี้นาฬิกาและอันนี้ก็เป็นโทรศัพท์" หลังจากที่ทานมื้อเช้าแล้วราชันย์ก็พามะลิมาที่ห้างสรรพสินค้า เขาตัดสินใจซื้อโทรศัพท์ให้เธอหนึ่งเครื่องเผื่อใช้ติดต่อสื่อสารกัน ในขณะเดียวกันก็ซื้อนาฬิกาที่สามารถวิดีโอคอลและติดตาม GPS ได้เผื่อวันหนึ่งเกิดเรื่องฉุกเฉินหรือเธอหายตัวไปเขาจะได้ตามหาเธอได้ทันที มะลิที่ได้รับโทรศัพท์เครื่องใหม่ยังงงๆ เธอมีไอแพดก็จริงแต่แอปพลิเคชันที่เข้าใช้ก็เป็นเพียงแค่แอปดูหนังดูละครเท่านั้นนอกเหนือจากนั้นก็ใช้ไม่เป็นแล้ว ราชันย์ก็รู้ว่าเธอคิดเช่นไรจึงอธิบายว่าโทรศัพท์มันจำเป็นต่อการใช้ชีวิตมากแค่ไหน "เวลาไปไหนต้องเอาไปด้วย ถ้าหากฉันโทรมาเธอก็ต้องรับสายทุกครั้ง ค่อยๆ ใช้ไปเดี๋ยวก็เป็นเอง" มะลิพยักหน้าหงึกหงักก่อนจะมองโทรศัพท์ในมือตาเป็นประกายเพราะเธอเคยเห็นนักแสดงในละครใช้เจ้าเครื่องจิ๋วนี้ทั้งยังดีใจที่เธอก็มีมันกับเขาสักทีโดยที่ไม่รู้เลยว่ามูลค่าของมันเกินครึ่งแสน... เห็นประกายตาวาววับของมะลิเหมือนเด็กๆ ได้ของเล่นก็ทำให้ราชันย์ยิ้มออกมา เขาไม่ได้ซื้อของแค่โทรศัพท์ให้มะลิเท่านั้นแต่ยังซื้อเสื้อผ้าดีๆ ให้เธอด้วย ราชันย์พามะลิเข้าออกห้องลองเสื้อผ้าเป็นว่าเล่นและไม่ว่าจะเดินเข้าร้านไหนก็ต้องได้เสื้อผ้าออกจากร้านสักชุดสองชุด รวมๆ แล้ววันนี้เขาใช้จ่ายเงินไม่ต่ำกว่าหนึ่งแสน แน่นอนว่าต้องใช้บัตรเครดิตรูดเท่านั้นและยอดชำระทั้งหมดคงแจ้งเตือนพ่อของเขาแล้ว แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นก็ไม่มีใครสนใจว่าเขาจะใช้เงินมากน้อยเพียงใด ขอเพียงแค่ไม่ทำให้ครอบครัวเสียชื่อเสียงมากไปกว่านี้ก็พอแล้ว "เอาทั้งหมดนี่ครับ" เสื้อผ้าแบรนด์ดังจำนวนห้าชุดที่ผ่านการลองใส่จากมะลิแล้วทั้งหมดและเขาเห็นว่ามันเหมาะกับเธอจึงบอกพนักงานให้จัดเตรียมทั้งหมดเอาไว้ ในขณะที่มะลิก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ที่มีเสื้อผ้าสวยๆ ใส่ ราชันย์สังเกตเห็นว่ามะลิน่าจะชื่นชอบเสื้อผ้าพวกนี้ที่เขาซื้อให้ แต่นอกเหนือจากเสื้อผ้าแล้วเขายังมีอะไรอีกหนึ่งอย่างที่อยากให้เธอทำ "ตัดผมให้หน่อยครับ เอายาวถึงเอวก็พอ" ราชันย์บอกกับช่างตัดผมหญิงชื่อดังที่ถามถึงความยาวที่ต้องการ ผมของมะลิยาวเลยสะโพกลงมาเพราะไม่เคยตัดเลยตั้งแต่เกิดและเขาก็รู้สึกว่าผมที่ยาวเกินความจำเป็นจะสร้างความลำบากในการใช้ชีวิตให้เธอรวมถึงเขาที่ทุกวันนี้เป็นสระผมให้เธอ ฉะนั้นจึงตัดให้สั้นลงทว่าก็ยังยาวในระดับปกติที่คนทั่วไปจะไว้กัน "น้องเขาโอเคใช่ไหมคะ? " ช่างตัดผมถามเพื่อความแน่ใจเพราะเธอเห็นว่ามะลิพูดไม่ได้ อีกทั้งแววตาที่ดูตื่นๆ ก็ทำให้คนที่พบเจอคาดเดาได้ไม่ยากว่าเธอเป็นเช่นไร แม้จะอดเสียดายหน้าตาสะสวยไม่ได้แต่ก็ต้องยอมรับว่ามะลินั้นไม่ใช่คนปกติทั่วไป "มะลิ ผมเธอยาวเกินไป เวลาที่ฉันสระผมให้เธอมันค่อนข้างลำบากและเสียเวลาเป่าให้แห้ง ถ้าฉันจะตัดให้สั้นประมาณนี้ได้ไหม? " ปลายนิ้วมือของราชันย์แตะลงเหนือเอวของเธอเล็กน้อยบ่งบอกว่าผมของเธอจะอยู่บริเวณนี้ เขากำลังอธิบายให้มะลิฟังว่าเพราะอะไรถึงต้องตัดผมเธอ ซึ่งมะลิก็เข้าใจและพยักหน้ารับแต่โดยดี เธอไม่ได้ให้ความสำคัญกับผมมากขนาดนั้นและที่มันยาวเช่นนี้เพราะเธอก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับมันจึงปล่อยเลยตามเลยมาโดยตลอด "ตัดได้เลยครับ" ราชันย์หันไปบอกกับช่างตัดผมที่พยักหน้ารับก่อนจะเริ่มตัดผมให้กับมะลิที่นั่งนิ่งอย่างสงบเสงี่ยม ใช้เวลาเพียงครึ่งชั่วโมงก็จัดการตัดผมให้มะลิเสร็จแล้ว จากนั้นราชันย์ก็พามะลิมาทานมื้อเย็นที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งก่อนจะพากันกลับในเวลาหกโมงเย็น กิจกรรมทุกอย่างวันนี้ผ่านพ้นไปแต่โดยดี มะลิไม่ดื้อไม่ซนและไม่วิ่งพล่านหายไปไหนตามข้อตกลงเพราะอย่างนั้นเย็นนี้เขาจึงงดสอนหนังสือเธอหนึ่งวันเพื่อให้เธอได้พักผ่อนและช่วงเวลาสามทุ่มเธอก็เข้านอนเสียแล้ว ในขณะที่ราชันย์นั้นกลับมาดูโทรศัพท์ของตัวเอง ก่อนหน้านี้เขาอัปรูปภาพข้าวของที่ซื้อให้กับมะลิลงโซเชียลมีเดียที่มีผู้ติดตามหลักแสน ทั้งที่ไม่ใช่การลงรูปตัวเองแต่ก็มีหลายร้อยคอมเมนต์ใต้รูปภาพ ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงเสียมากกว่าที่เข้ามาแสดงความเห็นเชิง ‘อยากได้ข้าวของพวกนี้’ แต่ทว่าในคอมเมนต์เหล่านั้นก็มีเพื่อนๆ ในกลุ่มที่ดื่มเที่ยวด้วยกันเข้ามาแสดงความเห็นเมื่อห้านาทีก่อน ‘รีบมาที่คลับ ถ้าไม่มาตอนนี้พวกฉันจะบุกไปหาถึงเพนต์เฮ้าส์’ "ไอ้พวกเวร" ราชันย์สบถออกมาเสียงแผ่วหลังจากที่อ่านข้อความเห็นนั้น เขาหันมองมะลิที่นอนหลับไปแล้วทั้งที่ในมือยังถือโทรศัพท์เครื่องใหม่เอาไว้อย่างหวงแหน ไอแพดก็ยังเปิดละครเอาไว้ทำให้เขาต้องเดินไปปิดให้ ราชันย์มองมะลิอยู่พักหนึ่งว่าจะปล่อยให้นอนตรงโซฟาต่อไปหรืออุ้มไปนอนที่เตียงดี ก่อนจะตัดสินใจช้อนร่างอ่อนปวกเปียกของเธอขึ้นแนบอกและพาไปนอนบนเตียงในห้องนอนของเขาเอง ในคราแรกเขาตัดสินใจจะไม่ออกไปเจอเพื่อน แต่ข้อความที่ส่งมาในกรุ๊ปและรูปถ่ายที่กำลังอยู่หน้าเพนต์เฮ้าส์ทำให้เขารีบตอบรับเพื่อนทันใด ‘ไม่ต้องเสนอหน้าขึ้นมา ฉันกำลังลงไป เจอกันที่คลับ’ เพื่อนๆ กลุ่มนี้รู้ดีว่าเขาเป็นพวกหวงแหนพื้นที่ส่วนตัวมากแค่ไหน ฉะนั้นพวกมันจึงมาด้วยวิธีนี้เพื่อลากเขาออกไปด้วยในคืนนี้ แล้วอีกอย่างเขาไม่อยากให้พวกมันมารบกวนมะลิที่นอนหลับไปแล้ว อีกทั้งยังตั้งใจเอาไว้ว่าจะไปเพียงแค่สองสามชั่วโมงเท่านั้น เที่ยงคืนเมื่อไหร่เขาก็จะกลับทันทีเพราะกลัวว่ามะลิจะตื่นขึ้นมากลางดึกและถ้าหากเธอไม่เห็นเขาก็อาจจะมานั่งรอที่หน้าประตูลิฟต์เหมือนครั้งก่อนก็เป็นได้ ======================== #มันยังไงอ่ะ มันดูแคร์ มันดูใส่ใจกันเนอะ?
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD