หลังจากทำธุระส่วนตัวด้วยนิ้วทั้งห้าเสร็จแล้วภายในระยะเวลายี่สิบนาที ราชันย์ก็แต่งตัวด้วยชุดเสื้อยืดพอดีตัวและกางเกงวอร์มที่รัดรึงไปกับต้นขาเผยให้เห็นท่อนขาเพรียวยาวที่เขาภูมิใจหนักหนาเพราะกว่าจะได้ขาที่อัดแน่นด้วยกล้ามเนื้อเช่นนี้เขาต้องปวดเมื่อยกล้ามเนื้อไปตั้งเท่าไหร่
ราชันย์ออกมาจากวอร์คอินโคลเซ็ตเมื่อแต่งตัวเสร็จแล้ว ทว่าเมื่อกวาดสายตามองบนเตียงนอนเขาก็พบว่ามะลิที่ควรจะนอนอยู่บนนั้นกลับหายตัวไป
ความร้อนใจที่กลัวว่าเธอจะหนีไปทำให้เขารีบเปิดประตูห้องนอนก่อนจะวิ่งหาเธอทั่วเพนต์เฮ้าส์ แต่ก็ต้องโล่งใจเมื่อแผ่นหลังเล็กๆ ของเธอกำลังก้มหน้าจุ่มตู้เย็นที่เปิดค้างไว้
"ทำอะไรน่ะ? "
"...!!!"
มะลิหันกลับมามองทางด้านหลังตัวเองด้วยความตกใจที่ถูกจับได้ว่าแอบกินของในตู้เย็น แต่คนที่ตกใจยิ่งกว่าคือราชันย์เมื่อเห็นว่ารอบๆ ริมฝีปากของเธอแดงฉานคล้ายกับคนที่กำลังกินของสด ทว่าเมื่อมองในมือของเธอแล้วเห็นว่ากำลังถือผลไม้ราสเบอรี่สีแดงอยู่ก็พลันโล่งอก อย่างน้อยเธอก็ไม่ได้กินของแสลงอย่างที่เขาคิดไว้ในทีแรก
นึกว่าเอาปอบเข้าบ้านเสียแล้ว
คนถูกถามกลัวความผิดที่ตัวเองทำจึงโยนราสเบอรี่ในมือกลับเข้าไปในตู้เย็น แต่มันก็สายไปเสียแล้วเพราะหลักฐานคือคราบสีแดงที่ยังคาปากของเธอ แล้วต้องเป็นคนอย่างไรถึงได้กล้าทิ้งหลักฐานต่อหน้าเขาเช่นนี้
อ้อ ลืมไป มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละ แล้วยัยนี่ก็โง่มากด้วย
ในใจราชันย์นึกเย้ยหยันคนที่ได้ชื่อว่าเป็นภรรยา เห็นแววตาลุกลี้ลุกลนระคนหวาดระแวงของมะลิแล้วก็คาดเดาเอาว่าเธอกำลังกลัวเขาอยู่ แต่เขาก็ไม่ได้จะทำโทษหรือต่อว่าอะไรเพราะคิดว่าเธอน่าจะหิวเสียมากกว่าถึงได้มาเปิดตู้เย็นหาอะไรกินเช่นนี้
แม้ในใจจะครหามะลิไปต่างๆ นานาแต่เห็นร่างกายที่ผอมโซของเธอแล้วก็ทำให้เขานึกเห็นใจขึ้นมา แต่มันก็แค่เล็กน้อยเท่านั้น
คิดเสียว่าสงสารลูกหมาลูกแมวตาดำๆ ก็แล้วกัน
"มานั่งนี่"
ราชันย์ตบเก้าอี้ที่ว่างข้างกายเบาๆ เป็นการเรียกมะลิ ทว่าเธอกลับเอียงคอเล็กน้อยและมองเขาคล้ายกับคนไม่เข้าใจ จึงทำให้เขาต้องทำทีเป็นนั่งบนเก้าอี้ตัวนั้นแสดงให้เธอดูว่าควรทำเช่นไรก่อนจะเรียกเธออีกครั้ง
"มานั่งตรงนี้"
ครั้งนี้มะลิลุกขึ้นอย่างเชื่องช้า เธอมีท่าทีระมัดระวังและยังดูหวาดระแวงแต่ก็ค่อยๆ เดินมาหาเขาอย่างคนขลาดกลัว เมื่อเห็นว่าเขาไม่ได้ขยับตัวหรือจะทำอะไร เธอก็เหมือนจะลดความหวาดระแวงลงก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้เหมือนกับที่ราชันย์กำลังทำ
"เก่งมาก"
ราชันย์พลั้งเผลอปากเอ่ยชมมะลิที่ครั้งนี้หันมองเขาด้วยดวงตาใสแป๋ว ดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจคำชมนี้ถึงได้ลดความหวาดระแวงที่มีต่อเขาก่อนหน้านี้ทิ้งไป
"นั่งรอตรงนี้ เดี๋ยวฉันจะหาอะไรให้เธอกิน"
มะลิไม่ได้ตอบรับใดๆ เพียงแต่มองดูราชันย์ไม่ละสายตาและเมื่อเขาลุกขึ้นจากเก้าอี้เธอก็กำลังจะลุกเช่นกัน แต่ก็ถูกปรามด้วยน้ำเสียงเข้มๆ เสียก่อน
"นั่งลงที่เดิม แล้วก็รออยู่นิ่งๆ"
ปลายนิ้วชี้ของราชันย์ตวัดลงชี้ไปยังเก้าอี้บ่งบอกว่าให้เธอนั่ง ในขณะที่มะลิกะพริบตาปริบๆ จนเขาต้องเอ่ยอีกครั้ง
"นั่งลงไปมะลิ อย่าดื้อ ไม่อย่างนั้นจะตีนะ"
ไม่ว่าเปล่ายังตั้งท่ายกมือขึ้นแต่ไม่ได้จะตีมะลิจริงๆ ทว่าท่าทางของเขากลับทำให้เธอยกแขนขึ้นป้องหัวพร้อมกับยกขาขึ้นปกป้องลำตัว
ท่าทางเหล่านั้นแสดงออกถึงความขลาดกลัวจนราชันย์นึกสงสารขึ้นมาก่อนจะลดมือลง ในขณะที่มะลิแอบเหลือบมองราชันย์และเมื่อเห็นว่าเขาเดินไปเสียดื้อๆ โดยไม่ได้ทำร้ายเธอก็ทำให้เธอฉงนไม่น้อย
ดวงตากลมโตไร้เดียงสามองดูราชันย์ทุกย่างก้าวที่เขาขยับตัวเดินไปยังตู้เย็นอีกครั้ง เธอเห็นเขาก้มๆ เงยๆ มองหาอะไรบางอย่างด้วยความสงสัย ในขณะที่ราชันย์นั้นไม่ได้ทำอะไรพิเศษให้เธอกินหรอกนอกจากอาหารแช่แข็งที่ยังไม่หมดอายุ
ใช้เวลาแค่ไม่กี่นาทีข้าวร้อนๆ ที่ผ่านการเวฟก็อยู่ตรงหน้ามะลิ ราชันย์กำลังจะอ้าปากเตือนมะลิเรื่องความร้อน แต่ยังไม่ทันจะได้พูดเธอก็จ้วงมือใส่จานข้าวโดยที่ไม่ตระหนักเลยว่าอาหารในจานจะร้อนแค่ไหนจนกระทั่งประสบด้วยตัวเอง
"อ๊า!!!"
มะลิร้องออกมาด้วยความตกใจพร้อมกับชักมือกลับอย่างรวดเร็ว ใบหน้าเธอซีดเผือดและสะบัดมือตามสัญชาตญาณในขณะที่ราชันย์นั้นอดซ้ำเติมไม่ได้
"นั่นไง! บอกแล้วว่ามันร้อน! สมน้ำหน้ายัยโง่!"
ถึงปากจะพูดเช่นนั้นแต่เขากลับคว้ามือของมะลิขึ้นมาดู มือเธอเล็กและผอมมากแต่ก็นุ่มมากเช่นกัน
ราชันย์เป่าลมใส่มือมะลิที่พยายามจะชักกลับเพราะรู้สึกแปลกๆ กับการกระทำนั้น ในขณะที่ราชันย์ก็ยัดช้อนใส่มือมะลิที่ดูงงๆ
"ดูเอาไว้ เธอต้องกินแบบนี้"
ราชันย์ตักข้าวพอดีคำใส่ช้อน จากนั้นก็ใส่ปากตัวเองให้มะลิดู ในขณะที่เธอก็พยายามทำตามเพียงแต่...
"คำใหญ่ไป"
หงับ!
"..."
นอกจากจะไม่ฟังคำพูดของเขาแล้วมะลิยังตักข้าวคำใหญ่เต็มช้อนยัดใส่ปากตัวเองอย่างมูมมามและเหมือนเธอจะหยุดกินไม่ได้เพราะความหิวกำลังถาโถมใส่เธอ อีกทั้งรสชาติของอาหารแช่แข็งก็ยังอร่อยต่างจากที่เคยกินมาทั้งชีวิตโดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่าชีวิตความเป็นอยู่ของมะลินั้นอดสูมากแค่ไหน
เธอยังจำรสชาติอาหารที่ได้รับในแต่ละวันได้ไม่รู้ลืมและต่อให้รสชาติย่ำแย่แค่ไหนแต่เธอก็จำต้องกินเพื่อประทังชีวิตให้รอดพ้นไปแต่ละวันเท่านั้น
ยกเว้นก็แต่ช่วงหกเดือนที่ผ่านมา...ที่อาหารการกินของเธอเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิงเมื่อใครคนหนึ่งที่เธอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อนเปิดประตูชั้นใต้ดินมาหาเธอพร้อมกับอาหารที่เธอไม่เคยกินและไม่รู้จักมาก่อน
มะลิไม่รู้วิธีสื่อสารกับชายสูงวัยคนนั้น แต่เธอรู้ว่าเขาใจดีกับเธอมาก ทว่านิสัยขี้หวาดระแวงและขี้กลัวของเธอทำให้เธอไม่ยอมให้เขาเข้าใกล้เขาง่ายๆ
ครั้นพอรู้สึกเริ่มไว้ใจเขาคนนั้น จู่ๆ เมื่อหลายวันก่อนเขาก็ไม่มาหาเธออีกเลย กลับกันคนที่มาหาเธอกลับเป็นชายหนุ่มที่เธอไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน
"อย่ากินมูมมาม!"
ราชันย์อยากจะยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองสักหนึ่งฉาดระบายความหงุดหงิดที่เกิดขึ้น นี่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะสอนคนคนหนึ่งที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยให้กลับมาใช้ชีวิตประจำวันอย่างคนปกติได้
มะลิในตอนนี้ไม่ต่างจากเด็กทารกที่เพิ่งเกิดจากท้องแม่ เธอไม่มีพื้นฐานการใช้ชีวิตอะไรเลย เรียกได้ว่าทุกอย่างเริ่มต้นจากศูนย์ แม้กระทั่งจะพูดก็ยังทำไม่ได้ ไม่รู้ว่าพัฒนาการของเธอในตอนนี้จะเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ได้มากแค่ไหน
ราชันย์ลอบถอนหายใจเบาๆ เงียบๆ คนเดียวก่อนจะหันมองคนข้างกายที่ยังกินข้าวมูมมามไม่เลิก แต่ถึงอย่างนั้นเขากลับคอยยื่นมือเช็ดริมฝีปากให้เธออยู่หลายครั้งโดยที่เธอก็ลดความหวาดระแวงลง
"หงั่มๆๆ!"
ประกายตามะลิดูตื่นเต้นกับการได้กินอาหารอร่อยต่างจากแววตาราชันย์ที่เต็มไปด้วยความกลัดกลุ้มก่อนจะเอ่ยพึมพำออกมาเพียงคนเดียวอย่างคนเหนื่อยใจ
"ฉันจะทำยังไงกับเธอดี มะลิ"
แต่ความวุ่นวายก็ตามมาติดๆ เมื่อมะลิเอาหน้าจุ่มลงในจานข้าวและการทำเช่นนี้ก็ไม่ต่างหมากินข้าวเลยน่ะสิ!
"โอ๊ยยย! กูจะบ้าาาา!!!"
=====================
#เป็นเพลย์บอยอยู่ดีๆ ก็ต้องผันตัวมาเป็นพี่เลี้ยงที่พ่วงตำแหน่งผัว