บทที่ 3 [2/2]

1765 Words
:: :: นับตั้งแต่วันแรกที่เอามะลิมาอยู่ด้วยที่เพนต์เฮ้าส์ ตอนนี้ก็ผ่านมาแล้วสองสัปดาห์ ราชันย์พยายามปรับตัวและยอมรับกับการที่ต้องใช้ชีวิตร่วมกับใครสักคนหนึ่งทั้งที่ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาเขาใช้ชีวิตชายโสดเพียงคนเดียว แต่ทว่าตอนนี้ในพื้นที่ส่วนตัวที่เขาหวงแหนกำลังมีอีกหนึ่งชีวิตอาศัยอยู่ด้วย "มะลิ อย่าเพิ่งเล่น มาแต่งตัวก่อน" ราชันย์เอ่ยเรียกมะลิที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จก็วิ่งไปคว้าไอแพดคู่ใจมาดูละครโดยที่เธอไม่สนใจว่าตัวเองกำลังอยู่ในสภาพผ้าขนหนูผืนเดียวห่อตัว สมาธิของเธอมักจดจ่ออยู่กับการดูละครในไอแพดและตั้งแต่เข้าเล่นแอปพลิเคชันดูหนังเป็นมะลิก็เอาใหญ่เลย ทั้งที่เป็นไอแพดของเขาแต่กลับไม่เคยได้จับอีกเลย! งงมาก! สายตาของมะลิดูภาพเคลื่อนไหวในจอไอแพดตรงหน้าตาไม่กะพริบ ในขณะที่ราชันย์นั้นก็เดินถือเสื้อผ้าสบายตัวของเธอติดมือมาด้วย สองสัปดาห์ที่ผ่านมามะลิสามารถช่วยเหลือตัวเองได้บางอย่างแล้ว อย่างการอาบน้ำแปรงฟันด้วยตัวเองแต่เรื่องใส่เสื้อผ้าเธอด้วยตัวเองเธอยังไม่สามารถทำได้ บางครั้งก็ยังเอาเสื้อไปใส่แทนกางเกงหรือไม่ก็เอากางเกงไปสวมหัวและสุดท้ายก็มักจะจบลงที่การงอแงและวิ่งมาให้เขาช่วยใส่เสื้อผ้าอยู่ดี เหมือนเลี้ยงลูกอย่างไรอย่างนั้น ไม่สิ มะลิดื้อยิ่งกว่าเด็กวัยสามขวบด้วยซ้ำ! "ถ้าไม่วางไอแพดลงตอนนี้ วันนี้ฉันจะไม่ให้เธอดูละครน้ำเน่าพวกนั้นแล้วนะ" คำขู่ของราชันย์ได้ผลเมื่อมะลิรีบวางไอแพดทันใด เธอตวัดสายตาไม่พอใจมองมายังเขาแต่ถึงอย่างนั้นสองมือกลับชูขึ้นเพื่อให้เขาสวมใส่เสื้อผ้า แต่ทันใดนั้นเมื่อเห็นว่าเสื้อที่กำลังใส่ไม่ใช่ตัวที่ชื่นชอบเธอก็วิ่งหนีเขาเข้าห้องแต่งตัวด้วยความเร็ว ทิ้งให้ราชันย์ได้แต่ถอนหายใจอย่างเหนื่อยอกเหนื่อยใจ ราชันย์ไม่ได้ตามเข้าไปด้วยเพราะรู้ว่ามะลิจะออกมาอีกครั้งพร้อมกับเสื้อยืดของเขาและมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ เมื่อเธอยื่นเสื้อยืดธรรมดาสีขาวในมือให้กับเขา "เสื้อผ้าตัวเองก็มีทำไมไม่รู้จักใส่" มะลิชอบใส่เสื้อของราชันย์มาก เธอรู้สึกว่ามันใหญ่และสบายตัวกว่าเสื้อยืดและกางเกงที่เขาซื้อมาให้เธอ ทุกครั้งที่อาบน้ำเสร็จก็มักจะใส่เสื้อของเขาเพียงตัวเดียว "ใส่ชุดชั้นในด้วย วันนี้จะมีครูคนใหม่มาสอนหนังสือ" แม้จะไม่อยากใส่ชุดชั้นในเพราะรู้สึกอึดอัดแต่มะลิก็จำเป็นต้องใส่ ในขณะที่ราชันย์เดินออกจากห้องนอนเพื่อให้ความเป็นส่วนตัวแก่มะลิใส่ชุดชั้นในแม้ว่าความจริงแล้วเขาไม่ได้อยากทำตัวเป็นสุภาพบุรุษเช่นนี้ เพียงแต่ที่ออกจากห้องก็เพราะต้องการหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่ไม่สมควรเกิดขึ้นระหว่างเขากับเธอก็เท่านั้นเอง แค่ครั้งนั้นครั้งเดียวก็เกินพอแล้ว... ไม่รู้ว่าเพราะอะไรตลอดสองสัปดาห์ที่ผ่านมาอยู่ใกล้มะลิทีไรร่างกายเขาตื่นตัวง่ายทุกทีและมันไม่ควรเป็นเช่นนี้ แต่ก็คิดเอาเองว่าอาจจะเป็นเพราะว่าเขาไม่ได้มีเซ็กซ์หรือปลดปล่อยกับใครสักพักหนึ่งแล้ว จึงทำให้เกิดอาการตื่นตัวง่ายๆ เมื่ออยู่ใกล้มะลิ ฉะนั้นหากเลี่ยงอยู่ใกล้ชิดกับเธอได้เขาก็จะทำ "มะลิ มากินข้าวได้แล้ว" ตอนนี้เป็นเวลาหกโมงเย็นแล้ว ราชันย์ให้มะลิทานมื้อเย็นก่อนที่ครูสอนหนังสือจะมาในอีกครึ่งชั่วโมง คนถูกเรียกที่ถือไอแพดติดมือมาด้วยนั่งลงบนโต๊ะอาหาร สายตาของเธอยังจับจ้องที่หน้าจอในขณะที่จานข้าวถูกวางลงตรงหน้า ราชันย์ไม่ได้ห้ามปรามเธอที่เอาแต่ดูละครในไอแพดเมื่อเห็นว่าเธอกำลังตักข้าวใส่ปากด้วยตัวเอง อาหารมื้อเย็นผ่านพ้นไปแต่โดยดีจวบจนเวลาหกโมงครึ่ง คุณครูสาวที่นัดเอาไว้ก็มา.. เธอทักทายราชันย์เมื่อการเจอกันครั้งนี้เป็นครั้งที่สองเพราะก่อนหน้านี้เขาติดต่อเธอล่วงหน้าไว้แล้ว ทั้งยังระบุเอาไว้ว่ามะลิเป็นเด็กพิเศษเพราะอย่างนั้นจึงอยากให้เธอลองมาสอนมะลิดูก่อน หากสามารถ ‘ควบคุม’ มะลิได้ก็จะให้เธอสอนต่อไป แต่ถ้าหากไม่สามารถควบคุมมะลิได้ก็จะจ้างเพียงเท่านี้ ซึ่งผลที่ออกมา... "คุณมะลิคะ! มานั่งเรียนดีๆ เถอะค่ะ! อย่าวิ่งสิคะ! " เหมือนจะไม่สามารถควบคุมมะลิได้... มะลิไม่มีสมาธิมากพอที่จะนั่งเรียนหนังสือกับคุณครูได้นานๆ เพียงแค่ห้านาทีเท่านั้นเธอก็วิ่งเล่นรอบโถงเพนต์เฮ้าส์เสียห้องแล้ว มิหนำซ้ำยังดูสนุกสนานกับการที่คุณครูวิ่งไล่ตามเธอด้วย "คะ คุณชันย์! ชะ ช่วยฉันจับคุณมะลิหน่อยสิคะ! " ราชันย์ได้แต่ถอนหายใจอย่างปลงตกระคนเอือมระอาที่มะลิยังดื้อกับคนอื่นไม่เลิก ทั้งที่ตอนเจอหน้าคุณครูครั้งแรกยังดูหวาดกลัวคนแปลกหน้า แต่เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีท่าทีเป็นภัยคุกคามเธอก็เริ่มแผลงฤทธิ์แผลงเดชทันที สุดท้ายแล้วราชันย์ก็ตัดสินใจจ่ายค่าสอนรายชั่วโมงนั้นให้กับคุณครูสองเท่า รวมถึงขอซื้อแผนการสอนเป็นขั้นตอนจากเธอโดยให้เงินเพิ่มไปอีกจำนวนหนึ่งเพราะต่อจากนี้เขาจะเป็นคนสอนหนังสือให้กับมะลิด้วยตัวเอง "มะลิ! มานั่ง!" คล้อยหลังประตูลิฟต์ส่วนตัวประจำชั้นปิดตัวลงเมื่อคุณครูกลับไปแล้ว ราชันย์ก็ร้องเรียกมะลิเสียงเข้ม คนที่กำลังนั่งคาบใบไม้ตกแต่งห้องหันกลับมามองเขาตาใสแป๋วก่อนจะวิ่งหน้าตั้งมาหยุดตรงหน้าเขาที่กำลังยืนกอดอกพิงขอบโต๊ะไอส์แลนด์ตัวยาวด้วยสีหน้าเรียบตึง "ต่อจากนี้ไปฉันจะสอนหนังสือให้เธอเอง มานั่งนี่" "อ่า... " มะลิร้องครางคล้ายกับตอบรับ เธอนั่งลงอย่างว่าง่ายในขณะที่ราชันย์นั่งลงข้างกายเธอก่อนจะดึงเก้าอี้ให้ของเธอให้มานั่งติดกับเขา ราชันย์เปิดหนังสือเรียนที่ซื้อต่อมาจากคุณครูเมื่อกี้และทำความเข้าใจอย่างรวดเร็ว ซึ่งมันไม่ได้ยากสำหรับเขาเลยเพราะมันคือบทเรียนเริ่มต้นสำหรับ ก-ฮ เท่านั้น เริ่มแรกก็ต้องสอนให้มะลิรู้ก่อนว่าตัวอักษรไทยมีอะไรบ้าง "ตัวนี้คืออักษรอะไร? จำได้ไหม? " ราชันย์มักจะเปิดบทเพลง ก-ฮ เพื่อพัฒนาความจำให้กับมะลิ หลายครั้งเขาได้ยินเธอฮึมฮัมเพลงนี้ในลำคอ ซึ่งมันทำให้เขาเชื่อว่าเธออาจจะจำ ก-ฮ ได้แล้วก็เป็นได้ "อ่า" มะลิร้องครางและพยักหน้าเบาๆ ซึ่งมันทำให้เขาเริ่มไล่เรียงตัวอักษรอื่นๆ ทว่าก็ไม่เกินห้านาทีสมาธิของมะลิก็เหมือนจะหลุดลอยอีกครั้ง เธอเริ่มนั่งขยุกขยิกไม่ติดเก้าอี้ สายตาเริ่มมองหาอะไรอย่างอื่นทำและเขารู้ว่าเธอกำลังมองหาอะไร "ถ้าไม่ตั้งใจเรียนอีกสามสิบนาที ฉันจะไม่ให้เธอดูละครพวกนั้น" เพราะก่อนที่คุณครูจะมาสอนเขาเอาไอแพดไปแอบไว้แล้วและดูเหมือนว่าคำขู่นี้จะได้ผลเมื่อมะลิหันกลับมาสนใจหนังสือเรียนอีกครั้ง ครั้งนี้เธอดูตั้งใจฟังในสิ่งที่เขากำลังสอน ราชันย์เห็นเช่นนั้นจึงอยากเริ่มการสอนที่มากกว่านั้น "ไหน ลองพูดตัวนี้ซิ้ กอ-ไก่" ราชันย์ชี้นิ้วที่ตัวอักษรพยัญชนะตัวแรกพร้อมทั้งออกเสียงช้าๆ ชัดๆ ให้มะลิดูปากเพื่อที่เธอจะได้ทำตามได้ แต่ทว่าเสียงที่ตอบกลับมาไม่ใช่อย่างที่เขาคาดหวังเอาไว้ "อ่า" "ไม่ใช่อ่า แต่เป็น กอ-ไก่" ราชันย์ยังคงใจเย็นกับการสอนมะลิ เขาลองให้เธอพูดเช่นนี้อยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่มีสักครั้งที่เธอจะพูดแม้แต่คำว่า ‘กอ’ "ลองอีกครั้ง กอ-ไก่" "อ่า" "ก็บอกว่าไม่ใช่อ่าไงมะลิ! ดูปากฉันสิ! กอ! ไก่!" เมื่อไม่มีอะไรได้ดั่งใจราชันย์จึงเริ่มหงุดหงิด เขาไม่เข้าใจกับอีแค่คำว่ากอไก่ตัวเดียวแต่ใช้เวลาสอนมานานกว่าสิบนาทีแล้วทว่ามะลิก็ยังไม่สามารถพูดได้เสียที มะลิเห็นว่าราชันย์เริ่มขึ้นเสียงใส่เธอก็รีบลุกจากเก้าอี้หวังจะหนีเขาไปซ่อนตัวในห้องนอนแต่ราชันย์ก็ไวกว่า คว้าแขนของเธอเอาไว้พร้อมทั้งดึงเธอให้นั่งลงที่เดิม "ยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียน! มีสมาธิหน่อย! ตั้งใจเรียน! " มะลิเบือนหน้าหนีราชันย์ที่พูดใส่หน้าเธอ ดูเหมือนว่าตอนนี้เขาจะหงุดหงิดมากที่เธอพูดไม่ได้เสียที ในขณะที่เธอก็ลองพยายามดูแล้ว แต่ลิ้นของเธอมันก็ไม่ได้ดั่งใจเธอเช่นกัน! อาจจะเป็นเพราะว่าเธอลืมวิธีการพูดไปแล้วเพราะอย่างนั้นเธอจึงพูดไม่ได้เสียที! "อ่าๆๆ!!! " มะลิก็อยากจะตะโกนตอบกลับใส่หน้าเขาเป็นคำพูดเช่นกัน ทว่าสิ่งที่ออกมาเป็นเพียงแค่เสียงนั้นเท่านั้น ซึ่งเธอไม่รู้เลยว่ามันยิ่งกระตุ้นให้ราชันย์มีน้ำโห เพราะเขาคิดว่าเธอพูดไม่ได้เสียทีก่อนจะต่อว่าเธอด้วยถ้อยคำรุนแรง "ยัยโง่! แค่นี้ก็พูดไม่ได้! แล้วเมื่อไหร่จะใช้ชีวิตได้เองวะ! ภาระจริงๆ!!!" "..." คนฟังที่พูดไม่ได้เกิดอาการจุกอกทันใด มะลินิ่งงันไปหลายวินาทีในขณะที่ราชันย์ลุกพรวดพราดจากเก้าอี้และเดินคว้ากุญแจรถพร้อมกับกระเป๋าตังค์ตรงไปยังลิฟต์ประจำชั้น ซึ่งเธอรู้ว่าเขากำลังจะออกไปข้างนอกโดยทิ้งเธอเอาไว้ที่นี่เพียงลำพัง... ================ #บักปอบเอ้ยยยย เอ็งก็ใจเย็นๆ กับลูกสาวฉันหน่อยไม่ได้เหรอ! เด็กมันกำลังเรียนรู้เนี่ย! #อย่าให้ลูกสาวฉันพูดได้นะ จะด่าให้ไฟแลบเลย!
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD