บทที่ 4 [1/3]

1221 Words
ตั้งแต่ขับรถออกจากเพนต์เฮ้าส์ตอนเกือบหนึ่งทุ่ม จวบจนกระทั่งตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงคืนแล้วแต่ราชันย์ก็ยังไม่ได้กลับไป เขาใช้เวลานานหลายชั่วโมงอยู่ที่คลับของเพื่อนเพราะตั้งแต่รับมะลิมาอยู่ด้วยเขาก็ไม่ได้ออกมาสังสรรค์เลยและตอนนี้อารมณ์ขุ่นมัวที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ก็เลือนหายไปเมื่อได้แอลกอฮอล์รสแรงช่วยดับมัน ข้างกายของราชันย์และเพื่อนอีกสามคนมีสาวๆ ที่คอยดูแลอยู่ไม่ห่าง พวกเธอหัวร่อต่อกระซิกกับเหล่าหนุ่มๆ อย่างเป็นกันเองก่อนจะพากันทยอยออกจากห้องวีไอพีเมื่อถึงเวลาที่ต้องแยกย้าย ซึ่งพวกเขารู้กันว่าแต่ละคนมีจุดประสงค์ทำอะไร หนึ่งในนั้นคือราชันย์ที่กำลังโอบไหล่หญิงสาวข้างกายไปยังรถสปอร์ตที่จอดอยู่ จุดหมายปลายทางคือโรงแรมแห่งหนึ่งที่ไม่ไกลจากคลับ เขาจองโรงแรมเอาไว้แล้วแต่น่าแปลกที่วันนี้เขาไม่ได้รู้สึกสนุกกับการเข้าโรงแรมกับผู้หญิงเหมือนกับทุกครั้งที่ผ่านมา กลับกันในใจเกิดความรู้สึกพะว้าพะวังอะไรบางอย่างที่เขาเองรู้ดีแก่ใจว่าสิ่งนั้นคืออะไร ติ้ง! เสียงของลิฟต์ที่ดังขึ้นดึงสติราชันย์ให้กลับมา ประตูลิฟต์ค่อยๆ เปิดออกพร้อมกับหญิงสาวข้างกายที่ควงแขนเขาและดึงรั้งเบาๆ ให้เข้าไปข้างในลิฟต์พร้อมกัน ราชันย์ไม่ได้ขัดขืนอะไรและระหว่างนั้นที่ลิฟต์กำลังทะยานขึ้นชั้นห้องพักเขาก็ล้วงโทรศัพท์จากกระเป๋ากางเกงขึ้นมาดูก่อนจะเห็นว่าเป็นเวลาเที่ยงคืนกว่าแล้ว ด้วยความสงสัยอะไรบางอย่างจึงทำให้เขากดเข้าแอปพลิเคชันดูกล้องวงจรปิดในโทรศัพท์ตัวเอง ภายในเพนต์เฮ้าส์ของเขาติดตั้งกล้องวงจรปิดเอาไว้เพื่อความปลอดภัยเพราะบางครั้งแม่บ้านก็จะเข้ามาทำความสะอาดในวันที่เขาไม่อยู่ แต่ทว่าครั้งนี้จุดประสงค์ที่เข้าแอปต่างจากเดิมเพราะเขาตั้งใจจะดูว่ามะลิกำลังทำอะไรอยู่ ตลอดสองสัปดาห์ที่อยู่ด้วยกัน ราชันย์จะให้มะลินอนไม่เกินเวลาสี่ทุ่มและเขาก็คาดว่าเธอน่าจะหลับไปแล้ว ทว่าเมื่อดูกล้องวงจรปิดภายในโถงนั่งเล่นซึ่งเธอจะนอนตรงโซฟาตัวยาวทุกคืนกลับพบว่าไม่มีเธอนอนอยู่ตรงนั้น ราชันย์เปลี่ยนกล้องดูมุมอื่นๆ ภายในบ้านก็ยังไม่พบมะลิเช่นเดิม จนกระทั่งกล้องตัวสุดท้ายที่กดเข้าไปดูทำให้เขาเห็นว่าเธอกำลังนั่งฟุบหน้าอยู่กับเข่าตรงบริเวณประตูลิฟต์และด้วยความสงสัยจึงย้อนกล้องกลับไปดูว่าเธอนั่งอยู่ตรงนี้นานแค่ไหนก่อนจะพบว่า... "ซื่อบื้อจริงๆ เลย" หัวใจของราชันย์วูบโหวงเมื่อเห็นว่าคล้อยหลังประตูลิฟต์ปิดไม่นานหลังจากที่เขาลงไปแล้ว มะลิก็เดินวนเวียนอยู่ตรงหน้าลิฟต์นานหลายนาทีก่อนจะเปลี่ยนเป็นนั่งรอที่ตรงนั้น หากนับเวลาดูแล้วจะพบว่าเธอนั่งรอเขาอยู่เช่นนั้นมานานกว่าห้าชั่วโมง แล้วอย่างนี้จะไม่ให้เขาสบถว่าเธอได้เช่นไร "คะ? " หญิงสาวข้างกายหันไปมองราชันย์อย่างงงงวยที่จู่ๆ เขาก็เอ่ยขึ้นมาเหมือนกับกำลังว่าเธอ แต่ทว่าสายตาของเขากลับจดจ้องอยู่ที่โทรศัพท์ไม่วางตา ติ้ง! เสียงเตือนลิฟต์ที่บ่งบอกถึงชั้นจุดหมายปลายทางดังขึ้นอีกครั้ง ประตูลิฟต์ถูกเปิดออกในขณะที่ราชันย์เก็บโทรศัพท์มือถือใส่กระเป๋ากางเกงเช่นเดิม หญิงสาวที่มาด้วยกันเดินออกจากลิฟต์ไปก่อนทว่าราชันย์กลับยังยืนอยู่ที่เดิมและก่อนที่ประตูลิฟต์จะปิดเขาก็เอ่ยบอกเธอด้วยน้ำเสียงเร่งรีบ "ขอโทษทีแต่คืนนี้ไปต่อด้วยไม่ได้แล้วล่ะ ฉันต้องรีบกลับก่อน พอดีมีธุระด่วนน่ะ คืนนี้ถ้าเธอยังไม่อยากกลับก็นอนที่นี่ได้เลย" เพราะเขาจ่ายเงินค่าห้องไปแล้วและธุระด่วนที่ว่าก็คือต้องรีบกลับไปเพนต์เฮ้าส์เดี๋ยวนี้ เพราะเขาเชื่อว่าหากเขาไม่กลับไปตอนนี้มะลิอาจจะนั่งอยู่ตรงนั้นต่อไปจนกว่าเขาจะกลับอย่างแน่นอน จู่ๆ ความรู้สึกผิดก็พุ่งกระแทกใจของราชันย์อย่างจัง เขาไม่เคยรู้สึกอะไรอย่างนี้มาก่อนและมันเป็นครั้งแรกที่รู้สึกผิดต่อใครสักคนมากขนาดนี้ ราชันย์รีบขับรถกลับไปยังเพนต์เฮ้าส์ทันที กว่าจะถึงก็เป็นเวลาเกือบตีหนึ่งและทันทีประตูลิฟต์ประจำชั้นเพนต์เฮ้าส์เปิดออกมะลิที่ยังนั่งอยู่ที่เดิมก็เงยหน้าขึ้นทันใด เธอรีบลุกขึ้นยืนและปรี่เข้ามาหาราชันย์ด้วยสีหน้าดีใจที่เขากลับมาแล้ว ในขณะที่คนเพิ่งมาถึงก็เอ่ยถามเธอพร้อมทั้งก้าวเดินไปยังโถงนั่งเล่นโดยมีมะลิเดินตามต้อยๆ ไม่ต่างจากลูกเป็ดติดแม่เป็ด "ไปนั่งทำอะไรตรงนั้น แล้วทำไมยังไม่นอน?" มะลิไม่ได้ตอบคำถามของราชันย์ แต่กลับทำจมูกฟุดฟิดดมตามเสื้อของเขาก่อนจะเบือนหน้าหนีเพราะมีกลิ่นฉุนที่ไม่คุ้นเคยติดตัวเขาและเธอก็รู้สึกไม่ชอบที่เขามีกลิ่นของคนอื่นติดตัวมาเช่นนี้ ราชันย์เห็นปฏิกิริยานั้นของมะลิแล้วก็ถามด้วยความสงสัย "ไม่ชอบกลิ่นน้ำหอมพวกนี้เหรอ?" มันไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมของเขาแต่เป็นของผู้หญิงคนนั้นที่เกือบจะได้ขึ้นเตียงกับเขาแล้วแต่สุดท้ายเขาก็ทิ้งเธอไว้ที่โรงแรมเพื่อกลับมาหาคนซื่อบื้ออย่างมะลิที่เอาแต่นั่งรอเขาไม่ยอมขยับไปไหนทั้งที่เธอจะหลับไปเลยก็ได้เพราะมันคือเวลานอนของเธอ "อื้อๆ!" ครั้งนี้มะลิตอบคำถามของเขาด้วยการพยักหน้าหงึกหงักและขานรับในลำคอ แต่นั่นกลับทำให้ราชันย์เกิดนึกสนุกขึ้นมา เขาถอดเสื้อตัวนั้นทิ้งไปอย่างไม่สนใจและเดินกลับมาหามะลิที่มองเขาตาใสแป๋วก่อนจะเชยปลายคางเธอขึ้นให้แหงนเงยมองใบหน้าเขาที่ดูเจ้าเล่ห์ไม่น่าไว้ใจและเขาก็ยอมรับว่าตอนนี้ตัวเองไม่น่าไว้ใจจริงๆ เมื่อเอ่ยประโยคที่เอาแต่ใจตัวเองออกมา "ถ้าไม่ชอบกลิ่นคนอื่นที่ติดตัวฉัน เธอก็เอาตัวเองมาถูตัวฉันเพื่อลบกลิ่นพวกนั้นสิ" ราชันย์หยัดยิ้มมุมปากอย่างขำขันกับปฏิกิริยาของมะลิที่กะพริบตามองเขาปริบๆ อย่างใสซื่อ เขาไม่ได้คาดหวังว่าเธอจะทำตามที่เขาบอกเพราะพูดไปขำๆ เท่านั้นก่อนจะเดินเข้าห้องนอนเพื่ออาบน้ำ แต่ทว่าในตอนที่เขากำลังถอดกางเกงอยู่นั้นท่อนแขนนุ่มๆ และตัวนิ่มๆ ของมะลิก็สวมกอดเขาจากทางด้านหลัง จากนั้นเธอก็ทำในสิ่งที่เขาไม่คาดคิดเมื่อเธอเอาตัวเองมาถูเขาจริงๆ! ================== #หลังจากนั้นจะเกิดอะไรขึ้นน้า~ 🥵
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD