ในพินัยกรรมระบุเอาไว้อย่างชัดเจนว่า 'ราชันย์' จะได้รับมรดกหมื่นล้านในส่วนของตัวเองก็ต่อเมื่อเขาจดทะเบียนสมรสกับ 'มะลิ' หญิงสาววัยยี่สิบปีและต้องทำให้เธอสามารถใช้ชีวิตได้อย่างคนปกติทั่วไป
ข้อต่อรองในพินัยกรรมนั้นสร้างความสงสัยให้กับราชันย์ไม่น้อยเลยเพราะเขาไม่เคยเจอหรือรู้จักผู้หญิงที่ชื่อมะลิมาก่อนเลย แต่กระดาษแผ่นหนึ่งที่ปั๊มลายนิ้วมือแทนการลงลายลักษณ์อักษรบนกระดาษทะเบียนสมรสนั้นกลับผูกมัดเขาเอาไว้กับเธอเสียแล้ว พร้อมๆ กับความรู้สึกหนึ่งที่ผุดขึ้นมาแม้จะยังไม่เห็นหน้าหล่อนนั่นก็คือ...เกลียด
ยัยนั่นเป็นใครก็ไม่รู้แต่กลับผูกมัดเขาด้วยใบทะเบียนสมรส ทั้งที่เขาไม่คิดจะผูกมัดชีวิตไว้กับใครเพราะในเวลานี้เขายังรักอิสระและยังสนุกกับการพบเจอผู้คนใหม่ๆ โดยไม่ผูกมัดหรือฝากใจไว้ที่ใคร
แต่ในเวลานี้เขากลับต้องจดทะเบียนสมรสกับใครก็ไม่รู้ที่เขาไม่รู้จักมาก่อนเพื่อปกป้องมรดกในส่วนของตัวเองและถ้าหากไม่ทำตามข้อตกลงในพินัยกรรมที่ปู่ระบุเอาไว้ก่อนเสียชีวิต เขาจะไม่ได้รับอะไรทั้งสิ้นแม้แต่เงินสักบาทก็ไม่ได้!
ตั้งแต่เกิดจวบจนอายุสามสิบสามปีราชันย์ไม่เคยถูกบังคับให้ทำอะไรเช่นนี้มาก่อนและเขามักทำอะไรตามใจตัวเองอยู่เสมอโดยไม่สนใจชื่อเสียงของตัวเองว่าจะถูกมองเช่นไร ต่อให้จะถูกพูดนินทาลับหลังว่าเป็นคนไม่เอาถ่านต่างจากพี่ๆ อีกสองคน ทั้งยังเป็นเพลย์บอยตัวพ่อที่ควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้าแต่เขาก็ไม่สนคำพูดเหล่านั้นและเลือกจะใช้ชีวิตอย่างอิสระ
ชื่อเสีย (ง) เหล่านั้นไม่ได้ทำให้ชีวิตของเขาตกต่ำแต่อย่างใด ที่ผ่านมาก็ใช้ชีวิตสนุกสนานและผลาญเงินไปวันๆ เท่านั้นโดยไม่หวั่นเกรงว่ามันจะหมดในสักวันหนึ่งเพราะมั่นใจว่าตระกูล 'เทวะบัญชา' จะไม่มีวันล่มจมอย่างแน่นอนเนื่องจากเป็นตระกูลเศรษฐีเก่าแก่ที่มีรากฐานทางธุรกิจมั่นคงสืบทอดมานานตั้งแต่รุ่นบรรพบุรุษ
แต่ทว่าความสนุกและชีวิตแสนตื่นเต้นเหล่านั้นของราชันย์กำลังจะเปลี่ยนไปเมื่อพินัยกรรมของปู่ที่สั่งเสียเอาไว้ก่อนตายถูกเปิดเมื่อเช้านี้ทั้งยังระบุอย่างชัดเจนว่าเขาจะต้องจดทะเบียนสมรสกับผู้หญิงที่ชื่อมะลิและยังระบุเพิ่มเติมเอาไว้ว่าเขาจะหย่ากับเธอได้ก็ต่อเมื่ออีกฝ่ายสามารถใช้ชีวิตในประจำวันได้แล้ว
ข้อความที่ระบุนั้นสร้างความสงสัยให้กับราชันย์ไม่น้อยเพราะมันคล้ายกับว่าภรรยาของเขาเป็นคนผิดปกติอย่างไรอย่างนั้น หรือไม่ก็อาจจะพิการช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ แต่ไม่ว่าจะอย่างไรเขาก็ต้องทำให้เธอช่วยเหลือตัวเองให้ได้ในสักวันหนึ่งเพื่อแลกกับมรดกหมื่นล้านในส่วนของเขาที่จะได้รับ
"จริงเหรอวะที่แกจดทะเบียนสมรสกับใครก็ไม่รู้?"
วงสนทนาที่มีชายฉกรรจ์วัยเดียวกันทั้งหมดสี่คนกำลังพูดถึงเรื่องของเขาหลังจากที่เล่าให้เพื่อนๆ ฟังด้วยท่าทางกลัดกลุ้มและอารมณ์เสียที่ต้องมาทำอะไรเช่นนี้เพื่อแลกกับมรดกในขณะที่พี่น้องอีกสองคนไม่ต้องทำอะไรก็ได้มรดกในส่วนนั้นไปแล้ว
"เออ ยังไม่ทันเห็นหน้าฉันก็รู้สึกเกลียดแล้ว"
ราชันย์เป็นคนพูดตรงและไม่ค่อยถนอมน้ำใจใคร หากเกลียดใครเขาก็จะพูดออกมาตรงๆ เหมือนอย่างตอนนี้ที่เขาบอกกับเพื่อนๆ ด้วยสีหน้าเซ็งๆ ทั้งยังกระดกดื่มเหล้าในแก้วรวดเดียวจนหมดโดยไม่หวั่นเกรงว่าจะเมาแต่อย่างใด
ทว่าในขณะที่เขากำลังเครียดเพื่อนๆ กลับหัวเราะร่าราวกับเป็นเรื่องสนุกสนานอย่างไรอย่างนั้น แต่เขาก็เลือกปล่อยผ่านไม่อยากใส่ใจก่อนจะหันไปสนใจหญิงสาวข้างกายที่กำลังนั่งออเซาะปลอบใจเขากับสิ่งที่เขาเพิ่งเล่าให้ฟัง
"อย่าเครียดไปเลยค่ะคุณชันย์ ออกไปกับเมนี่สิคะ แล้วจะทำให้ลืมเรื่องเครียดไปเลยค่ะ"
ปลายนิ้วเรียวยาวที่ทาเล็บสีแดงสดกรีดลงบนแผงอกแน่นของราชันย์แผ่วเบา สีหน้าและสายตาของเธอที่มองเขานั้นเต็มไปด้วยความยั่วยวนอย่างไม่คิดปิดบัง
ความจริงแล้วราชันย์จำชื่อหญิงสาวที่อยู่ข้างกายไม่ได้ด้วยซ้ำเพราะจบคืนนี้ไปอย่างไรก็ไม่เกี่ยวข้องกันอีก แม้เขาจะยังอยู่ในอารมณ์เซ็ง แต่ถึงอย่างนั้นวิธีระบายอารมณ์ของเขานั่นก็คือการมี ‘เซ็กซ์’ และเขาชื่นชอบมันมากเพราะอย่างนั้นจึงไม่ปฏิเสธเมื่อมีคนเชิญชวนเช่นนี้
เธอเสนอ...เขาก็แค่สนองเท่านั้นเอง
"ถ้าอย่างนั้นก็อย่ามัวเสียเวลาเลย"
ราชันย์โปรยยิ้มทรงเสน่ห์ที่ใครเห็นก็ต้องตกหลุมพรางก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะและเดินโอบเอวบางของหญิงสาวออกจากคลับแห่งนี้โดยที่เพื่อนๆ อีกสามคนก็ไม่ได้รั้งเอาไว้เพราะรู้ดีว่าคนอย่างราชันย์ไม่เคยปฏิเสธเรื่องเซ็กซ์เลยสักครั้ง
ชีวิตวันๆ หนึ่งของราชันย์ก็ไม่มีอะไรมาก แค่เมาหัวราน้ำไปวันๆ ใช้ชีวิตเสเพลและเปลี่ยนหญิงไม่ซ้ำหน้าก็เท่านั้น เพื่อนที่คบหาก็เป็นคนระดับเดียวกันหรือเรียกได้ว่า 'ประเภทเดียวกัน' ซึ่งแต่ละคนก็เป็นลูกคนใหญ่คนโตและร่ำรวยเพราะอย่างนั้นพวกเขาจึงใช้ชีวิตอย่างอิสระเช่นไรก็ได้ ยกเว้นก็แต่ราชันย์ที่ไม่รู้ตัวเลยว่านับตั้งแต่วันพรุ่งนี้ชีวิตของเขาจะเปลี่ยนไป...
::
::
"ไม่นอนค้างด้วยกันสักคืนเหรอคะ? ตื่นมาพรุ่งนี้เช้าเราก็ต่อกันอีกสักรอบก่อนจะแยกย้ายกันไป"
หญิงสาวในร่างเปลือยเปล่ามองดูแผ่นหลังกว้างที่อันแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อและรอยสักประปรายตามร่างกายของราชันย์
เธอได้ยินชื่อเสียงของเขามานานแล้วจึงอยาก ‘ลองดู’ กับเขาสักครั้งว่าไอ้คำพูดของเหล่าสาวๆ ที่พูดต่อๆ กันมาว่าราชันย์ไม่ได้มีดีแค่หน้าตาอย่างเดียวเพราะเรื่องบนเตียงเขาก็เด็ดไม่แพ้กันและคืนนี้เธอก็ประจักษ์ด้วยตัวเองแล้วว่าคำพูดของพวกหล่อนเหล่านั้นเทียบไม่ได้สักนิดเพราะความจริงแล้วราชันย์ ‘เด็ด’ กว่าคำพูดพวกนั้นมากหลายเท่า! โดยเฉพาะอาวุธติดตัวของเขานั้นมันใหญ่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ!
เรียกได้ว่าโดนเข้าไปเต็มเหนี่ยวก็ต้องมีจุกกันบ้างหรือไม่ก็เดินขาถ่างกันไป ซึ่งเธอเองก็กำลังเป็นเช่นนั้นเพราะตอนนี้ทั้งจุกทั้งขาสั่นไม่หายและเธอก็ยอมรับว่าติดใจราชันย์เข้าแล้วจริงๆ จึงพยายามหว่านล้อมเขาให้นอนค้างกับเธอ ทั้งยังคาดหวังว่าจะต่อกับเขาอีกสักรอบแต่ทว่าราชันย์กลับไม่คล้อยตาม
"ไม่ล่ะ ถุงยางหมดแล้วและตอนนี้ฉันก็อยากกลับไปนอนที่เพนต์เฮ้าส์"
ราชันย์ไม่เสียเวลาคิด เขาถือคติถุงยางหมดก็จบเท่านี้และไม่นอนค้างกับใครหลังจากที่ทำเรื่องอย่างว่าเสร็จเพราะอย่างนั้นเมื่อเสร็จกิจจึงสวมใส่เสื้อผ้าและเดินออกจากห้องโดยไม่ล่ำลาคู่นอนด้วยซ้ำ
ในตอนนี้เขายังมีเรื่องสำคัญที่ต้องทำ หากไม่ทำเขาจะไม่ได้รับมรดกในส่วนของเขา ในขณะที่เซ็กซ์นั้นจะมีเมื่อไหร่ก็ได้ แต่เรื่องมรดกเขาจะพลาดไม่ได้เด็ดขาด!
หมื่นล้านเชียวนะ! ใครไม่สนใจก็บ้าแล้ว!
ราชันย์ออกจากโรงแรมในเวลาตีสาม รถสปอร์ตคันหรูทะยานบนท้องถนนด้วยความเร็วเกินกว่ากฎหมายกำหนด เส้นทางที่ขับรถมุ่งไปไม่ใช่เพนต์เฮ้าส์อย่างที่บอกกับคู่นอน แต่เป็นเส้นทางไปยังจุดหมายหนึ่งตามที่พินัยกรรมระบุพิกัดเอาไว้
มุมปากได้รูปกดลึกเป็นรอยยิ้มร้ายกาจไม่ต่างจากประกายตาดำมืดที่อัดแน่นด้วยความชิงชังแม้ว่าจะยังไม่เคยเจอกับคนที่ได้ชื่อว่าภรรยาของเขามาก่อนก็ตาม
ในใจของราชันย์ได้แต่พร่ำกล่าวโทษภรรยาในนามที่ทำให้ชีวิตของเขากำลังขึ้นอยู่กับเธอ!
"แล้วเราจะได้เห็นดีกัน!"
======================
#เอ็งก็ใจเย็นๆ ก่อนนนน ยังไม่ได้เห็นหน้าเมียเลย ก็จ้องจะเกลียดเขาซะแล้ว!