พอเดินผ่านหน้าร้านขายเครื่องประดับ เธอก็คิดอะไรดีๆออก กำไลข้อมือของเธอคงขายได้หลายตังค์
‘คิก…แค่หาเงินมันจะไปยากอะไรล้า…คุณหนูจัสมินซะอย่าง สวย ฉลาด และหาเงินเก่ง ’
เมื่อปรึกษากับตัวเองเสร็จ เธอก็เหลือบตามามองเขา
“นายรอฉันตรงนี้แหละ ฉันอยากดูเครื่องประดับมาใหม่หน่อยอะ ”
ไคเลอร์มองเธอนิ่ง
“อะไร มองหน้าฉันนายมีปัญหาอะไร”
จัสมินถามอย่างร้อนตัว ทั้งที่ไคเลอร์ยังไม่ได้พูดอะไรซักคำ
“ถูกลดเงินเดือน แต่มาดูเครื่องประดับ
มันไม่ย้อนแย้งไปหน่อยเหรอ”
ไคเลอร์พูดขึ้นอย่างรู้ทัน
“นายไม่ยุ่งซักเรื่องจะได้มั้ย ”
พูดจบคุณหนูจัสมินคนซึนก็เดินสะบัดก้นเข้าไปในร้านเครื่องประดับทันที
“ว้าย!!คุณจัสมินสวัสดีค่ะ วันนี้สนใจรุ่นไหนในร้านของเราเป็นพิเศษมั้ยคะ ตอนนี้มีกำไล คอลเลคชั่นใหม่ด้วยนะคะ ร้านเราเป็นเจ้าแรกในไทยที่นำเข้าเลย คุณจัสมินสนใจรึเปล่า เดี๋ยวกวางจะเอามาให้คุณจัสมินได้ชมก่อนใครเลย ”
พอได้ยินเสียงต้อนรับขับสู้เป็นอย่างดี จัสมินก็ยืนอึ้งอยู่ซักพัก หน้าสวยที่เคยสุดแสนจะมั่นใจ ตอนนี่ชาวูบวาบไปหมด
“อ้อ…ขอดูหน่อย ”
ตั้งใจว่าจะเอากำไลมาขายแก้ขัดแท้ๆ แต่พนักงานดันรู้จักและสนิทกัน เพราะเธอเป็นลูกค้าระดับVVIPซะงั้น
“ได้เลยค่ะคุณจัสมิน ”
พนักงานหยิบกำไลข้อมือคอลเลคชั่นใหม่ ออกมาให้เธอดูอย่างระวัง เพราะของชิ้นนี้ราคาค่อนข้างแพง
“ คอลเลคชั่นนี้จะมีทั้งหมดสามสีค่ะ ”
กำไลสีทอง สีเงิน และสีโรสโกลด์ ถูกวางเรียงรายบนถาดกำมะหยี่สีนำเงิน สะท้อนแสงไฟระยิบระยับสวยงามน่าเก็บสะสม มือเล็กหยิบขึ้นมาดูเบาๆ ถ้าเป็นแต่ก่อนเธอคงเหมาหมดทั้งสามสีอย่างไม่ลังเล
“ราคาเท่าไหร่ ”
“สำหรับคุณจัสมิน กวางลดให้เป็นพิเศษเลยค่ะ
ถ้ารับสามสีราคาจิ๊บๆสบายกระเป๋า ปกติราคาเรือนละสี่แสนห้าหมื่นบาทค่ะคุณจัสมินขา แต่ถ้าคุณจัสมินรับสามสีเลย กวางลดพิเศษจากหนึ่งล้านสามแสนห้าหมื่น เหลือหนึ่งล้านสามแสนถ้วนเลยค่ะ ”
พนักงานเสนอราคาน่าสนใจ มีส่วนลดให้เธอตั้งห้าหมื่น
“งั้นเหรอ…”
จัสมินมองกำไลพร้อมทำหน้าอึกอัก
“แต่ฉันว่ารุ่นนี้มันไม่ค่อยถูกใจอ่ะ ประดับเพชรเยอะไปนิด เดี๋ยวฉันค่อยมาดูใหม่ดีกว่า ”
เธอปฏิเสธอย่างกลัวเสียฟอร์ม
“อ่อ…ไม่เป็นไรค่ะ ไว้โอกาสหน้าคุณจัสมินค่อยแวะมาใหม่นะคะ ขอบพระคุณที่เสียเวลาชมสินค้าร้านเรา ”
เธอหันหลังออกจากร้านอย่างไม่ลังเล ต่อให้จะแก้สถานการณ์ต่อหน้าได้ แต่ภายในใจลึกๆก็รู้สึกเสียฟอร์มอยู่ดี
“ป๊านะป๊า ทำกับลูกได้ลงคอ ไม่รักลูกคนนี้แล้วรึไง ”
เธอเดินกลับออกมาที่หน้าร้าน ยิ่งเห็นหน้านิ่งๆของไคเลอร์ เธอก็ยิ่งหงุดหงิดเข้าไปใหญ่
“ซื้อของเสร็จรึยังครับ ”
ไคเลอร์แกล้งถาม เพราะเขามองดูอยู่ตลอดว่าเธอหนะไม่ได้ซื้อหรอก และเหมือนจะรู้ด้วยว่าเธอกำลังจะเอากำไลไปขาย
“อืม…เสร็จแล้ว ”
ไคเลอร์ได้แต่ขำในใจ คุณหนูจัสมินยอมหักไม่ยอมงอจริงๆ
“นี่ก็ใกล้ค่ำแล้ว ผมว่าเราควรกลับ ”
จัสมินทำหน้าลังเล‘จะกลับได้ไงเล่า ฉันนัดกับไทเกอร์เอาไว้ ว่าจะไปเลี้ยงข้าวอีก เอาไงดี คิดสิคิด จัสมิน ..’
และแล้วหัวสมองอันชาญฉลาดของเธอก็คิดออก
“ไคเลอร์ ฉันหิวน้ำอะ นายไปซื้อน้ำให้หน่อยสิ ”
“คุณอย่ามาออกอุบายกับผม ผมไม่เชื่อคุณหรอก หิวน้ำก็เดินไปด้วยกัน ซื้อน้ำเสร็จก็จะได้กลับเลย นายโจเซฟตามแล้ว ”
จัสมินกรอกตามองบนให้กับความรู้ทันของไคเลอร์
“ไคเลอร์ ฉันขอทานข้าวก่อนได้มั้ย ฉันมีนัดทานข้าวกับเด็กอะ ”
“นัดทานข้าวกับเด็ก ไอ้โฮสต์คนเมื่อคืนใช่ไหม
พอดีเลย นายโจเซฟสั่งเอาไว้ ว่าถ้าผมเจอมัน ให้ทวงเงินที่คุณเปย์มันเมื่อคืนมาให้หมด ไปสิ!นัดเลี้ยงข้าวมันที่ไหน ”
ไคเลอร์ทำท่าทางจะเดินไปที่โซนอาหาร
“เฮ้ยๆ…ไม่ไปแล้ว ไม่ไปแล้ว ”
เธอรีบคว้าแขนแข็งแรงไคเลอร์เอาไว้อย่างลืมตัว ไคเลอร์หยุดทันที แล้วหันกลับมามองแขนตัวเอง ที่โดนมือขาวๆเล็กๆกอดเอาไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“เอามือคุณออกไปเดี๋ยวนี้ ”
จัสมินรีบมองดูมือตัวเองทันที ก่อนเห็นว่าตัวเองกำลังกอดแขนเขาอยู่จริงๆ
“คิดว่าฉันอยากจับนักรึไง ”
เธอรีบสะบัดมือออกทันที พร้อมยืนกอดอกทำหน้าบึ้งแก้เก้อ
“สรุปจะกลับได้รึยัง ”
“ก็กลับสิ”
จัสมินเดินนำไปก่อน และไคเลอร์จึงเดินตามไปติดๆ บนรถมีแต่ความเงียบ จนได้ยินเสียงถอนหายใจของจัสมินดังเป็นระยะ ไคเลอร์เลี้ยวรถเข้ามาในคฤหาสน์ ทันทีที่รถหยุดนิ่ง จัสมินก็ก้าวลงรถเดินหายเข้าบ้านทันที เขามองเธอเดินหายเข้าคฤหาสน์ไปจนลับตา แต่คนอย่างเขาไม่มีทางไว้ใจหรอก เหลี่ยมจัดเหลี่ยมเยอะแบบเธอ เผลอไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว
ภายในคฤหาสน์
“จัสมิน…กลับมาแล้วเหรอลูก…”
พอเธอเดินผ่านหน้าห้องรับแขก ม๊าของเธอรีบถามขึ้น พร้อมปากเล็กที่ยิ้มบางดีใจ
“ค่ะ จัสขอตัวนะคะ ”
“เดี๋ยวสิลูก ไม่ทานข้าวก่อนเหรอ ”
อลิชาเรียกตามอย่างเหนื่อยใจ แต่จัสมินก็เดินสะบัดก้นหนีขึ้นห้องไป ยิ่งประชดต่อไปอีก
ปัง…
“ฮึ่ย!!ให้มันรู้ไป ว่าใครจะแน่กว่ากัน ”
พอกลับมาถึงห้อง จัสมินก็บ่นอุบอิบ
พร้อมต่อต้านการกระทำของพ่อแม่เต็มระบบ
@ไคเลอร์
“เฝ้าประตูให้ดี ถ้าเห็นคุณจัสมินเดินเพ่นพ่าน รีบรายงันฉันด่วน ”
“ครับเฮีย ”
บอดี้การ์ดด้านหน้ารับคำสั่ง เพราะไม่มีใครไม่รู้จัก ว่าไคเลอร์คือหัวหน้าบอดี้การ์ดคนต่อไป
ด้วยฝีมือ ความรับผิดชอบ และความเด็ดขาด
เขาถอดแบบมาจากเทย์เลอร์ผู้เป็นพ่อมาเป๊ะ หลังจากสั่งงานเสร็จ เขาก็เดินมาด้านหลังคฤหาสน์ ซึ่งเป็นโรงครัวและห้องพักของบรรดาบอดี้การ์ดและแม่บ้าน
“ไคเลอร์…มาพอดีเลย ม๊าทำกับข้าวเสร็จพอดี”
พอเดินมาถึงโรงครัวด้านหลัง ม๊าเขาก็รีบเรียกให้ไปทานข้าว ตามธรรมดาคนแก่ที่นานๆจะเจอหน้าลูกที ก็จะดีใจเป็นพิเศษ
“ป๊าละครับ ยังไม่กลับมาอีกเหรอ ”
“ยังจ๊ะ ป๊าหนะคุยงานกับนายโจเซฟแบบนี้ทุกวัน บางวันสามทุ่มสี่ทุ่ม ม๊าเข้าห้องนอนก่อนทุกวัน ”
ปัทมาเล่าให้ลูกชายฟังเรียบๆ ก่อนนั่งลงฝั่งตรงข้าม เพื่อทานข้าวกับลูกชายเป็นมื้อแรกในรอบหลายเดือน
“เออ ว่าแต่ดูแลคุณหนูจัสมินวันแรกเป็นยังไงบ้าง เธอดื้อมั้ย ”
นั่งทานมื้อเย็นกันได้ซักพัก ปัทมาก็ถามถึงงานของลูกชาย
“สุดๆครับ ผู้หญิงอะไร ชาตินี้จะหาผัวได้รึเปล่าเหอะ ”
“อย่าพูดแบบนั้นสิลูก ยังไงคุณหนูก็เป็นเจ้านายเรา เธออาจจะดื้อหน่อยแต่นิสัยโดยแท้ก็มีความน่ารักขี้เล่นในตัว ผิดแค่โดนตามใจมาตั้งแต่เด็กจนเคยตัว