ปัง…
จัสมินเปิดประตูรถเองอย่างแรง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งแล้วกระแทกประตูปิดดังลั่น หน้าสวยบึ้งตึง ริมฝีปากเม้มแน่นจนเห็นชัดว่าอารมณ์ไม่ดีสุดๆ
“ไปส่งฉันร้านทำเล็บ เสร็จแล้วนายจะไปไหนก็ไป นี่เงินค่าจ้างนาย แล้วมารับฉันอีกทีสามทุ่ม… ถ้านายเชื่อฟัง นายก็จะได้ค่าจ้างบ่อยๆ”
ทันทีที่ขึ้นรถ คุณหนูตัวแสบก็เริ่มการเจรจาแบบฉบับของตัวเอง ใช้ธนบัตรพับเรียบยื่นไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล สำหรับเธอ…เงินคือทางออกที่ง่ายที่สุดเสมอ
ไคเลอร์เหลือบมองธนบัตรในมือเล็กเพียงแวบเดียว ก่อนจะละสายตากลับไปที่ถนน สีหน้าภายใต้แว่นกันแดดยังคงเรียบเฉย
“ผมไม่ได้มีธุระไปไหน… แล้วก็ไม่ได้ร้อนเงิน อยู่เป็นเพื่อนคุณหนูได้ทั้งวัน”
คำตอบนิ่งๆทำเอาจัสมินชะงัก มือที่ยื่นเงินค้างกลางอากาศ ก่อนจะชักกลับมาพร้อมเสียงฮึดฮัดอย่างขัดใจ
“ใครอยากให้นายอยู่เป็นเพื่อนกัน… ”
เธอหันหน้าหนีไปทางกระจก มองวิวด้านนอกอย่างงอนๆ เหมือนเด็กน้อยถูกขัดใจ
ก่อนนึกขึ้นได้ว่าตัวเองโดนตัดเงินเดือน
‘โทรขอเงินเฮียดีกว่า ’
ครืด~ครืด~
“รับสิเฮีย เย็นนี้ต้องใช้ตังค์นะ ”
{ว่าไงยัยแสบ}
ไม่นานปลายสายก็กดรับ พร้อมเสียงพี่ชายดังมาตามสาย
“แฮร่!!เฮีย…ป๊าตัดเงินเดือนจัสอ่า…เฮียช่วยน้องหน่อยสิ ”
จัสมินพูดเสียงอ้อน ตั้งใจโทรมาขอเงินเจได พี่ชายคนรองโดยเฉพาะ
{แล้วจะให้เฮียช่วยอะไรละ }
“เรื่องนี้เฮียช่วยจัสได้แน่นอน สำหรับเฮียมันขี้ประติ๋วเอง ”
{พูดมาเถอะ เฮียมีประชุม}
“ก็ได้…ขอตังค์ห้าแสนดิ ตอนเย็นต้องใช้ ”
{ว่าไงนะ เฮียได้ยินไม่ค่อยชัดเลย }
“จัสบอกว่า…ขอ/{น้องรัก แค่นี้ก่อนนะ เลขาเรียกเข้าห้องประชุมแล้ว }
“เฮีย!…เฮีย!…เฮีย!…”
จัดมินตะโกนเรียกพี่ชายอีกหลายครั้ง แต่สายของพี่ชายกลับตัดไปแล้ว
“ฮึ่ย!!!ไอ้เฮียบ้า!!!คอยดูนะ เจอหน้าจะซัดให้น่วมเลย ”
จัดมินบ่นให้พี่ชายอย่างไม่พอใจ รู้หรอกว่าพี่ชายจงใจวางสาย
“หึ!!…”
แต่ในระหว่างที่เธอกำลังหัวเสียกับพี่ชายคนรอง ก็มีเสียงหัวเราะหยันดังขึ้นเบาๆ เหมือนกำลังสมน้ำหน้าเธออย่างไม่ปิดบัง
“หัวเราะอะไรของนาย! ฉันไม่ได้อับจนหนทางขนาดนั้นหรอก พี่ชายฉันไม่ได้มีคนเดียวซักหน่อย ”
พอหันไปเอ็ดไคเลอร์เสร็จ ก็เลื่อนสายตากลับมาที่มือถือ แล้วกดโทรหาเจคอปพี่ชายคนโต
ครืด~ครืด~
{มีอะไร}
เพียงไม่นานพี่ชายก็รับสาย น้ำเสียงราบเรียบปนดุแต่ไม่ได้ดุ เพราะนี่คือเสียงปกติของพี่ชายเธอแล้ว
“เฮีย!…ขอตังค์หน่อยสิ สองแสน ”
เมื่อคิดว่าห้าแสนอาจจะเยอะไป เธอจึงลดให้อีกหน่อยนึง เพราะสำหรับเฮียเจคอปของเธอแล้ว เงินสองแสนแค่เศษฝุ่น
{ป๊าจำกัดเงินเดือนอยู่ไม่ใช่รึไง จะโทรมาขออะไรอีก เที่ยวให้มันน้อยๆหน่อย ไม่มีก็ไม่ต้องใช้ เลิกเที่ยวได้แล้ว}
พี่ชายคนโตเทศนามายาวเหยียด จนเธอต้องหน้าเบ้ เลื่อนมือถือออกไกลหูแล้วรีบกดวางสาย เสียงด่าของพี่ชายเธอดังกระแทกหูซะเหลือเกิน
“ไอ้เฮียเจคอปบ้า นอกจากไม่ได้ตังค์แล้วยังโดนด่าฟรีอีก ชิ”
จัสมินบ่นอุบอิบเริ่มอับจนหนทาง ส่วนไคเลอร์ได้แต่ส่ายหัวให้กับความไม่ยอมแพ้ของเธอ
“กำลังสมน้ำหน้าฉันรึอยู่รึไง คนอย่างคุณหนูจัสมินไม่ใช่หมานะ ไม่มีวันจนตรอกหรอก”
เขายังไม่พูดอะไรซักนิด แต่เธอก็แหวใส่อยู่ดี
“เลี้ยวซ้ายข้างหน้า ร้านทำเล็บฉันอยู่ในห้าง”
จัสมินพูดขึ้นโดยไม่หันมามองเขา
“ทราบครับ”
เสียงตอบรับสั้นๆ เรียบเฉยเหมือนเดิม
ไม่นานรถก็เลี้ยวเข้าลานจอดของห้างหรู
พอรถจอดนิ่ง เธอก็หันมาบอกเขาเสียงเรียบ
พร้อมเตรียมตัวเปิดประตูลงจากรถ
“นายรอตรงนี้แหละ ฉันเสร็จแล้วเดี๋ยวลงมาหา ”
แต่ไคเลอร์ไม่ยอมฟัง เปิดประตูลงรถไปยืนรอเธออยู่ข้างนอกเรียบร้อยแล้ว
“เฮ้อ!!นี่มันเวรกรรมอะไรของฉัน อยากมีชีวิตอิสระเหมือนคนปกติบ้างไม่ได้รึไง ”
เธอพูดอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนก้าวลงจากรถอย่างจำใจ และเดินรีบๆเข้าไปในห้าง โดยมีไคเลอร์เดินตามไม่คลาดสายตา
“สวัสดีค่ะคุณจัสมิน…”
ช่างทำเล็บรีบทักทายเสียงหวาน ต้อนรับขับสู้อย่างดิบดี เพราะคุณหนูจัสมินมาทำเล็บทุกอาทิตย์ และที่สำคัญแจกทิปทุกรอบ
“เชิญค่ะคุณบอดี้การ์ดสุดหล่อ เดี๋ยวนี้ที่บ้านคุณหนูจัสมินคัดบอดี้การ์ดที่หน้าตาแล้วเหรอคะ ดูสิหล่อล่ำเชียว ”
จัสมินเหลือบตามองเพียงเสี้ยว ก่อนเห็นว่าไคเลอร์นั่งลงที่โซฟาตัวยาว พร้อมหยิบหนังสือของทางร้านขึ้นมาอ่าน ไม่สนใจคำชมเจ้าของร้านเลยซักนิด
“ไม่ต้องสนใจเขาหรอก นายนั่นหนะเส้นยิ้มมีปัญหา ”
เขาได้ยินที่เธอว่าให้เขาทุกคำ แต่ไม่สนใจอะไร นั่งอ่านหนังสือรอเธอเงียบๆที่โซฟามุมร้าน
“กาแฟดำค่ะ คุณบอดี้การ์ด ”
“ขอบคุณครับ ”
ช่างก็บริการเป็นอย่างดี แต่ก็ธรรมดาแหละ ช่างเห็นคนหล่อไม่ได้ ดูเคอะเขินกันใหญ่
“จะเริ่มได้รึยังคะ วันนี้ฉันอยากได้ลุคแซ่บๆ”
พอเห็นช่างเอาแต่เขินบอดี้การ์ดของตัวเอง จัสมินก็หมั่นไส้ รีบเรียกสติช่างให้กลับมา
“ค่ะๆคุณจัสมิน เริ่มเดี๋ยวนี้เลยค่ะ”
ช่างรีบทำเล็บให้อย่างไม่ขัดใจ 2ชั่วโมงเต็มที่ไคเลอร์นั่งรอนิ่งๆ โดยไม่ปริปากบ่นซักคำ
“เรียบร้อยแล้วค่ะคุณจัสมิน ราคาเดิมค่ะ8500บาท ”
“เอาไปหมื่นนึงเลย ซื้อขนมให้เด็กๆกิน ”
เธอควักเงินจ่ายให้ช่างหมื่นนึงพอดี
“อุ้ย!! ขอบพระคุณค่ะคุณหนูจัสมิน ใจดีกับพวกเราตลอดเลย เด็กๆ รีบขอบคุณคุณหนูจัสมินเร็ว ให้ทิปพวกเราไปซื้อขนมด้วย”
พอเจ้าของร้านพูดแบบนั้น ช่างที่ทำเล็บอยู่ก็วางมือ แล้วรีบยกมือไหว้เจ๊ใหญ่ใจสปอร์ตทันที
“ขอบคุณค่ะคุณหนูจัสมิน/ขอบคุณค่ะคุณหนูจัสมิน”
จัสมินยกยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ
“ ค่าขนมเล็กๆน้อยๆ ไม่ต้องไหว้ขอบคุณอะไรกันหรอก ฉันไปนะ ”
เธอมองเล็บอย่างพอใจ ก่อนเดินออกจากร้าน
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะคุณหนู ”
เจ้าของร้านยืนส่งหน้าร้าน และเอ่ยขอบคุณอีกครั้ง แต่เธอไม่ได้สนใจนัก เพราะสมองเริ่มหาอุบายชิ่งหนีไอ้คนที่มันตามติดชีวิตเธอต้อยๆตอนนี้