6 เส้นยิ้มมีปัญหา

1195 Words
ปัง… จัสมินเปิดประตูรถเองอย่างแรง ก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งแล้วกระแทกประตูปิดดังลั่น หน้าสวยบึ้งตึง ริมฝีปากเม้มแน่นจนเห็นชัดว่าอารมณ์ไม่ดีสุดๆ “ไปส่งฉันร้านทำเล็บ เสร็จแล้วนายจะไปไหนก็ไป นี่เงินค่าจ้างนาย แล้วมารับฉันอีกทีสามทุ่ม… ถ้านายเชื่อฟัง นายก็จะได้ค่าจ้างบ่อยๆ” ทันทีที่ขึ้นรถ คุณหนูตัวแสบก็เริ่มการเจรจาแบบฉบับของตัวเอง ใช้ธนบัตรพับเรียบยื่นไปข้างหน้าอย่างไม่ลังเล สำหรับเธอ…เงินคือทางออกที่ง่ายที่สุดเสมอ ไคเลอร์เหลือบมองธนบัตรในมือเล็กเพียงแวบเดียว ก่อนจะละสายตากลับไปที่ถนน สีหน้าภายใต้แว่นกันแดดยังคงเรียบเฉย “ผมไม่ได้มีธุระไปไหน… แล้วก็ไม่ได้ร้อนเงิน อยู่เป็นเพื่อนคุณหนูได้ทั้งวัน” คำตอบนิ่งๆทำเอาจัสมินชะงัก มือที่ยื่นเงินค้างกลางอากาศ ก่อนจะชักกลับมาพร้อมเสียงฮึดฮัดอย่างขัดใจ “ใครอยากให้นายอยู่เป็นเพื่อนกัน… ” เธอหันหน้าหนีไปทางกระจก มองวิวด้านนอกอย่างงอนๆ เหมือนเด็กน้อยถูกขัดใจ ก่อนนึกขึ้นได้ว่าตัวเองโดนตัดเงินเดือน ‘โทรขอเงินเฮียดีกว่า ’ ครืด~ครืด~ “รับสิเฮีย เย็นนี้ต้องใช้ตังค์นะ ” {ว่าไงยัยแสบ} ไม่นานปลายสายก็กดรับ พร้อมเสียงพี่ชายดังมาตามสาย “แฮร่!!เฮีย…ป๊าตัดเงินเดือนจัสอ่า…เฮียช่วยน้องหน่อยสิ ” จัสมินพูดเสียงอ้อน ตั้งใจโทรมาขอเงินเจได พี่ชายคนรองโดยเฉพาะ {แล้วจะให้เฮียช่วยอะไรละ } “เรื่องนี้เฮียช่วยจัสได้แน่นอน สำหรับเฮียมันขี้ประติ๋วเอง ” {พูดมาเถอะ เฮียมีประชุม} “ก็ได้…ขอตังค์ห้าแสนดิ ตอนเย็นต้องใช้ ” {ว่าไงนะ เฮียได้ยินไม่ค่อยชัดเลย } “จัสบอกว่า…ขอ/{น้องรัก แค่นี้ก่อนนะ เลขาเรียกเข้าห้องประชุมแล้ว } “เฮีย!…เฮีย!…เฮีย!…” จัดมินตะโกนเรียกพี่ชายอีกหลายครั้ง แต่สายของพี่ชายกลับตัดไปแล้ว “ฮึ่ย!!!ไอ้เฮียบ้า!!!คอยดูนะ เจอหน้าจะซัดให้น่วมเลย ” จัดมินบ่นให้พี่ชายอย่างไม่พอใจ รู้หรอกว่าพี่ชายจงใจวางสาย “หึ!!…” แต่ในระหว่างที่เธอกำลังหัวเสียกับพี่ชายคนรอง ก็มีเสียงหัวเราะหยันดังขึ้นเบาๆ เหมือนกำลังสมน้ำหน้าเธออย่างไม่ปิดบัง “หัวเราะอะไรของนาย! ฉันไม่ได้อับจนหนทางขนาดนั้นหรอก พี่ชายฉันไม่ได้มีคนเดียวซักหน่อย ” พอหันไปเอ็ดไคเลอร์เสร็จ ก็เลื่อนสายตากลับมาที่มือถือ แล้วกดโทรหาเจคอปพี่ชายคนโต ครืด~ครืด~ {มีอะไร} เพียงไม่นานพี่ชายก็รับสาย น้ำเสียงราบเรียบปนดุแต่ไม่ได้ดุ เพราะนี่คือเสียงปกติของพี่ชายเธอแล้ว “เฮีย!…ขอตังค์หน่อยสิ สองแสน ” เมื่อคิดว่าห้าแสนอาจจะเยอะไป เธอจึงลดให้อีกหน่อยนึง เพราะสำหรับเฮียเจคอปของเธอแล้ว เงินสองแสนแค่เศษฝุ่น {ป๊าจำกัดเงินเดือนอยู่ไม่ใช่รึไง จะโทรมาขออะไรอีก เที่ยวให้มันน้อยๆหน่อย ไม่มีก็ไม่ต้องใช้ เลิกเที่ยวได้แล้ว} พี่ชายคนโตเทศนามายาวเหยียด จนเธอต้องหน้าเบ้ เลื่อนมือถือออกไกลหูแล้วรีบกดวางสาย เสียงด่าของพี่ชายเธอดังกระแทกหูซะเหลือเกิน “ไอ้เฮียเจคอปบ้า นอกจากไม่ได้ตังค์แล้วยังโดนด่าฟรีอีก ชิ” จัสมินบ่นอุบอิบเริ่มอับจนหนทาง ส่วนไคเลอร์ได้แต่ส่ายหัวให้กับความไม่ยอมแพ้ของเธอ “กำลังสมน้ำหน้าฉันรึอยู่รึไง คนอย่างคุณหนูจัสมินไม่ใช่หมานะ ไม่มีวันจนตรอกหรอก” เขายังไม่พูดอะไรซักนิด แต่เธอก็แหวใส่อยู่ดี “เลี้ยวซ้ายข้างหน้า ร้านทำเล็บฉันอยู่ในห้าง” จัสมินพูดขึ้นโดยไม่หันมามองเขา “ทราบครับ” เสียงตอบรับสั้นๆ เรียบเฉยเหมือนเดิม ไม่นานรถก็เลี้ยวเข้าลานจอดของห้างหรู พอรถจอดนิ่ง เธอก็หันมาบอกเขาเสียงเรียบ พร้อมเตรียมตัวเปิดประตูลงจากรถ “นายรอตรงนี้แหละ ฉันเสร็จแล้วเดี๋ยวลงมาหา ” แต่ไคเลอร์ไม่ยอมฟัง เปิดประตูลงรถไปยืนรอเธออยู่ข้างนอกเรียบร้อยแล้ว “เฮ้อ!!นี่มันเวรกรรมอะไรของฉัน อยากมีชีวิตอิสระเหมือนคนปกติบ้างไม่ได้รึไง ” เธอพูดอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนก้าวลงจากรถอย่างจำใจ และเดินรีบๆเข้าไปในห้าง โดยมีไคเลอร์เดินตามไม่คลาดสายตา “สวัสดีค่ะคุณจัสมิน…” ช่างทำเล็บรีบทักทายเสียงหวาน ต้อนรับขับสู้อย่างดิบดี เพราะคุณหนูจัสมินมาทำเล็บทุกอาทิตย์ และที่สำคัญแจกทิปทุกรอบ “เชิญค่ะคุณบอดี้การ์ดสุดหล่อ เดี๋ยวนี้ที่บ้านคุณหนูจัสมินคัดบอดี้การ์ดที่หน้าตาแล้วเหรอคะ ดูสิหล่อล่ำเชียว ” จัสมินเหลือบตามองเพียงเสี้ยว ก่อนเห็นว่าไคเลอร์นั่งลงที่โซฟาตัวยาว พร้อมหยิบหนังสือของทางร้านขึ้นมาอ่าน ไม่สนใจคำชมเจ้าของร้านเลยซักนิด “ไม่ต้องสนใจเขาหรอก นายนั่นหนะเส้นยิ้มมีปัญหา ” เขาได้ยินที่เธอว่าให้เขาทุกคำ แต่ไม่สนใจอะไร นั่งอ่านหนังสือรอเธอเงียบๆที่โซฟามุมร้าน “กาแฟดำค่ะ คุณบอดี้การ์ด ” “ขอบคุณครับ ” ช่างก็บริการเป็นอย่างดี แต่ก็ธรรมดาแหละ ช่างเห็นคนหล่อไม่ได้ ดูเคอะเขินกันใหญ่ “จะเริ่มได้รึยังคะ วันนี้ฉันอยากได้ลุคแซ่บๆ” พอเห็นช่างเอาแต่เขินบอดี้การ์ดของตัวเอง จัสมินก็หมั่นไส้ รีบเรียกสติช่างให้กลับมา “ค่ะๆคุณจัสมิน เริ่มเดี๋ยวนี้เลยค่ะ” ช่างรีบทำเล็บให้อย่างไม่ขัดใจ 2ชั่วโมงเต็มที่ไคเลอร์นั่งรอนิ่งๆ โดยไม่ปริปากบ่นซักคำ “เรียบร้อยแล้วค่ะคุณจัสมิน ราคาเดิมค่ะ8500บาท ” “เอาไปหมื่นนึงเลย ซื้อขนมให้เด็กๆกิน ” เธอควักเงินจ่ายให้ช่างหมื่นนึงพอดี “อุ้ย!! ขอบพระคุณค่ะคุณหนูจัสมิน ใจดีกับพวกเราตลอดเลย เด็กๆ รีบขอบคุณคุณหนูจัสมินเร็ว ให้ทิปพวกเราไปซื้อขนมด้วย” พอเจ้าของร้านพูดแบบนั้น ช่างที่ทำเล็บอยู่ก็วางมือ แล้วรีบยกมือไหว้เจ๊ใหญ่ใจสปอร์ตทันที “ขอบคุณค่ะคุณหนูจัสมิน/ขอบคุณค่ะคุณหนูจัสมิน” จัสมินยกยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ “ ค่าขนมเล็กๆน้อยๆ ไม่ต้องไหว้ขอบคุณอะไรกันหรอก ฉันไปนะ ” เธอมองเล็บอย่างพอใจ ก่อนเดินออกจากร้าน “ขอบคุณอีกครั้งนะคะคุณหนู ” เจ้าของร้านยืนส่งหน้าร้าน และเอ่ยขอบคุณอีกครั้ง แต่เธอไม่ได้สนใจนัก เพราะสมองเริ่มหาอุบายชิ่งหนีไอ้คนที่มันตามติดชีวิตเธอต้อยๆตอนนี้
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD