ยังดีที่พอมาถึงบริษัท ท่านรองประธานก็เข้าประชุมเลย แป้งร่ำจึงมีเวลาได้หายใจหายคอ หลังจากที่ต้องนั่งอึดอัดมาตลอดทาง
แป้งร่ำนั่งทำงานที่โต๊ะหน้าห้องรองประธานคนเดียว เพราะจีรนันท์เข้าไปในห้องประชุมกับเขาตั้งแต่เช้าแล้ว เมื่อผ่านไปครู่ใหญ่ ๆ จีรนันท์ออกจากห้องประชุมมาก่อน พอมาถึงโต๊ะทำงานที่อยู่ติดกับโต๊ะของแป้งร่ำ เธอก็หยิบถุงขนมที่วางอยู่บนโต๊ะของเธอมายื่นให้แป้งร่ำ
“น้องแป้งคะ พี่ซื้อขนมมาฝากค่ะ ขอบคุณน้องแป้งมากเลยที่ช่วยงานพี่เมื่อคืนนี้” จีรนันท์ยื่นถุงขนมให้ผู้ช่วยของเธอ ผู้ช่วยที่มีเพาเวอร์มากกว่าผู้ช่วยเลขา เพราะเป็นลูกสาวของผู้ถือหุ้นจำนวนหนึ่งของบริษัท ทั้งยังสนิทสนมกับครอบครัวของท่านประธานด้วย แต่แป้งร่ำก็มีน้ำใจกับพนักงานอย่างเธอ และไม่ถือตัว จีรนันท์จึงรู้สึกดีกับแป้งร่ำ
“ขอบคุณมากค่ะคุณจี” แป้งร่ำยกมือไหว้ขอบคุณก่อนจะรับถุงขนมมาเปิดดู “น่ากินจังเลยค่ะ”
“ร้านนี้อร่อยมากค่ะ เจ้าดังประจำซอยเลย”
“ถ้าเกิดแป้งกินแล้วติดใจ คงต้องฝากคุณจีซื้อนะคะ โทษฐานที่เอาของอร่อย ๆ มาให้แป้งกิน”
“ยินดีรับฝากค่ะ อุ๊ย ! ท่านรองออกมาจากห้องประชุมแล้ว” เมื่อเห็นเจ้านายเดินมาจากทางห้องประชุม จีรนันท์รีบนั่งลงบนโต๊ะของตัวเอง
แป้งร่ำมองไปทางที่จีรนันท์มองไปเมื่อครู่ คิ้วเรียวขมวดมุ่นทันทีเมื่อเห็นว่า ท่านรองประธานในชุดสูทเนี้ยบเดินมากับผู้หญิงคนหนึ่งที่เธอไม่รู้จัก มิหนำซ้ำผู้หญิงคนนั้นยังเกาะแขนเขาด้วย
แป้งร่ำไม่รู้ตัวเลยว่าเธอมองสองคนนั้นตาไม่กะพริบ มองจนกระทั่งทั้งสองเดินผ่านเธอเข้าไปในห้อง และยังหมุนตัวมองตามกระทั่งประตูห้องปิดลง
อยู่ ๆ ก็รู้สึกหงุดหงิด หมั่นไส้คนควงสาวเดินผ่านเธอไปโดยไม่ชายตามองเธอสักนิด แป้งร่ำกำถุงขนมในมือแน่น พอเธอหมุนตัวหันกลับมานั่งตามเดิม ก็ยังคงกำถุงขนมในมือไม่ปล่อย
“เอ่อ...น้องแป้งคะ ระวังขนมเละนะคะ” จีรนันท์บอกพลางพยักพเยิดให้หญิงสาวที่เผลอกำถุงขนมมองที่ถุง
แป้งร่ำก้มมองตามสายตาของจีรนันท์ หญิงสาวรีบปล่อยมือจากถุงขนม แล้วเงยหน้าขึ้นมายิ้มแหยให้คนที่ซื้อขนมมาฝากเธอ
“เอ่อ...แป้งขอโทษค่ะ งั้นเดี๋ยวแป้งเอาขนมไปเก็บไว้ในห้องแคนทีนดีกว่านะคะ”
แป้งร่ำลุกขึ้นแล้วเดินตรงไปยังห้องแคนทีนที่อยู่ด้านในสุดของชั้น หญิงสาวเดินไปก็ทำปากขมุบขมิบต่อว่าคนที่เพิ่งควงสาวเข้าห้องไปเมื่อครู่นี้ด้วย
แป้งร่ำแวะเข้าห้องน้ำไปสงบจิตสงบใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินกลับมาที่โต๊ะทำงานของตัวเอง ขณะที่เหลืออีกเพียงสามก้าวก็จะถึงโต๊ะทำงาน ประตูห้องของท่านรองประธานก็เปิดออก แป้งร่ำหันไปมองโดยอัตโนมัติ แล้วเธอก็เห็นพอดีว่า ผู้หญิงที่เข้าไปอยู่ในห้องกับท่านรองประธานตั้งนานสองนานเกาะบ่าบึกบึนสองข้าง แล้วเขย่งปลายเท้า ยื่นหน้าไปจูบแก้มเขา ก่อนจะผละออกมายิ้มหวานให้
คนที่ถูกสาวหอมแก้มยิ้มอ่อนบางเหมือนที่เขาเคยยิ้มประจำ
คงพอใจล่ะสิที่ถูกสาวหอมแก้ม คนนิสัยไม่ดี สำส่อน
แป้งร่ำสะบัดหน้าหนีภาพไม่น่ามอง หญิงสาวเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้และก้มหน้าทำงานของตน แต่แม้ตาไม่เห็น แต่หูก็ยังได้ยินสองคนนั้นเอ่ยคำร่ำลากัน
“ลิลลี่กลับก่อนนะคะ”
“ครับ”
“เฮียเก้าห้ามลืมสัญญานะคะ”
“ไม่ลืมครับ”
“น่ารักที่สุดเลยค่ะ”
ก็ว่าจะไม่มองแล้ว แต่คำพูดคำจาและน้ำเสียงออเซาะฉอเลาะทำให้แป้งร่ำอดไม่ได้ หญิงสาวจึงเหลือบตาขึ้นมองทั้งสอง ซึ่งเป็นจังหวะเดียวกับที่นิ้วเรียวสวยหยิกเบา ๆ ที่เข้าแก้มของคนที่เพิ่งถูกชมว่าน่ารักที่สุด
แป้งร่ำหันหน้ากลับทันที หญิงสาวเบ้ปากอย่างหมั่นไส้ คอยดูเถอะ เธอจะไม่แตะต้องแก้มข้างนั้นอีก แก้มข้างที่ยัยผู้หญิงคนนั้นหอม แก้มที่ถูกผู้หญิงคนอื่นแตะต้อง
5 ของหวงของเฮียเก้า
ประตูห้องทำงานของท่านรองประธานปิดลงทันทีหลังจากที่ยัยลิลลี่นั่นกลับไปแล้ว แป้งร่ำมองค้อนประตูที่เพิ่งปิดลง เธอบ่นเบา ๆ และต่อว่าต่อขานเขาอีกหลายประโยค ทีกับเธอล่ะก็สั่งห้ามโน่นห้ามนี่ ห้ามผู้ชายคนอื่นเข้าใกล้ ห้ามให้ผู้ชายแตะต้อง ทีตัวเองล่ะ มายืนให้ผู้หญิงคนอื่นหอมแก้มต่อหน้าต่อตาเธอ แถมยังหยิกแก้มกันด้วย น่าหมั่นไส้ที่สุด คอยดูเถอะ ต่อไปนี้ อยากทำอะไรเธอก็จะทำ ไม่เห็นต้องเชื่อฟังเขาเลย ร่างกายของเธอ ชีวิตก็ของเธอ เขาไม่มีสิทธิ์มาสั่ง มาบังคับกะเกณฑ์
วันนี้ทั้งวัน แป้งร่ำหงุดหงิดแทบจะตลอดเวลา เห็นอะไรก็ขวางหูขวางตาไปหมด ยิ่งพอเห็นว่าเจ้านายของเธอออกไปข้างนอกก่อนเที่ยง โดยที่ไม่หันมาพูดคุยกับเธอสักคำ แป้งร่ำก็ยิ่งหงุดหงิด พานคิดไปว่า เขาคงออกไปหาผู้หญิง คงไปกินข้าวด้วยกันตามที่สัญญากันไว้