4 มีคนงอน
นอกจากจะมาส่งเธอเมื่อคืนแล้ว เช้านี้คนที่เอาเปรียบเธอยังเสนอหน้ามารับเธอที่บ้านด้วย
เมื่อคืนตอนที่มาส่งเธอ เขาบอกกับคุณพ่อคุณแม่ว่า เธอไฟแรงและรับผิดชอบงานดีมาก ไปสมัครงานแล้วก็ขอทำงานเลย แล้วก็อยู่เคลียร์งานจนดึกดื่น เขาเป็นห่วงกลัวว่าเธอจะเหนื่อยแล้วหลับในตอนขับรถ เขาเลยขับรถมาส่งเธอเอง และตบท้ายด้วยว่า พรุ่งนี้เช้าจะมารับเธอ เพราะเป็นทางผ่านบ้านเขาพอดี
เช้านี้ แป้งร่ำจึงต้องขึ้นมานั่งหน้างออยู่บนรถเก๋งคันหรูของเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ เธอไม่อยากทำตัวมีพิรุธ เธอกลัวพ่อกับจะเป็นห่วงและผิดหวัง เพราะพวกท่านทั้งสองชื่นชมเฮียเก้าว่าทั้งเก่งทั้งฉลาดและเป็นคนดี พวกท่านอยากให้เธอเอาเขาเป็นแบบอย่าง อยากให้เธอเรียนรู้งานจากเขาให้ได้มากที่สุด
“ยิ้มหน่อยสิคนสวย ผัวอุตส่าห์มารับ”
แป้งร่ำปรายตามองคนพูดแวบหนึ่ง หญิงสาวยกแขนขึ้นกอดอกแล้วถอนหายใจแรง ตามองไปข้างหน้า ไม่สนใจคนอยากให้เธอยิ้มสักนิด
“ถ้าไม่มีประชุมเช้า เฮียจะพาแวะคอนโด”
แป้งร่ำหันขวับไปมองคนที่คิดไม่ดีกับเธอ คอนโดของเขาคือคอนโดกาม ในห้องชุดหรูหรามีอุปกรณ์สนองกามซุกซ่อนอยู่ เวลาเขาพาเธอไปที่นั่นทีไร เธอถูกเขาจัดการจนแทบขาดใจตายทุกครั้ง
“แป้งไม่ใช่ที่ระบายอารมณ์ใคร่ของเฮียเก้านะคะ อยากเอาตรงไหนก็เอา ถามความเต็มใจของแป้งหรือยัง”
“ก็เห็นเต็มใจทุกครั้ง เมื่อคืนก็แตกไปตั้งหลายน้ำ”
“เฮียเก้า !” แป้งร่ำหอบหายใจแรง เธอมองเขาด้วยสายตากรุ่นโกรธ เขามันคนเจ้าเล่ห์ เขาใช้ชั้นเชิงกามหลอกล่อเธอ เขารู้จุดอ่อนทุกจุดบนร่างกายเธอ รู้ว่าทำแบบไหน เธอถึงจะสมยอม แล้วเขาก็ทำแบบนั้น เธอถูกเขาหลอกล่อ เธอไม่ได้เต็มใจสักหน่อย
“ทำหน้าไม่สวยอีกแล้ว”
“ไม่สวยก็ไม่ต้องมาสนใจ แล้วก็เลิกยุ่งกับแป้งได้แล้ว” แป้งร่ำสะบัดหน้างอน ๆ หนีคนที่ว่าเธอไม่สวย
กฤตภัทรยิ้มบางกับท่าทีที่น้องทำ คิดย้อนไปถึงเมื่อวันวานตอนที่เธอยังเป็นน้องน้อย ป๊าของเขากับพ่อของเธอไปมาหาสู่กันประจำ ครอบครัวเขากับเธอสนิทกันมาก ทุกครั้งที่เขาติดสอยห้อยตามป๊าไปที่บ้านของเธอ เขาจะเห็นเด็กหญิงแป้งร่ำเล่นดินทรายจนเปรอะเปื้อนไปทั้งตัว ไม่เว้นใบหน้า พอเขาทักท้วงว่าแก้มเธอเปื้อนไม่สวยเลย เธอจะทำปากยื่น และสะบัดหน้าหนีอย่างแง่งอน
“โตจนมีผัวแล้ว ยังขี้งอนเหมือนเด็ก”
ยิ่งเขาพูดจายั่วโมโห แป้งร่ำก็ยิ่งเชิดคอสูง คนที่ละสายตาจากถนนแวบหนึ่งเพื่อปรายตามองเธอถึงกับยิ้มขำ
“ถ้านั่งแบบนั้นจนถึงบริษัท คงเมื่อยคอน่าดู”
“มันเรื่องของแป้ง”
กฤตภัทรหัวเราะในลำคอ ตาคมมองไปยังท้องถนนเบื้องหน้า เมื่อเห็นสัญญาณไฟแดงเขาจึงชะลอรถจอด เขาหันไปคว้ามือนุ่มมาสอดนิ้วประสานแล้วกุมไว้แน่น
“เฮียเก้า !” แป้งร่ำหันขวับไปขึงตาดุใส่คนที่จับมือเธอไปกุมไว้ เธอโมโหที่เขาเอาแต่ใจกับเธออีกแล้ว แม้จะแค่จับมือ แต่นี่คือร่างกายของเธอ เขาควรขออนุญาตเธอก่อน
“ก็แค่จับมือ”
“แต่นี่มันมือของแป้ง”
“แล้วไง...”
“แป้งไม่ให้จับ”
“ก็จับไปแล้ว”
“ปล่อยนะ !” แป้งร่ำจิกเล็บลงบนหลังมือที่สอดประสานกับมือของเธออยู่
“ถ้าไม่ให้จับมือ เฮียจะจับจิ๋ม”
คนถูกขู่จับของสงวนเบิกตากว้าง เธอมองเขาอย่างคับแค้นใจ ทว่าคนขู่กลับยิ้มยียวนอย่างผู้ชนะ
“ว่าไงครับ จะให้เฮียจับมือ หรือจับ...” กฤตภัทรละคำพูดไว้แค่นั้น เขาหลุบตามองกลางหว่างขาหญิงสาวแล้วแลบลิ้นเลียปาก ก่อนจะส่งสายตาวาววับมองคนที่ค่อย ๆ คลายเล็บที่จิกหลังมือเขาออก
“จับมือ !” แป้งร่ำว่าแล้วสะบัดหน้าหนี เธอได้ยินเสียงเขาหัวเราะเบา ๆ อย่างพอใจ นั่นยิ่งทำให้เธอโมโหหนักเข้าไปใหญ่ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เธอจำต้องปล่อยให้เขาจับมือ เพราะมันคงดีกว่าให้เขาจับของของเธอ
สัญญาณไฟจราจรเปลี่ยนเป็นสีเขียวแล้ว กฤตภัทรจึงขับรถเคลื่อนไปข้างหน้า ใบหน้าหล่อเหลาระบายยิ้มอ่อนบาง ตาคมเป็นประกายอ่อนโยน เขากระชับมือบางแน่นขึ้นอีกนิด และจับไว้ไม่ยอมปล่อย
กฤตภัทรไม่รู้ว่าความรู้สึกแบบพี่น้องแปรเปลี่ยนเป็นรักและอยากครอบครองตั้งแต่เมื่อไร รู้แต่ว่าในวันที่น้องเริ่มโตเป็นสาว เขาก็เริ่มหวง เริ่มอยากได้เธอมากขึ้นเรื่อย ๆ ยิ่งโต เธอก็ยิ่งสวย ยิ่งน่าปรารถนา และเขาไม่อาจทำใจปล่อยให้เธอเป็นของคนอื่นได้ คืนที่เขาตัดสินใจครอบครองเธอ เพราะเขาเห็นลูกชายของเพื่อนป๊าสองคนพูดคุยกับเธอ เธอยิ้ม เธอหัวเราะ และพูดคุยกับพวกมันอย่างสนุกสนาน เขาหวงจนอกแทบระเบิด เขาหวงยิ้ม หวงเสียงหัวเราะ และหวงทุกอย่างที่เป็นเธอ เขาจึงวางแผนรวบรัดทำให้เธอเป็นของเขา เขารู้ว่าเขาทำไม่ถูก เขาเลว แต่ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ เขาก็จะทำเหมือนเดิม แป้งร่ำต้องเป็นของเขาคนเดียวเท่านั้น