EP.17 ผู้ปกครอง

1904 Words
EP.17 สองสัปดาห์ต่อมา สถานีตำรวจนครบูรพา “โรงงานน้ำอ้อยกับโรงงานเครื่องสำอางที่ให้ไปสืบมาเอกสารถูกต้องครับผู้กำกับ” ห้องประชุมชั้นสามของสถานีตำรวจในเวลาเกือบหนึ่งทุ่มยังเต็มไปด้วยตำรวจหลายนายที่กำลังประชุมกันอยู่ บรรยากาศค่อนข้างตึงเครียด เป็นการประชุมที่กะทันหัน เตชนั่งหัวโต๊ะ แฟ้มสีน้ำตาลวางอยู่ตรงหน้าแต่เขายังไม่เปิดมันออก ยังคงมองสารวัตรตุลย์ที่รายงานข้อมูลให้ทุกคนทราบ “แต่พฤติกรรมไม่ปกติ บางวันมีรถเข้าออกมาช่วงตีสองถึงตีสี่ เหมือนจะมีการสั่งวัตถุดิบเคมีที่ไม่ควรใช้กับสินค้าแบบนั้น” “ในรายงานมีชื่อใครบ้าง” “หนึ่งในนั้นมี รัชพล ธรณีวิวัฒน์ ครับ แต่เขาไม่ใช่ผู้ถือหุ้น ไม่ใช่กรรมการครับ แต่เป็นชื่อที่อยู่ในเอกสารการประสานงาน” “เป็นอย่างที่คิด” “แต่เราก็ยังทำอะไรไม่ได้อยู่ดี” รองผู้กำกับพูดเสริม เพราะสิ่งที่ได้มามันยังไม่พอเป็นหลักฐานมัดตัวได้สักนิด “เพราะเรายังไม่ทำ มันต้องได้มากกว่านี้เอาแบบดิ้นไม่หลุด” “ผู้กำกับผมว่าบางทีมันอาจจะไม่ใช่อย่างที่เราคิด คุณรัชพลคงไม่เอาหน้าที่…” เตชแค่ส่งสายตาดุ รองผู้กำกับก็หยุดพูดทันทีและสายตาของเตชนั้นก็สามารถกดดันตำรวจที่นั่งอยู่ในห้องได้ทั้งหมด “ผมแค่สืบ ไม่ใช่อย่างที่คิดก็คงปล่อยไป แต่ตอนนี้สิ่งที่เจอมันบอกผมว่า เรามาถูกทาง” “…” “ต่อไปนี้จะเก็บข้อมูลต่อ เงียบที่สุด และต้องได้ข้อมูลลึกที่สุดเท่าที่จะลึกได้ ใครมาถาม ให้ตอบว่าเป็นแค่การตรวจโรงงานปกติ” “…” ทุกคนพยักหน้าตอบรับว่าเข้าใจแผนการทั้งหมด การทำงานกับเตช ผู้กำกับที่ไฟแรงไม่มีอะไรมาขัดความตั้งใจของเขาได้ถ้าเขาจะทำ ตำรวจทุกนายในที่นี้ย่อมรู้ดี เตชเปิดเอกสารบนโต๊ะ เขาพลิกดูสองสามหน้าก่อนจะหันมามองสารวัตรตุลย์ “สารวัตร เดี๋ยวหาคนเข้าไปสอดแนมในโรงงานให้ผมด้วย บางทีเราอาจจะต้องหาคนแฝงตัวไปอยู่ในนั้นบ้าง ขอให้เนียนที่สุดนะ” “ครับผม” ครืด~ ครืด~ เตชถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่ายที่โทรศัพท์ดังขึ้นมาอีกครั้ง และมันยังเป็นชื่อของพิ้งค์พลอยเช่นเดิม เขาอยากปิดโทรศัพท์หนีแต่ด้วยหน้าที่การงานหากเป็นผู้หลักผู้ใหญ่โทรมา เขากลัวว่าเขาจะพลาดอะไรไป ทำได้เพียงแค่กดตัดสายแค่นั้น ซึ่งการบล็อกทำได้ แต่ก็ไม่อยากให้เธอมาดักเจอที่สถานี “ผู้กำกับรับสายก่อนไหมครับ” เมื่อตุลย์พูดจบ โทรศัพท์ของเตชก็สั่นขึ้นมาอีกครั้ง เตชพยักหน้าเบาๆ และขอตัวออกจากห้องประชุมไปก่อน ทั้งที่ยังประชุมไม่เสร็จ “โทรมามีอะไร” (สวัสดีค่ะคุณผู้ปกครอง ขออนุญาตไปเที่ยวนะคะ) “เรื่องแค่นี้ไลน์มาก็ได้ไหม” (ไลน์ไปตั้งแต่เมื่อกลางวัน คุณไม่อ่าน) “ไม่ว่าง” (ฉันก็แค่โทรบอก เพื่อจะได้ให้คุณไปบอกลูกน้องของคุณที่ตามฉันอยู่รู้ เดี๋ยวจะหาว่าหนีเที่ยว) “ไปเที่ยวไหน” (ไม่บอก ไม่ต้องตาม ฉันไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดีหรอก แค่หิวเหล้า คอแห้ง) “ถ้าป่วยขึ้นมาคราวนี้ตัวใครตัวมัน เพิ่งออกจากโรงพยาบาลอยากเข้าไปอีกรึไง” (ขอบคุณที่เป็นห่วง) ทั้งที่รู้ว่าน้ำเสียงของเขามีแต่ความเหนื่อยหน่ายใจแต่พิ้งค์พลอยก็แกล้งแหย่ไปอย่างนั้น เธอออกจากโรงพยาบาลมาหลายวันแล้ว คงไม่เป็นไรหากจะไปปาร์ตี้บ้าง หากจะป่วยอีกเธอก็มีคนดูแลมากมายไม่ใช่แค่เตชเพียงคนเดียว “รำคาญ” (ถ้าทำงานเสร็จคุณก็มาดูแลฉันสิ เป็นห่วงมากนักอ่ะ) “พิ้งค์พลอย!” (คุณเตช!) มาเฟียสาวขึ้นเสียงกลับ ไม่รู้คนอย่างเขารู้จักเที่ยวบ้างไหม หรือชีวิตเขามีแต่งานอย่างเดียว ตอนเฝ้าไข้เธอ หากว่างเขาก็ทำงาน ชีวิตไร้สีสันเกินไป (คุณเลิกให้ลูกน้องยุ่งกับผับฉันสักที ตรวจไปมันไม่เจออะไรหรอก น่ารำคาญ และกรุณาเอาลูกน้องออกไปให้หมดจากหมู่บ้านฉัน ฉันรำคาญได้ยินไหม) เขาไม่เคยบอกแต่เธอสังเกตจนจับได้ว่ามันมีความผิดปกติหลายอย่าง “โวยวายไปแล้วเคยได้อะไรไหมล่ะ ฉันไม่อยากจะยุ่งกับเธอหรอก ถ้าได้เลื่อนตำแหน่งคงไม่มายุ่งกับเธอแล้ว ตอนนี้ฉันกำลังทำผลงาน เพราะฉันอยากเลื่อนตำแหน่ง เธอเป็นคนนั้นให้ฉันได้ไหม คนที่ต้องติดคุกเพื่อฉัน ฉันอยากเติบโตเพราะเธอ เธอเป็นความหวังสุดท้าย เธออยากจะส่งฉันให้เป็นคนที่ดีกว่าเดิมไหม สนใจบอกได้นะ” เตชกดวางสายทันทีที่พูดจบ เขาเดินกลับเข้าห้องประชุมไปประชุมต่อ พิ้งค์พลอยเลยไม่รู้ว่าเขาจะอนุญาตไหม แต่เธอกำลังออกจากบ้านแล้ว ซึ่งเธอยังคงทำตามคำสั่งของเตช ตั้งแต่ที่เธอโดนใช้เป็นสายตำรวจ เธอไม่ได้ไปไหนกับสมาชิกในแก๊งเลย เธอไม่รู้ว่าเธอต้องคลีนขนาดไหนเขาถึงจะไว้ใจ ซึ่งการไปเที่ยวในครั้งนี้เธอก็ไปกับเพื่อนที่มหาวิทยาลัย แต่เพื่อนของเธอก็รู้จักกับสมาชิกในแก๊งของเธอหมดทุกคน ซึ่งหากมีอะไรฝากมาให้ก็จะให้ผ่านกันทางนี้ ผับjassi “ผัวไม่มาด้วยเหรอ” นัตตี้ สาวปากแดงถามขึ้นมา เพราะพิ้งค์พลอยนั่งเหงาๆ อยู่คนเดียว เพื่อนแต่ละคนมีผู้ชายมาด้วย ด้านไอน้ำเพื่อนอีกคนที่มาด้วยก็กำลังนัวกับฝรั่งที่เจอในผับ “กูเลิกกับพี่โฬมไปนานแล้ว มึงความจำเสื่อมเหรอ” พิ้งค์พลอยดื่มเงียบๆ ได้ อยากมีผู้ชายนั่งข้างๆ บ้างแต่ยังไม่คิดจะเริ่มต้นใหม่ หากจะหาผู้ชายที่ดีคงไม่ใช่ที่นี่ จริงอยู่ว่ามีคนดีและชั่วปะปน แต่เจอกับโฬมที่ผับตัวเอง จึงขอเหมาว่าสถานที่อโคจรเจอแต่คนไม่ดีไว้ก่อน “กูไม่ได้หมายถึงพี่โฬมกูหมายถึงคุณตำรวจ” “คนนั้นไม่ใช่ผัวจ้ะ” “ยังไม่มีสถานะเหรอ รุกเลย” “ไม่ได้เป็นอะไรกันด้วย” “ได้ไงวะพลอย เสียชื่ออีพลอยคนแซ่บหมด ดูแลมึงขนาดนั้นอย่าบอกนะว่าเป็นแค่ลูกน้องมึงอ่ะ” “ก็ประมาณนั้น” “เสียดายของอีพลอย ต่อมแรดมึงไม่ทำงานรึไง เขาหล่อ เขาหุ่นดีขนาดนั้น มึงไม่จับทำผัววะ” วีวี่หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเฟสบุ๊กส่วนตัวของเตชให้พิ้งค์พลอยดู “หมอนี่เล่นเฟสด้วยเหรอ กูนึกว่าจะเล่นโซเชียลไม่เป็นซะอีก ตอนอยู่ด้วยกันนะ ทำแต่งาน” “อันนี้อวด?” “เล่าให้ฟังเฉยๆ” “ถ้าถามว่าเล่นเฟสเป็นไหม กูว่ายิ่งกว่าเป็นอีก กดขอเป็นเพื่อนไม่ได้ ส่งข้อความหาก็ไม่ได้ แต่ลงรูปน่ากินมาก” “ว่าแต่เขาดังเหรอ” “อีพลอยมึงไปอยู่ไหนมา เขาเคยออกข่าว เท่มาก แต่ข่าวอะไรกูจำไม่ได้ คนก็แห่ตามหาวาร์ป มึงนี่มันไม่ทันแดกจริงๆ” แจมเป็นฝ่ายตอบพร้อมเปิดรูปที่เตชถอดเสื้อซึ่งเอามาจากเฟสบุ๊กส่วนตัวของเตชให้ดู แต่พิ้งค์พลอยแค่เหลือบๆ มอง “เขาโคตรอินโทรเวิร์ต อีกนิดคงล็อกโปรไฟล์ แต่ภาพที่เป็นสาธารณะโคตรแซ่บ กล้ามอกน่าเอาหน้าไปจุ่มมาก” เฟย์ญ่าเป็นอีกคนที่เปิดรูปเตชขึ้นมา กรี๊ดกร๊าดกับเพื่อนอีกสองคน พิ้งค์พลอยห้ามตัวเองไม่ได้ชะโงกไปดูแค่แป๊บเดียวแล้วก็หยิบไวน์มาดื่มต่ออีกหลายอึก เธอนั่งสั่นขาเบาๆ ตั้งสติ ไม่ให้ตัวเองอยากดูต่อ “เปรี้ยวปากเหรออีพลอย” ปึก! จู่ๆ ก็มีผู้หญิงกลุ่มหนึ่งเดินเข้ามาที่โต๊ะ แต่ละคนมาอย่างหาเรื่องมาถึงก็โยนกระเป๋าเข้ามา อีกคนวางกระเป๋าบนโต๊ะแรงๆ ซึ่งอีกคนวางขวดเหล้าราคาถูกบนโต๊ะกระจกเหมือนว่ากำลังไล่ที่แต่จริงๆไม่รู้ว่าต้องการอะไรกันแน่ แต่พิ้งค์พลอยกับเพื่อนทั้งหมดไม่มีใครพอใจ “อะไรกันคะ” พิ้งค์พลอยเป็นฝ่ายเปิด ยืนขึ้นกอดอก หาเรื่องกลับและเดินเข้าไปประชิดตัวผู้หญิงคนหนึ่งที่ทำตัวเหมือนจ่าฝูงอย่างไม่เกรงกลัว “พวกคุณคงไม่ได้มาเที่ยวที่นี่บ่อยใช่ไหมคะ ถึงไม่รู้ว่าโต๊ะนี้คือที่ประจำของฉันกับเพื่อน” “แปะชื่อไว้เหรอ หรือมีโฉนดไหม ได้จองไว้ไหม” “จองไม่ทัน แต่ฉันรู้จักกับเจ้าของร้าน กรุณาออกไปนั่งที่อื่นด้วย” “ทำไมต้องออกอ่ะ มาก่อนนะ มาทีหลังก็ควรนั่งที่อื่น ไม่ใช่มาแย่งที่นั่งคนมาก่อน มารยาทอ่ะมีป่ะ” “มาทีหลังเหรอ เหมือนเธอป่ะ ที่มาทีหลังแล้วไปแย่งผัวชาวบ้านอ่ะ” “เกี่ยวอะไรกัน อย่าเปรี้ยวตีนให้มาก” พิ้งค์พลอยกำหมัดแน่น เธอไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร แต่มาพูดจาแบบนี้เห็นทีจะเอาไว้ไม่ได้ สิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูดเหมือนตอกย้ำบาดแผลในใจและตอกย้ำความผิดพลาดของเธอ ไม่ต่างอะไรกับการเอาปมมาล้อเลียน “จะว่าเกี่ยวก็ได้ ไม่คิดว่าพวกที่ชอบแย่งผัวชาวบ้านจะรู้จักการมาก่อนมาหลังด้วยอ่ะ คิดเป็นเหมือนกันเนาะ” “สันดานแบบนี้ไม่คิดเลยว่าจะรู้ผิดชอบชั่วดี คนแบบเธอก็คงชอบแย่งของคนอื่นเหมือนกัน” “ใครจะสันดานเหมือนเธอ อย่าเอานิสัยตัวเองมาพูดแล้วคิดว่าคนอื่นต้องเป็นเหมือนเธอสิ” “กูอยู่ของกูดีๆนะ เสือกเหี้ยอะไรกับชีวิตกูนักหนา” “ทำไม จะตบเหรอ” เมื่อพิ้งค์พลอยง้างมือขึ้นเหมือนจะตบ หญิงสาวผู้ท้าทายทำหน้าระรื่นและเพื่อนของหล่อนก็เดินเข้ามาทำท่าจะตบพิ้งค์พลอยเช่นกัน พิ้งค์พลอยยกยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเอื้อมไปเปิดกระเป๋าสะพายที่นำมาด้วย ในนั้นมีปืนอยู่หนึ่งกระบอก เมื่ออีกฝ่ายเห็นก็ตกใจ “กูมี แต่กูไม่ใช้กับมึงหรอก คนแบบมึงแค่มือกูก็พอแล้ว” ผั้วะ! “ว๊ายยยย!/กรี๊ดดดดดดดด!” พิ้งค์พลอยต่อยเข้าที่ใบหน้าของเรนนี่ผู้หญิงที่ท้าทายเธออย่างจัง จนมีเลือดไหลออกมาตรงจมูก เรนนี่ตกใจแล้วกรี๊ดออกมาเสียงดัง ยืนร้องไห้ทำอะไรต่อไม่ถูก ทำให้คนที่เหลือรีบเข้ามารุมพิ้งค์พลอย แต่เพื่อนๆของพิ้งค์พลอยไม่มีใครยอมให้พิ้งค์พลอยโดนกระทำอยู่ฝ่ายเดียว เกิดการปะทะกันโกลาหลทั้งสองฝ่าย “ปากดี อีกระจอก กูต่อยก็สู้ไม่ได้ อีชาติเปรต” “มึงมันส้นตีน!” “หยุด! แยก!” จนในที่สุดการ์ดก็วิ่งเข้ามาห้าม แต่ก็ไม่สามารถทำให้ทั้งสองฝ่ายหยุดพฤติกรรมรุนแรงได้ เพราะไม่มีใครยอมใคร “หยุด! ตำรวจมา!”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD