EP.16
(ปลดบล็อกดิ)
“ก็ได้” คำสั่งของเตชทำให้พิ้งค์พลอยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา แล้วก็ต้องเข้าไปปลดบล็อกไลน์ให้กับโฬม ปลดล็อกยังไม่ถึงนาทีโฬมก็ส่งชื่อสถานที่ทั้งสองมาพร้อมกับโลเคชัน เธอรีบส่งข้อมูลต่อไปที่ไลน์ของเตชทันที
“ขอบคุณนะพลอย”
“พี่กลับไปได้แล้ว”
“แต่พี่ยังอยาก…”
“วันนี้ไม่พร้อมคุย พลอยไม่อยากเห็นหน้าพี่”
“แล้วจะสั่งยาเท่าไร”
“ไว้จะบอกอีกที วันนี้จะนอนแล้วขี้เกียจคุย”
“ก็ได้”
“เอาโทรศัพท์มา รับคำขอโทษเป็นเงินสดเท่านั้น”
“พี่ให้ล้านหนึ่ง ถ้ามันทำให้พลอยสบายใจ”
“ก็แล้วแต่” พิ้งค์พลอยทำเป็นเหมือนไม่ใส่ใจ แต่ก็รอจนเห็นว่าโฬมโอนเงินมาให้เจ็ดหลักจริงๆ ซึ่งปกติแล้วเธอไม่เคยขอให้เขาเปย์ขนาดนี้มาก่อน แอบอมยิ้มเล็กน้อยที่หลอกเงินโฬมสำเร็จ ถือว่ามันเป็นค่าความเสียใจ ค่าเสียเวลา และค่าปลอบใจกับความวุ่นวายที่เธอต้องเจอมาตลอด “ขอบใจ กลับไปเถอะ พลอยจะนอน”
“แล้วใครจะดูแลพลอย”
“เวย์ไง” แต่พิ้งค์พลอยก็เห็นข้อความของเวหาแล้ว เวหาส่งมาบอกว่ากลับไปแล้ว ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้อยากให้โฬมดูแลต่อ อาจจะต้องเป็นเตชจริงๆ แต่เธอก็รู้สึกอึดอัดหากเตชจะต้องทำเช่นนั้นขึ้นมาจริงๆ
“ก็ได้ ถ้ามันทำให้พลอยสบายใจ แต่ครั้งหน้าพี่ขอเป็นคนทำแบบนั้นนะ”
“ค่ะ วันนี้กลับไปเถอะ”
หลังจากโฬมออกไปเตชก็เดินออกมาจากห้องน้ำแล้วไปล็อกประตูห้อง พิ้งค์พลอยเห็นเสื้อยืดที่เตชใส่อยู่มีเหงื่อซึมก็เผลอขำออกมาเบาๆ
“คุณ ฉันสนุกอ่ะ แบบได้แสดงละครเวที”
เตชหันมามองพิ้งค์พลอยด้วยสายตาเย็นชา พิ้งค์พลอยหุบยิ้มลงและกลอกตาอย่างเอือมระอา ไม่รู้เธอทำอะไรผิดอีกเขาถึงมีอาการเช่นนั้น
“ไหนว่าจะไปเป็นดีไซเนอร์ที่ปารีส สรุปแล้วข้อมูลที่ฉันรู้มาเธอเรียนนิเทศ”
“เรียนนิเทศอยากเป็นดีไซเนอร์ไม่ได้เหรอ”
“มิจฉาชีพ”
“คุณควรขอบใจฉันนะ ได้ข้อมูลดีๆทั้งนั้น”
“อือ” เตชเดินไปที่ตู้เย็นหยิบน้ำในนั้นมาดื่มแก้กระหาย ระหว่างที่ดื่มก็นึกถึงวันนั้นขึ้นมา วันที่เขาดื่มน้ำโดยไม่พิจารณา หวังว่ามันจะไม่เป็นเช่นนั้นอีก เขาเข็ดหลาบ มันทำให้เขาต้องเบือนหน้าหนีจากพิ้งค์พลอยทันที ตบหน้าตัวเองเบาๆ เพื่อไม่ให้มีภาพอะไรแวบเข้ามาทวนความทรงจำได้อีก
“ฉันนอนนะ” พิ้งค์พลอยเอนหลังลงเตียง เธอรู้สึกได้ว่าอาการไข้เริ่มกลับมาจากการใช้แรงไปมหาศาล เหนื่อยล้ามาตั้งนานแต่เธอเป็นมืออาชีพที่ต้องทำการแสดงให้จบถึงจะยอมพัก
“ฉันจะไปนั่งทำงานตรงห้องรับแขก มีอะไรก็เรียก”
“จะดูแลฉันจริงๆเหรอ”
“อือ”
“อือ แบบถอนหายใจ”
“จะเอายังไงอีก”
“เอาแบบนี้ คุณดูแลฉันนั่นแหละ แล้วก็ตั้งใจทำงานนะคุณ หวังว่าคุณจะต่อยอดจากสิ่งที่ฉันให้ได้เยอะๆ”
“อือ”
“คุณพูดคำว่าขอบใจได้ไหมเนี่ย”
“…”
“สงสัยจะขอมากไป อีโก้สูงขนาดนั้นคงหวังอะไรไม่ได้ นอนดีกว่า”
“หลับให้สบายนะ”
“ไม่รู้ต้องทำไงให้เขาเลิกอคติกับเราสักทีนะ ใครมีHOW TO ดีๆ ขอหน่อยสิ”
เตชเดินไปที่เตียงแต่เขาไม่ได้มาหาพิ้งค์พลอย เขาเอาของที่โฬมนำมาให้พิ้งค์พลอย ไม่ว่าจะเป็นผลไม้ น้ำหรือของกินอื่นนำไปทิ้งถังขยะให้หมด เขาไม่ไว้ใจของพวกนั้นแม้แต่นิดเดียว หลังจากนั้นเขาก็รีบนำข้อมูลที่ได้มาประสานงานกับลูกน้องให้ช่วยกันคิดวางแผนต่อไป
พิ้งค์พลอยนอนฟังเตชสั่งงานกับลูกน้องผ่านทางโทรศัพท์ มันไม่ได้รบกวนเธอสักนิด เสียงเข้มของเขาทำให้เธอเคลิ้มหลับไป รู้ตัวอีกทีเธอตื่นมาก็ไข้ขึ้นสูงจนพยาบาลต้องรีบเข้ามาดูแล
เวลาผ่านไปอีกสองชั่วโมงจนถึงช่วงเวลาของอาหารค่ำ พิ้งค์พลอยก็ถูกปลุกขึ้นมาอีกครั้งให้ทานข้าวทานยา ได้น้ำเกลือไปดีขึ้นเล็กน้อย เหมือนวนกลับมาเป็นเหมือนวันแรก เธอฝืนใจทานข้าวได้ไม่กี่คำ จากนั้นก็ทานยา
“เหมือนคนไข้จะไข้ขึ้นนะคะ หลังทานข้าวทานยาแล้วเนี่ย ควรให้คนไข้เช็ดตัวเรื่อยๆ นะคะ แล้วถ้าตัวยังร้อนแปะเจลลดไข้ด้วยก็ได้นะคะ”
“ครับ” เตชรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการเช็ดตัวมาจากพยาบาลอย่างเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งพยาบาลเช็ดตัวให้บ้างแล้ว ต่อไปก็ถึงคราวเขา
“ตอนแรกคุณหมอบอกว่าจะออกจากโรงพยาบาลได้พรุ่งนี้ ทีนี้คนไข้ไข้ขึ้นคงต้องดูอาการพรุ่งนี้ก่อนนะคะว่าดีขึ้นไหม ถ้าหมดน้ำเกลืออีกกระปุกแล้วไม่ดีอาจจะต้องอยู่ต่อ”
“ครับ”
“มีอะไรเรียกได้ตลอดนะคะ ขอตัวก่อนนะคะ” พยาบาลสาวยิ้มอย่างเป็นมิตร ก่อนที่เตชจะไปส่งหน้าห้อง แล้วเขาก็กลับมาดูพิ้งค์พลอยที่เตียง เขาถอนหายใจเบาๆ ที่เห็นว่าพิ้งค์พลอยนอนซม ไร้เรี่ยวแรง
“แล้วเพื่อนเธอไปไหน”
“กลับไปทำงานมันแล้ว มันคิดว่าคุณจะดูแลฉัน” ลมหายใจร้อนพ่นออกมา น้ำเสียงก็อู้อี้ พิษไข้เล่นเอาซม รู้สึกเจ็บคอแต่เสียงกลับมาปกติ พิ้งค์พลอยนึกสงสารตัวเอง ไม่น่าเล่นใหญ่รัชดาลัยเธียเตอร์ คำขอบคุณสักคำยังไม่ได้ แล้วต้องมานอนทรมานแบบนี้ คนดูแลยังทำเหมือนไม่อยากจะดูแล ไม่อยากคิดว่าจะต้องอ้อนวอนเตชขนาดนั้น
“…”
“ฉันทำงานให้คุณจนไข้ขึ้นเลยนะ” มือบางก่ายหน้าผาก ไม่มีตรงไหนไม่ร้อน อยากดึงมือเขามาสัมผัส แต่รู้สึกขี้เกียจเอื้อมไปเพราะเหมือนจะใช้แรงมาก
“แต่ก็ยังมีแรงบ่นอีกนะ”
“อยากจะไปไหนก็ไปเถอะค่ะ ไม่รบกวน”
“ปากเก่ง” เตชนำผ้าและกะละมังสแตนเลสที่พยาบาลให้มา เดินเข้าไปในห้องน้ำ เธอนอนรออย่างใจจดจ่อหวังว่าเขาจะไม่ได้ให้เธอเช็ดตัวเอง พอเขาเดินออกมาจากห้องน้ำเธอก็ทำเป็นมองอย่างอื่น
“ลุก”
“ลุกทำไม นอนก็เช็ดตัวได้”
“เออ ลุกเถอะ”
“ไม่มีแรงแล้ว” เตชเก้ๆ กังๆ ไม่รู้จะทำยังไง แต่แล้วก็นำผ้าชุบน้ำแล้วบิดหมาดๆ ก่อนจะจัดแจงเช็ดแขนข้างขวาของพิ้งค์พลอย
“โอ๊ยย! คุณ ฉันเป็นคนนะไม่ใช่พื้น ไม่ต้องถูแรงขนาดนั้นก็ได้” แม้เธอจะบ่นเขาก็ไม่เบามือ แล้วเปลี่ยนมาเช็ดแขนอีกข้างให้ทันที
“แล้วมันจะสะอาดไหม ถามจริง นี่ไม่อาบน้ำมากี่วัน” ว่าจบเธอก็ถูกพลิกตัวให้นอนตะแคงข้าง เขาถกเสื้อด้านหลังจากนั้นนำผ้ามาขัดหลังเธอให้
“จะขัดขี้ไคลให้ด้วยรึไง”
“บ่นทำไม เป็นใครวะ ฉันถึงต้องทำให้ขนาดนี้”
“มือหนักชะมัด”
“ไอ้โฬมมันก็อาสาจะดูแล ทำไมไม่ให้มันดูแลล่ะ”
“ผัวคนอื่น บาป”
“โสโครกด้วย ยังดีที่เธอรู้ผิดชอบชั่วดี ฉันล่ะเกลียดพวกผู้ชายเลวๆ แบบนั้น หวังว่าเธอจะคิดได้ ไม่กลับไปหลงรักคนชั่วแบบนั้นนะ”
“ปวดฉี่อ่ะ” ก็ล่วงเลยมาหลายชั่วโมงที่ไม่ขับของเสียออกจากร่างกาย นอกจากเหงื่อที่ไหลเป็นเม็ดตอนไข้ขึ้น น่ารำคาญมากเพราะตอนนี้ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะลุก
“ก็ไปดิ”
“เหมือนจะไม่มีแรงเดินเลย”
“เรื่องโคตรเยอะ ไม่ใช่ทาส ไม่ทำให้ขนาดนั้น”
“ไปเองก็ได้” มาเฟียสาวกระฟัดกระเฟียด พยายามดันตัวลุกขึ้นจากเตียง ไหนจะเสาน้ำเกลือ ไหนจะต้องแบกร่างตัวเองไปห้องน้ำที่ไม่ได้ไกลเท่าไร แต่ความรู้สึกเหมือนมันไกลมากๆ ระยะทางของคนไม่สบายมันห่างไกลและทรมานมาก เพียงแค่เท้าสัมผัสพื้นเย็นเฉียบของโรงพยาบาล เธอก็รู้สึกเวียนหัว เหมือนจะทรงตัวไม่อยู่
“น่ารำคาญ” ราวกับฝันไปเพราะไม่คิดว่าเตชจะพุ่งเข้ามาคว้าตัวเธอไว้ทัน ทั้งที่มือเธอกำลังกำผ้าปูเตียงเพื่อพยุงตัวไว้ และเขาก็ทำเรื่องที่ไม่น่าเชื่อนั่นคืออุ้มเธอขึ้นในท่าเจ้าสาว พิ้งค์พลอยคว้ากอดลำคอหนาไว้อย่างทุลักทุเลเพราะกลัวจะหล่น เขาเล่นอุ้มเธอด้วยแขนข้างเดียว อีกข้างเขาคว้าเสาน้ำเกลือและพาเธอไปยังห้องน้ำ หัวใจเต้นแรงเพราะท่าอุ้มของเขามันรู้สึกไม่ปลอดภัย เธอกลัวตกเลยเกร็งไปทั้งตัว ใช้ปากกัดกับเสื้อเตชเป็นที่ยึดเหนี่ยวอีกแรง ถ้าไม่ใช่ร่างกายของคนที่ออกกำลังกายมาอย่างหนักอย่างเตชก็คงพาเธอเข้าห้องน้ำด้วยท่านี้ไม่ได้
“หาเรื่อง?” เตชมองแรง สายตาเต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่าย จากที่สัมผัสตัวเด็กสาวก็รู้ว่าเธอไม่ได้สำออยจนเกินไป เขาจึงอาสาช่วยด้วยความเต็มใจ แต่เขาเลี่ยงที่จะมองดวงตาฉ่ำแฉะจากพิษไข้ของเด็กสาว เขาไม่ได้มองว่ามันน่าสงสาร เขาแค่ทำตามหน้าที่ที่ได้ลั่นวาจาออกไปก็แค่นั้น
“มิบังอาจหรอกค่ะ”
แรงแขนของเตชนิ่งกว่าที่เธอคิด เหมือนมันเป็นเรื่องปกติของชีวิตประจำวัน มันเป็นพิ้งค์พลอยคนเดียวที่เป็นฝ่ายกลัวตก แต่เริ่มรู้สึกปลอดภัยในอ้อมกอดเขาแล้ว น้ำหนักของเธอไม่ได้ทำให้จังหวะการก้าวขาของเขาเปลี่ยนไป ถ้าเขาไม่ทำหน้านิ่งหรือเก๊ก เธอก็อยากจะชมว่าเท่ แต่ก็คิดได้ว่าตำรวจคงฝึกหนักอย่างนี้ทุกคน เรื่องนี้จึงเป็นเรื่องธรรมดา คงไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่ทำแบบนี้ได้ หากปริปากชมดูเหมือนจะเป็นเรื่องสิ้นคิด เขาคงไม่เผลอยิ้มดีใจ หรือเอ่ยปากขอบคุณ นึกแล้วก็ยิ่งหมั่นไส้
พอเข้ามาในห้องน้ำเตชก็วางพิ้งค์พลอยลงที่โถส้วม เขาเผลอเท้าเอวยืนดูเด็กสาวว่าจะมีแรงดึงกางเกงลงเองไหม ทั้งที่รู้ว่ามันไม่ควร
“อย่าแอบดูนะ”
“คิดว่าน่าดูมากรึไง” ว่าจบเตชก็หันหลังให้ ใจอยากจะออกไปรอด้านนอก แต่หากพิ้งค์พลอยล้มไปอีก คนที่น่าจะลำบากที่สุดอาจเป็นเขา และเขาได้ยืนรอเธอทำธุระส่วนตัวจนเสร็จ
หลังจากนั้นเตชยังต้องจำใจดูแลพิ้งค์พลอยต่อไป โทษฐานที่เขาทำให้เธอเป็นแบบนี้ คนถูกดูแลก็เอาแต่ใจ ใช้นู่นใช้นี่จนคนดูแลเอือมระอา