EP.18 DADDY

1818 Words
EP.18 สถานีตำรวจนครบูรพา “คุณตำรวจจับมันเลยค่ะ อีนี่มันต่อยลูกสาวฉันจนเลือดอาบ” รัญญาผู้ปกครองของเรนนี่โวยวายลั่นโรงพัก นายตำรวจอย่างร้อยเวรที่ประจำการตอนสามทุ่มยิ่งปวดหัวหนักเพราะไม่รู้จะฟังใครก่อน ก่อนหน้านี้ที่นี่เงียบมากจนได้ยินเสียงแอร์ แต่ตอนนี้มันยิ่งกว่าตลาดสด “อ้าว ก็ลูกป้าพูดจาล่อตีนก่อน แค่โดนต่อยมันยังน้อยไป น่าจะโดนตีนจริงๆ” ต่อหน้าตำรวจพิ้งค์พลอยก็ยังไม่ออมมือ เธอถอดส้นสูงของเธอมาทำท่าขู่อีกฝ่าย ไม่ใช่ไม่รู้จักผู้หลักผู้ใหญ่ แต่แม่ของเรนนี่ก่นด่าเธอราวกับลูกของตัวเองไม่ผิดทั้งที่เธอพยายามเล่าเหตุการณ์ให้ฟังทั้งหมดแล้ว “อีเด็กบ้า! พูดจาอะไรกับผู้ใหญ่ให้มันดีกว่านี้หน่อยได้ไหม ฉันเนี่ยอายุมากกว่าเธอตั้งหลายปี” “ทีป้ายังพูดจาหมาไม่แดกกับฉันเลย แล้วทำไมจะต้องพูดดี คิดว่าปาก้อนหินมาจะได้ดอกไม้กลับเหรอ กระถางต้นไม้ต่างหากล่ะ” “พอๆๆๆ” คเชนทร์ผู้เป็นตำรวจขึ้นเสียงห้ามปราม ทั้งขัดขวางให้ทั้งสองฝ่ายอยู่ห่างจากกันคนละมุม แต่ฝีปากแต่ละคนยังคงทำให้เขาและตำรวจตรงนี้อีกสองนายเอือมระอา “อีเด็กพ่อแม่ไม่สั่งสอน ไหน พ่อแม่ตายหมดแล้วเหรอ ถึงไม่ยอมมาน่ะ” “ป้าน่ะ ที่จะตาย ตายไปเลยไป” “อีเด็กบ้า มึงรีบตามพ่อแม่มึงมาเดี๋ยวนี้เลยนะ” “ไม่ตาม เรื่องแค่นี้ฉันเคลียร์เองได้ จะเอาเท่าไรว่ามา 500ใช่ไหม เอาไป” พิ้งค์พลอยหยิบธนบัตรสีม่วงออกมา เธอไม่ยอมตามผู้ปกครองตัวเองตามที่อีกฝ่ายต้องการ ทั้งที่เพื่อนทุกคนและคู่กรณีตามมาหมดแล้ว พ่อแม่ของเธอยังมีชีวิตอยู่ แต่เธอคิดว่าเธอจัดการเรื่องนี้ได้เองโดยไม่ต้องพึ่งพวกเขา จึงไม่โทรตามให้เสียเวลา “ฉันต้องการพบกับผู้ปกครองเธอ อยากรู้ว่าเขาอบรมสั่งสอนเธอยังไงถึงมีพฤติกรรมก้าวร้าวแบบนี้” “ป้าไปสอนลูกป้าก่อนเถอะ ทำตัวนักเลงนัก แย่งที่คนอื่นจนโดนตบ เก๋ามาจากไหนไม่รู้ ถ้าเป็นคนอื่นเขาเอาตายแล้ว เปรี้ยวตีนขนาดนี้” “หยุด!” คเชนทร์ขัดจังหวะอีกครั้ง และเขาเองต้องการให้เรื่องนี้จบจนเห็นด้วยกับรัญญา “ผู้ปกครองเธอเมื่อไรจะมา” พิ้งค์พลอยเริ่มหัวเสีย เธอเองก็บรรลุนิติภาวะแล้ว มันไม่จำเป็นที่จะต้องให้ผู้ปกครองมา เธอทำเองได้ทุกอย่างทำให้รำคาญคนเรื่องมากอย่างรัญญา ในขณะนั้นเธอได้ยินเสียงฝีเท้าหลายคู่กำลังลงมาทางบันไดและยังได้ยินเสียงคนคุยกัน เธอจำเสียงนั้นได้ดีเสียงนั้นคือเสียงเตช เมื่อเดินลงบันไดมา เธอก็เห็นว่าเป็นเขาจริงๆ เธอไม่ได้จำผิด “นั่นไงผู้ปกครองฉันมาแล้ว” ทุกคนต่างหันไปมองตำรวจหลายนายที่เพิ่งเดินลงบันไดมา ทำให้ฝ่ายถูกมองก็งงไม่ต่างกัน “DADDY” “…” เมื่อพิ้งค์พลอยส่งเสียงเรียกและมองมาที่เตช เตชเองก็ทำตัวไม่ถูกที่พิ้งค์พลอยเรียกแบบนั้น อีกทั้งยังคงต้องตอบคำถามต่อสายตาตำรวจหลายนายที่กำลังสงสัยเช่นกัน “แด๊ดดี้ ช่วยหนูด้วยค่ะ” “อ๋อ นี่เหรอพ่อเธอ เป็นตำรวจซะด้วย ดูท่าน่าจะมีลูกตั้งแต่ยังเด็ก มิน่าไม่มีปัญญาอบรมสั่งสอนลูก” “ป้าๆ นี่ผู้กำกับ พูดดีๆ” คเชนทร์เดินเข้ามาเขย่าแขนรัญญา บอกให้รู้ก่อนจะหน้าแหก แต่รัญญาไม่ได้เกรงกลัวสักนิด หล่อนเดินเข้าไปหาเตช อยากจะระบายความในใจกับเขา พิ้งค์พลอยเห็นอย่างนั้นก็เดินเข้าไปฟ้องเตชอีกคน “เกิดเรื่องบ้าอะไรกัน” น้ำเสียงดุของเตชคาดโทษพิ้งค์พลอย เขาสะบัดมือออกทันทีที่พิ้งค์พลอยจับแขน “ก็ลูกอีป้าเนี่ยมันมาหาเรื่องพลอยในผับอ่ะค่ะแด๊ดดี้ มันมาแย่งที่นั่งพลอยและมาด่าพลอยเสียหายว่าแย่งของคนอื่น” “ก็มึงแย่งผัวคนอื่นไง มึงเป็นเมียน้อยเขาไง ลูกกูพูดผิดตรงไหน” “กูละอยากจะตบมึงด้วยอีกคน อีแก่!” “พอ!” เตชตวาดพร้อมล็อกคอพิ้งค์พลอยไว้ด้วยแขนข้างเดียว เพื่อไม่ให้พิ้งค์พลอยเข้าปะทะกับรัญญา เธอไม่กล้าดิ้นเพราะเขาแค่เอาแขนพาดมาก็เหมือนจะหายใจไม่ออกแล้ว บรรดาเพื่อนของพิ้งค์พลอยยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เฟย์ญ่าถึงขนาดเอาโทรศัพท์ขึ้นมาแอบถ่ายไว้ “คุณตำรวจช่วยอบรมสั่งสอนลูกตัวเองใหม่นะคะ สันดานเสีย” “ป้าก็สั่งสอนลูกตัวเองด้วยนะครับ ลูกป้าเองก็มาโรงพักบ่อยนะ ตอนนี้ลูกชายป้าเองก็อยู่ในคุกนะครับ” สารวัตรพูดแบบยิ้มๆ ทำเอารัญญาหน้าเสีย เพราะพิ้งค์พลอยรวมถึงเพื่อนหัวเราะเยาะเย้ยดังลั่น “ขำอะไร” “มึงจะทำไม” พิ้งค์พลอยทำหน้าระรื่นใส่รัญญา ส่งผลให้เตชแกล้งรั้งแขนแรงขึ้น เธอใช้สองมือพยายามดันแขนเตชออก เขาเลยผ่อนแรงให้ แต่เหมือนกับว่าทั้งเขาและเธอจะกอดกันแน่นโดยปริยาย “เคลียร์กันเสร็จแล้วก็แยกย้าย” “โธ่เว้ย!” รัญญาสบถด้วยความหงุดหงิด ดึงธนบัตรสีม่วงในมือพิ้งค์พลอยมา แล้วรีบพาลูกสาวกลับบ้านเพราะอับอายที่ถูกสารวัตรตุลย์แฉ ไม่คาดคิดว่าผู้ปกครองของอริจะเป็นตำรวจ กะว่าจะรีดไถให้ได้มากกว่านี้แผนมาพังซะก่อน “ปล่อยสิคุณ” พิ้งค์พลอยเขย่าแขนเตชเบาๆ ไม่ใช่แค่รัญญาที่กลับไป ฝ่ายคู่อริก็กลับไปหมด ส่วนเพื่อนๆ ของเธอก็มาโบกมือลา หากว่าทุกคนต้องกลับบ้านกับพ่อแม่ เธอน่าจะเซ็ง ยังไม่เที่ยวให้หนำใจ “ทำเรื่องแต่ละอย่าง เธอนี่มันน่าปวดหัวจริงๆ เลยนะ ตั้งแต่เราเจอกันเนี่ย สภาพเธอไม่เคยดีสักวัน เธอคิดว่าเธอจะมีโอกาสอายุถึง23ไหม” พิ้งค์พลอยรีบเอียงใบหน้าหลบเมื่อเตชเอื้อมอีกมือมาจับบาดแผลเล็กๆ ตรงมุมปากของเธอ ดูท่าเขาน่าจะกดมันคงไม่ทำแผลให้เธอเหมือนครั้งแรกเจอ เธอเพิ่งนึกได้ว่าตัวเองเหมือนเพิ่งผ่านสงครามมา สำรวจร่างกายที่แขนก็มีรอยเล็บขีดข่วนเต็มไปหมด “โถ่! แด๊ดดี้ก็บอกไปแล้วไงว่าป้องกันตัว” “กวนตีน อย่าเรียกฉันแบบนั้น ฉันไม่ใช่พ่อเธอ” “แด๊ดดี้ที่ไม่ได้แปลว่าพ่อ แด๊ดดี้ขา~” เตชรีบปล่อยพิ้งค์พลอยออกจากแขนทันที และผลักเธอออกห่างจนเธอเกือบหน้าคะมำ ถ้อยคำบางคำของเธอ เขาคงต้องหาคำอธิบายให้ตำรวจนายอื่นที่ยืนอยู่ตรงนี้ เธอกำลังทำให้เขาเสียหาย “ฉันไม่ใช่เพื่อนเล่นเธอ และเธอไม่มีสิทธิ์มาเคลมว่าฉันเป็นผู้ปกครองของเธอ ผู้ปกครองเธออยู่ไหนทำไมไม่โทรตามมา อย่าหาเรื่องให้ฉันต้องเดือดร้อน ไปตามพ่อแม่เธอมา!” “พ่อแม่ฉันเที่ยวอยู่ต่างประเทศ คงจะบินกลับมาให้คุณไม่ได้ในตอนนี้ ฉันโตแล้ว ไม่จำเป็นต้องมีพ่อแม่มาตามดูแลเหมือนเด็กๆ ฉันเป็นผู้ปกครองตัวเองได้” “เอาบัตรประชาชนมา ขอค้นหาข้อมูลหน่อย” “ลืมเอามา” “งั้นเอาโทรศัพท์เธอมา กดโทรหาพ่อแม่ตรงนี้” “อย่าเลยนะคุณ” “เธอก็แค่กลัวว่าจะถูกส่งไปอยู่ต่างประเทศ เป็นฉันนะ ฉันจะเก็บกระเป๋าเดี๋ยวนี้เลย” “นี่ฉันพกปืนไปด้วย แต่ฉันมีสมองไม่ทำอะไรที่เกินกว่าเหตุ แค่ใช้มือจัดการ แค่นี้มันสื่อให้เห็นแล้วว่าฉันไม่ใช้อารมณ์แก้ปัญหา จัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวเอง โดยไม่ต้องมีใครบอก ที่ทำไปแบบนั้นแค่ป้องกันตัว ไม่ได้อยากมีเรื่องกับใครเลย ถ้านิสัยมาเฟียนะ อีนั่นได้คุยกับรากมะม่วงแล้ว” “ไอ้เลวนี่ก็คนดีนี่หว่า” เตชชักสีหน้าหงุดหงิด พิ้งค์พลอยขัดใจทุกอย่าง ถึงแม้เขาจะรู้ข้อมูลพื้นฐานครอบครัวพิ้งค์พลอยมาบ้างแล้ว แต่ไม่เคยสามารถติดต่อคนรอบข้างของเธอได้เลย ข้อมูลที่อยู่ในฐานข้อมูล เขาก็ไม่รู้แน่ชัดว่าของจริงหรือของปลอม หนำซ้ำเว็บไซต์ที่เขาเคยค้นหาข้อมูลข่าวสารของเธอก็ถูกปิดไป ไม่หลงเหลือข่าวอะไรให้ค้นหา มันเป็นแบบนั้นไปได้อย่างไร “ใช่ฉันเป็นคนดี จะไม่ดื้อแล้ว ฉันไม่อยากไปไหน อย่าฟ้องพ่อแม่ฉันเลยนะ” “มีอะไรมาแลก” “แล้วคุณจะเอาอะไรจากฉันอ่ะ” “พูดความจริงมา” “ความจริงอะไรของคุณ” “เธอเป็นใครกันแน่” “ฉันก็เป็นฉันไง จะให้เป็นใครล่ะ” เตชถอนหายใจด้วยความเหนื่อยหน่าย เขายกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู ด้วยภาระงานวันนี้ทำให้ประชุมจนถึงดึก แล้วไม่คิดว่าจะต้องมาเจอเรื่องน่าปวดหัวอีก เขาจึงไม่เอาเรื่องของพิ้งค์พลอยมาใส่ใจแล้ว เพราะเค้นไปก็ไม่ได้อะไรอยู่ดี “ทุกคนกลับบ้านได้” “แล้วจะไม่หาข้อมูลเด็กคนนี้ต่อเหรอครับ” ตุลย์ถามขึ้นมา เขาเตรียมใจไว้แล้วหากเตชใช้งานต่อ “ผมว่าต่อให้ได้คุยกับโคตรเหง้าศักราชก็เปลี่ยนนิสัยคนไม่ได้” “โอ้โห! พ่อคนนิสัยดี พ่อคนดีเลิศประเสริฐศรี ถ้ามีใครถามว่ามนุษย์คนไหนดีที่สุดในโลก ฉันก็จะตอบชื่อคุณไปละกัน คุณเตช” พิ้งค์พลอยกระแนะกระแหนด้วยน้ำเสียงปกติ ซึ่งก็โดนเตชเมิน เตชไม่สนใจสักนิด ในโรงพักยังมีตำรวจอยู่อีกสองถึงสามนาย แต่เตชเดินออกไปแล้ว เผลอปากดีไปแล้ว แล้วก็ไม่รู้จะกลับบ้านอย่างไร จึงรีบวิ่งตามเตชไปที่รถของเขา โชคดีที่เขายังไม่ได้เข้ารถ “คุณ คุณไปส่งฉันที่ผับหน่อยได้ป่ะฉันจอดรถไว้ที่ผับ ตอนที่มานี่นั่งกระบะลูกน้องคุณมาอ่ะ” “ภาระ” เจ้าของรถดันพูดจากำกวม พิ้งค์พลอยเลยถือวิสาสะเข้าไปนั่งในรถทันทีที่เขาปลดล็อกรถ คาดเข็มขัดนิรภัยเสร็จสรรพ เจ้าของรถจึงต้องจำใจยอมให้นั่ง เขาเข้ามาในรถโดยไม่ว่าอะไรเธอสักคำ แม้เธอจะยิ้มแป้นแล้นกวนประสาทเขาก็ตาม .............................................................................. แจ้งให้ทราบ เราจะติดเหรียญอีพี21 เป็นต้นไป
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD