EP.19
“พ่อแม่เธอยังมีชีวิตอยู่ใช่ไหม” ในขณะที่เตชขับรถตามGPSที่ปักหมุดไปยังสถานที่ปลายทางอย่างผับJASSI นั้น เตชก็เป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนามาก่อน เพราะก่อนหน้านี้ไม่ได้มีบทสนทนาใดๆ
“แช่งกันชัดๆเลย”
“ไม่ได้แช่ง โทรไปไม่เคยติด ไปหาที่บ้านก็ไม่เคยเจอ”
“อยากจะเจออะไรนักหนา”
“ตอบคำถามฉัน”
“ยังอยู่ ก็อยู่ต่างประเทศไง ไปเที่ยวเดี๋ยวก็กลับมา”
“ฉันเคยอยากไปเรียนต่างประเทศ แต่พ่อไม่ให้ไป เป็นไปได้ฉันอยากแลกชีวิตกับเธอ”
“ขนาดนั้นเลยเหรอ” คำว่าแลกชีวิตมันฟังดูเว่อร์มาก พิ้งค์พลอยหันไปมองหน้าเตชแต่ไม่รู้ว่าเขาคิดอย่างไร ใบหน้าเขาเรียบเฉยและเห็นได้ไม่ชัดเจน แสงไฟตามทางสาดเข้ามาจนไม่รู้อารมณ์ของคนพูดและเดาความคิดของเขาไม่ออก หรือเขากำลังมีวิธีใหม่มาใช้กับเธอ
“เออ”
“อะไรทำให้คุณเล่าเรื่องคุณให้ฉันฟัง แม้จะนิดเดียวก็ตาม”
“แค่รู้สึกว่าเป็นฉัน ฉันจะไม่อยู่ที่นี่”
“มันแย่ยังไง”
“ฉันอยากเรียนนิเทศ อยากไปต่างประเทศ แต่พ่อให้เป็นตำรวจ เป็นเพราะว่าญาติพ่อที่เป็นผู้ชายก็เป็นตำรวจทั้งนั้น”
“แปลว่าคุณอิจฉาฉันที่ได้ใช้ชีวิตอิสระ โดยไม่มีใครกำกับว่างั้นเถอะ”
“ใช่ ถ้าเธอมีโอกาสไป ก็ไปซะ”
“อันนี้ไล่ป่ะ”
“ใช่”
พิ้งค์พลอยไม่ได้สนใจคำพูดของเขา มันไม่ได้ทำร้ายจิตใจเธอด้วยซ้ำ เธอกำลังจินตนาการว่า หน้าตาอย่างเตชถ้าเรียนนิเทศศาสตร์ไปแล้วจบไปเป็นดารา นายแบบได้สบายและคงโด่งดังเพราะหน้าตาดี มีคาแรคเตอร์ชัด แต่ภาพในหัวมันลางๆ เพราะสลัดภาพเตชที่เป็นตำรวจออกไม่ได้ หากพูดถึงความเหมาะสม เธอว่าทางนี้เหมาะสมกับเขาที่สุดแล้ว
“ยิ้มอะไร หลอนยา?” เตชหันมองแค่แวบเดียว แล้วดึงสายตากลับมาโฟกัสถนน ตรงนี้ใกล้จุดที่จะถึงผับ รถเยอะเป็นพิเศษ การจราจรไม่ติดขัดมากแต่ความเหนื่อยล้ามันทำให้เตชเริ่มเบื่อหน่าย
“ที่คุณอยากเรียนนิเทศเนี่ย ชอบการแสดงเหรอ หรือชอบอะไร”
“ชอบมากกว่าเป็นตำรวจ”
“หมายถึงว่าแม้เป็นตำรวจแล้วก็ยังมีความอยากทำอย่างอื่นอยู่”
“เออ”
“มาเป็นพระเอกเอ็มวีโปรเจ็คจบของฉันไหม”
“คงไม่ใช่ทางฉันแล้ว”
“ฉันจ้าง”
“ไม่”
“นิดหนึ่งหน่า อย่างคุณอ่ะขึ้นกล้องนะ”
“เสียเวลาทำงาน” เสียงGPS ร้องบอกว่าถึงที่หมาย เตชเลี้ยวเข้ามาปากทางเข้าผับ เมื่อรถจอดสนิทเขาปลดล็อกรถฝั่งคนโดยสารโดยอัตโนมัติ นิ้วเรียวยาวเคาะพวงมาลัยเป็นจังหวะ เป็นการไล่ลงรถอย่างสุภาพที่สุดแล้ว
“คุณไม่อยากรู้เหรอว่ากองถ่ายเค้าทำงานยังไง”
“หมดโควต้าถามเรื่องส่วนตัว เชิญ!”
“คุณดูง่วงๆนะ เอากาแฟสักแก้วไหม ก่อนไป เดี๋ยววิ่งไปซื้อให้” เตชจอดรถใกล้เสาไฟพอดี ความสว่างจากภายนอกที่สาดเข้ามาทำให้เธอเห็นได้ชัดว่าเขาดูเหนื่อย เหลือบมองเห็นร้านสะดวกซื้อใกล้ๆ ถึงแม้คนจะเยอะแต่เธอก็ยังหวังดี ไม่บ่อยนักที่เธอจะมีจิตอาสา
“เธอจะถามเรื่องส่วนตัวได้วันละหนึ่งคำถามเท่านั้น”
พิ้งค์พลอยจิ๊ปากด้วยความหงุดหงิด เขาจงใจกวนประสาทเธอ เธอจึงขยับเข้าไปใกล้ๆ เพื่อมองหน้าเขาให้ชัดๆ ดูก็รู้ว่าเขาง่วง เธอเลยเอามือถ่างตาเขาไว้ทั้งสองข้าง “นี่มันเป็นเรื่องของสาธารณะ ถ้าหลับใน ก็แค่เสียตำรวจขี้เก๊กไปหนึ่งนาย ไม่ใช่ภาระฉันนี่ เนาะ”
“เพื่อนเล่นรึไง” เตชปัดมือพิ้งค์พลอยออก แต่เธอยังเอื้อมมือมาเล่นจุดสงวน อย่างลูกกระเดือก มันไม่ใช่ใครก็ได้ที่จะจับเล่น
“ก็คนแก่เนี่ยมันหลับในง่าย ก็เลยคิดว่าสงเคราะห์คนแก่”
คำว่าแก่พูดเบาๆก็เจ็บ เตชต้องหาทางบลัฟให้ได้ เขาไม่ยอมโดนเด็กล้ออยู่ฝ่ายเดียว “ดื่มไวน์มาเหรอ กลิ่นชัดเชียว”
“เออ อยากลองชิมไหมล่ะ” ว่าจบพิ้งค์พลอยก็โน้มใบหน้าเข้าประกบจูบ แต่เธอก็ต้องเหวอ เมื่อเตชไหวตัวเร็วกว่า เขาเม้มปากเข้าหากันแน่นป้องกันการลวนลามจากเธอเป็นอย่างดี จึงเป็นการหน้าแตกชนิดที่ว่าหมอไม่รับเย็บ แต่มาเฟียสาวก็พยายามจะกดจะบี้ให้จูบให้ได้แต่ตำรวจหนุ่มป้องกันตัวดีเกินไป
เธอผละออกมาด้วยความกระฟัดกระเฟียด แต่หัวใจกลับสั่นไหวเมื่อครั้งนี้เตชโน้มเข้ามาใกล้เอง เธอไม่รู้จะเอาลูกตาไปวางไว้ตรงไหน เพราะเธอไม่อยากให้มันโฟกัสใบหน้าหล่อเหลาของเขาชัดนัก ใบหน้าของเตชเรียบเฉยไม่มีปฏิกิริยาอะไรและไม่รู้ว่าต้องการอะไร เขาเคยเมื่อยหน้าบ้างรึเปล่าเธออยากจะรู้นัก
“โอ๊ยยย!” มันคงเป็นแผนที่ทำให้เธอตายใจ เขาทำให้เธอเจ็บปวดจากนิ้วมือของเขาเอง นิ้วชี้ของเตชจิ้มลงบนบาดแผลตรงมุมปากของเธออย่างแรง บุคคลผู้กระทำสงสัยจะชอบความทรมาน แค่เห็นว่าเธอเจ็บเขาก็ยิ้มเยาะเย้ยออกมาจากที่หน้านิ่งมาตลอดทั้งวัน
“กลับได้แล้ว ดึกแล้ว”
“ชิ๊!” มือบางจับแผลตัวเอง มองหน้าเตชด้วยสายตาพิฆาต แล้วเปิดประตูออกจากรถไปทันที เมื่อเธอลงเตชก็ขับออกไป มาเฟียสาวยิ่งหงุดหงิดใจ แผนการของเธอมีช่องโหว่เยอะแยะไปหมด ถึงตอนนี้เธอยังไม่เข้าใกล้กับคำว่าคู่รักกับเตชแม้แต่นิดเดียว ปกติแล้วมีแต่ผู้ชายมาจีบ เธอจึงไม่รู้วิธีการจีบผู้ชาย โดยเฉพาะผู้ชายอย่างเตช มันจะยากเย็นอะไรขนาดนี้ ยิ่งเขาเป็นคนที่ฉลาด มันยิ่งยาก หรือเป็นเธอเองที่จะพลาดท่าให้เขา
เตชขับออกมาห่างจากตรงนั้นเล็กน้อย สายตายังมองกระจกดูด้านหลังจนเมื่อเห็นว่าพิ้งค์พลอยเดินเข้าไปในรถของตัวเองแล้วเขาจึงเดินทางกลับบ้าน
หลายวันต่อมา
วันหยุดถูกรบกวนด้วยกิจกรรมที่แทรกเข้ามากะทันหัน เตชขับรถเดินทางไปยังสถานที่ที่พิ้งค์พลอยแชร์โลเคชันให้ ปลายทางคือสวนสาธารณะ เขาไม่ได้รับคำตอบที่แน่ชัดว่าเขาต้องไปทำไม แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เตรียมชุดออกกำลังกายไปเผื่อ
เตชไม่ได้อยากสุงสิงกับพิ้งค์พลอย แต่การเอาตัวเข้าแลกของเตช มันไม่ได้หมายความแค่เรื่องเซ็กซ์อย่างเดียว
ในขณะที่ขับรถเตชเปิดpodcast ฟังเรื่องราวเกี่ยวกับคดีฆาตกรรมลึกลับที่เขายังฟังไม่จบ เพิ่มความตื่นเต้นในการเดินทางทุกครั้ง แต่เสียงวีดีโอก็ดับลงและเป็นเสียงเรียกเข้าที่แทรกเข้ามา เบอร์ที่โทรเข้ามาเป็นเบอร์ของสารวัตรตุลย์ แม้เขาจะเป็นถึงผู้กำกับ แต่บางครั้งก็ไม่ได้รักงานจนอยากให้มีคนโทรมากวนนอกเวลางานมากขนาดนั้น แต่ด้วยความเคยชิน เขาก็เอื้อมมือไปกดรับสาย
(ผู้กำกับครับ ผมขอรบกวนเวลาผู้กำกับสักนิดนะครับ)
“ว่ามา”
(เมื่อคืน ตอนตีสามโรงงานผลิตอ้อยที่ราชบุรีมีการเคลื่อนไหวที่ผิดปกติ คนที่นั่นรายงานมาว่า เจอคุณดินแดน ลูกชายคนโตของคุณรัชพลที่นั่น ซึ่งดินแดนเป็นหมอ ผู้กำกับคิดว่าดินแดนมันไปทำอะไรที่นั่นครับ)
“นั่นสิ แต่คิดว่าเรามาถูกทางแล้วแหละแบบไม่มีทางที่เราจะหลงได้เลยสักนิด แล้วอีกอย่างจากผลของน้ำขวดนั้นที่ผมส่งไปพิสูจน์แล้ว มันมีสารบางชนิดที่ดูเหมือนการผลิตซับซ้อน มากกว่าผลิตจากโรงงานเถื่อน มันเหมือนออกมาจากโรงพยาบาล ออกมาจากผู้เชี่ยวชาญ ผมคิดว่าเรื่องนี้มันซับซ้อนและซ่อนอะไรไว้มากมายภายใต้โรงงานสองโรงงานนี้ ถ้าดินแดนมันลงมือทำด้วยตัวเองคงจะไม่ธรรมดา”
(ผมจะไปสืบให้ว่าดินแดนเป็นหมอเกี่ยวกับอะไร แต่ที่แน่ๆ เมื่อคืน มีลังใส่สารเคมีบางอย่างถูกขนออกไปหลายลัง คนของเราไม่สามารถตามไปได้เพราะอาจจะผิดสังเกต)
“มีความคืบหน้าแค่นี้ก็ดี ผมอยากให้ทุกคนระมัดระวังให้มากที่สุด ไม่ต้องรีบ เพราะผมอยากให้มันออกมาดีและได้ทุกอย่างครบ” เตชตวัดสายตาไปมองกระจกมองดูหลัง มอเตอร์ไซต์สีดำ ยังไม่เห็นเลขทะเบียน มีชายผู้ขับร่างกำยำใส่หมวกกันน็อกปิดใบหน้ามิดชิด ขับตามเขามา ตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ แต่มองทีไรก็ตามอยู่อย่างนั้น “สารวัตร มีคนตามผมมา”
(ใครครับ)
“ผมจะถ่ายรูปไปให้ คุณช่วยสืบหน่อย”
(ผู้กำกับต้องหาที่ปลอดภัยหลบก่อนนะครับ)
“อือ” เตชกดวางสายแล้วเลี้ยวรถเข้าปั๊มน้ำมัน ร้านสะดวกซื้อในปั๊มเต็มไปด้วยผู้คนมากมาย พอประวิงเวลาหากชายคนนั้นตามมาจริงๆ เตชไม่ได้ตื่นตกใจอะไร เขาเคยชินกับสถานการณ์แบบนี้จนรับมือได้ ยิ่งเขาทำคดีใหญ่ๆ ยิ่งมีความเสี่ยงที่จะเจอแบบนี้
รถมอเตอร์ไซต์ต้องสงสัยมาจอดที่ลานจอดมอเตอร์ไซต์ใกล้ร้านสะดวกซื้อ คนขับไม่ถอดหมวกกันน็อก แต่ดันกระจกหมวกกันน็อกขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าซึ่งเห็นแค่ส่วนตาเพราะเขาสวมหน้ากากอนามัยปกปิดอีกชั้น จากนั้นเดินเข้าห้องน้ำ เขาถอดหมวกกันน็อกไว้ที่อ่างล้างมือ
เตชเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างและถ่ายรูปไว้เรียบร้อย ซึ่งชายคนนั้นก็ทำตัวปกติ สำรวจด้วยตาเปล่าดูก็ไม่มีอาวุธหรืออุปกรณ์ที่อันตราย เมื่อชายคนนั้นกลับมาที่รถก็ขับรถออกไป เตชจึงถ่ายป้ายทะเบียนไว้ เตชปล่อยให้เวลาผ่านไปอีกเกือบสิบนาทีค่อยกลับมาที่รถ เขาไม่เบาใจ แต่ก็ไม่เก็บมาใส่ใจ