EP.20
สวนสาธารณะในเวลาบ่ายแก่ๆ เต็มไปด้วยผู้คนที่มาพักผ่อนหย่อนใจ เตชจอดรถแล้วมองซ้ายมองขวาสำรวจความปลอดภัย รถคันนั้นไม่ได้ตามเขามา อีกทั้งพื้นที่ตรงนี้คงไม่มีใครกล้าลงมือทำอะไรเขาแน่นอน มือหนาหยิบแว่นตาที่เหน็บตรงคอเสื้อมาใส่ ก่อนจะออกจากรถ เมื่อเห็นว่าพิ้งค์พลอยยืนรออยู่พร้อมกับเพื่อนอีกหลายคน
“อีพลอย ผัวมึงอ่ะ มาจริงๆเหรอ” เฟย์ญ่าเขย่าแขนพิ้งค์พลอยเร่าๆ เพราะตื่นเต้นที่เห็นเตชเดินลงจากรถมา การแต่งตัวของเตชมันเตะตาเฟย์ญ่าและเพื่อนอีกหลายคนให้มองตาม “แต่งตัวหล่อมาเป็นพระเอกเอ็มวีให้เราแน่ๆ เลยมึง อย่างนี้มันระดับฮอลลีวู้ดแล้วมึง”
“เบาๆ กูยังไม่ได้บอกเขาเลยว่าให้มาทำไม” พิ้งค์พลอยหยิกแขนเฟย์ญ่าเบาๆ เพราะเธอกำลังบังคับเตชทางอ้อมและกำลังจะหว่านล้อมให้เขายอมมาเป็นพระเอกเอ็มวีให้ เลยกลัวเฟย์ญ่าจะทำเสียแผน
“แปลว่ามีใจชัวร์ ขนาดมึงไม่บอกว่ามาทำไม ยังมา เขากำลังหลงรักมึงแน่ๆ อีพลอย”
“มึงอย่ามโนอีเฟย์”
“มึงแม่งช้า เดี๋ยวกูคาบไปแดกเองเลยนะ ไม่เอาใช่ป่ะ กูขอ”
“คุณเตชเขาเป็นคน ไม่แดกอาหารหมาอย่างมึง” คำพูดหยอกล้อรุนแรงของพิ้งค์พลอยสร้างเสียงหัวเราะให้กับทุกคนรวมถึงเฟย์ญ่าเอง แต่หล่อนก็แอบหมั่นไส้เล็กน้อยที่เพื่อนรักเริ่มหวงก้างแม้ว่าเตชจะไม่ใช่ของตัวเอง
“เซฮายค่ะ คุณตำรวจ” ไอน้ำละหน้าที่จากการถ่ายวีดีโอเดินเข้ามาหาเตช แต่เตชขยับตัวหนีและไม่ให้ไอน้ำเข้าใกล้ เตชไม่คุ้นชินกับการเจอคนใหม่ๆ และภาพลักษณ์ของกลุ่มเพื่อนพิ้งค์พลอยที่ดูแรงทำให้ตัดสินไปแล้วว่าเข้ากับคนอื่นยาก
“อีน้ำมึงอย่า! มานั่งนี่ ตำรวจกลัวค่ะ” นัตตี้แกล้งแซว เหลือบไปมองอีกทีก็เห็นเพื่อนรักอย่างพิ้งค์พลอยเดินไปหาเตช นัตตี้หันมาสบตากับเฟย์ญ่า เบ้ปากอย่างรู้กัน
“คุณ คุณมาก็ดีแล้ว คุณช่วย…”
“ไม่!” เตชตอบตัดบทอย่างรู้ทัน ประเมินสถานการณ์รวมถึงเรื่องที่เคยคุยกับพิ้งค์พลอยก็พอรู้ว่าโดนหลอกมาทำอะไร สถานที่ตรงนี้ดูเหมาะกับการถ่ายเอ็มวีและอุปกรณ์ครบ คงคิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้
“ไม่ แล้วมาทำไม”
“มาดูบรรยากาศกองถ่าย”
“เออๆ ก็ได้ แล้วได้ไหม ของที่ฝากซื้อในร้านสะดวกซื้อ”
“ลืม เดี๋ยวไปซื้อให้” ตำรวจหนุ่มเมื่อรู้ว่าโดนหลอกให้มาเป็นพระเอกเอ็มวี เขาจึงหาวิธีหนีกลับอย่างแนบเนียน เขาไม่ชอบที่ต้องตกเป็นเป้าสายตาของใคร หากจะนั่งดูบรรยากาศจริงๆ ก็คงตกเป็นขี้ปากชาวบ้าน
“คุณ ฉันฝากซื้อหนมปังด้วย เดี๋ยวส่งรูปให้ในไลน์” เมื่อเตชกำลังเดินกลับไปที่รถก็ได้ยินเสียงพิ้งค์พลอยตะโกนตามหลัง เขาไม่ตอบอะไรกลับ จากนั้นโทรศัพท์ของเขาก็สั่นแจ้งเตือนข้อความ แต่เมื่อหยิบมาดูมันไม่ใช่ข้อความของพิ้งค์พลอย
‘ไม่ว่ามึงกำลังคิดทำอะไรอยู่ หยุดซะ ถ้าไม่อยากตาย’
ปัง!
เตชยังไม่ทันอ่านข้อความจบก็สะดุ้งเฮือกเมื่อรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างปะทะใส่แขนข้างขวาอย่างแรง แรงจนเขาเสียหลัก โทรศัพท์พลัดหลุดจากมือ ความร้อนวาบแล่นผ่านผิวหนัง จากนั้นรู้สึกถึงความอุ่นร้อนของเลือดที่ไหลออกมาเปื้อนแจ็กเกตและหยดลงพื้น กลิ่นคาวคละคลุ้งตีจมูก เสียงวืดใหญ่ก้องในหู คนยิงไม่ได้พลาดแต่ไม่ได้กะเอาถึงตายเพราะไม่โดนจุดสำคัญ สิ่งนี้เป็นแค่การขู่ดังข้อความที่ส่งมา
กรี๊ดดดดดด!!!
“มีคนโดนยิง!”
เตชยืนนิ่งสำรวจความปลอดภัยรอบด้าน มือปืนที่ยิงไม่ใช่มือสมัครเล่นแน่นอน และเขาคงไม่หาว่าใครเป็นคนกระทำเพราะตอนนี้เสียงกรี๊ดของพิ้งค์พลอยรวมถึงคนรอบข้างอลหม่าน ผู้คนในสวนรีบเข้ามามุงดูถามไถ่กันสารพัด และนี่เป็นโอกาสที่ดีในการให้มือปืนรีบหนีออกไปจากสวน เตชรู้สึกได้ว่าสถานการณ์สงบแล้วเพราะถ้าเอาถึงตายคงไม่ใช่แค่นัดนี้นัดเดียว เตชเจอเหตุการณ์ประมาณนี้บ่อยจนเคยชินและไม่ได้หวาดกลัวอะไร
“คะ..คุณ เป็นอะไรมากไหม” พิ้งค์พลอยวิ่งเข้ามาด้วยความลนลาน เธอรีบคว้าโทรศัพท์มาให้เตช และเผลอไปอ่านข้อความตรงหน้าจอที่มีคนส่งมาให้เตช
‘แค่มดกัดนะคุณตำรวจ หยอกๆนะ ดีกันนะ’
“ดีพ่อดีแม่มึงอ่ะ!” เตชแทบปาโทรศัพท์ทิ้ง แต่เขาจะไม่ใช้อารมณ์แก้ปัญหา ต้องเก็บหลักฐานจากเบอร์หาตัวคนทำ ซึ่งก็พอรู้ว่าไม่น่าสืบหาเจอจากเบอร์ได้ แต่ยังดีกว่าไม่มีข้อมูลอะไร
“คุณ ใครทำอะไรคุณวะ เจ็บไหม ไปโรงพยาบาลกัน เดี๋ยวฉันโทรหารถพยาบาลให้ คุณต้องเข้มแข็งนะ อย่าเป็นอะไรไปนะ ใครมันทำอะไรคุณวะ เดี๋ยวฉันสั่งลูกน้องไปกระทืบให้เอาไหม”
“ฉันไม่ใช้วิธีบ้านนาป่าเถื่อน”
“ถ้าฉันเห็นมันนะ ฉันจะไปกระทืบให้จมดินเลย มันไม่รอดแน่ คอยดูเถอะไอ้พวกเวรตะไล”
“ระวังจะเหลือแต่ชื่อ”
มาเฟียสาวควานหาโทรศัพท์ในกระเป๋าตัวเอง เธอเองปฐมพยาบาลไม่เป็นและทำอะไรไม่ถูก โดนยิงเองเธอยังมีสติมากกว่านี้ เหมือนบาดแผลจะใหญ่เพราะเลือดออกเยอะ เตชนิ่งราวกับเป็นแผลแค่ถลอก สิ่งที่จะช่วยตอนนี้ได้คงมีแต่หมอเท่านั้น แต่เมื่อเธอหยิบโทรศัพท์ออกมาเตชกลับแย่งมันไป
“เป็นห่วงฉันเหรอ”
“…” พิ้งค์พลอยชะงักไปครู่หนึ่ง ตั้งสติได้ก็มองใบหน้าเจ้าของคำพูด ในเชิงจิตวิทยา เขากำลังต้องการอะไร เขาคงไม่ได้ต้องการให้เธอพูดออกไปว่าเป็นห่วง คำถามนั้นมันมีเลศนัยแปลกๆ
‘เธอจะไม่ได้ในสิ่งที่เธอต้องการ รู้ไว้แค่นี้’
คำพูดของเตชดังก้องขึ้นมา ก็แค่รู้สึกว่าแผนที่เธอคิดจะทำในตอนแรก หากเขาคิดแบบนั้นบ้าง ตอนนี้เขาคงกำลังจับผิดเธออยู่ เธอจะไม่หลงกลเขา ในเมื่อเธอไม่ได้ เขาก็ต้องไม่ได้เช่นกัน
“ก็ไอ้เลวนี่มันเป็นคนดีไง มีน้ำใจ ถ้าเห็นหมาโดนรถทับ ก็คงวิ่งเข้าไปช่วย”
“ปลอม”
“คิดว่าตัวเองมีน้ำใจได้คนเดียวรึไง”
“ผมไม่เป็นอะไรครับทุกคน ขอตัว” เตชคว้าแขนพิ้งค์พลอยจูงเธอเดินผ่าฝูงชนที่รายล้อมพาเธอไปยังรถที่จอดอยู่ ท่ามกลางความวุ่นวายทุกคนยังตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่เตชดูไม่ได้เดือดร้อน ต่างจากพนักงานรักษาความปลอดภัยที่กำลังวุ่นวาย โปรเจ็คการถ่ายงานของพิ้งค์พลอยก็ล่มเพราะพนักงานรักษาความปลอดภัยประกาศให้ทุกคนออกจากพื้นที่
“มึง กูว่าคนที่มีใจอาจไม่ใช่คุณเตช เพื่อนมึงนี่แหละ” เฟย์ญ่ากระซิบกระซาบกับไอน้ำ หลังจากเกิดเหตุการณ์ทุกคนก็ช็อคไปตามๆกัน แต่พอได้สติก็พอมองสถานการณ์ออก
“พุ่งก่อนคนแรก อยากจะแหมม ดูท่าคงเป็นห่วงมาก”
เตชถอดเสื้อแจ็กเกตออกอย่างทุลักทุเล บาดแผลของเขาแหวอะ เขาเอาเสื้อมาโปะซับเลือดไว้แก้ขัด คงจะพูดได้ว่าถึงคราวซวยจริงๆ เพราะวันนี้เขาไม่ได้เอาอุปกรณ์ปฐมพยาบาลติดรถมา เตชเริ่มรู้สึกเจ็บแสบเหมือนโดนไฟลนเรื่อยๆ จนคิดว่าไม่สามารถขับรถกลับเองได้แน่นอน เขาเปิดโทรศัพท์ส่งโลเคชันให้พิ้งค์พลอยเสร็จสรรพ จากนั้นก็เดินไปรอที่รถพิ้งค์พลอย
“พาฉันไปส่งบ้าน ขับตามโลเคชั่นนั้นไป”
“รู้ว่าเป็นอินโทรเวิร์ด แต่ไม่ต้องอยากกลับบ้านขนาดนั้น ไปโรงพยาบาลก่อน เดี๋ยวก็เลือดออกตายหรอก แผลคุณใหญ่กว่าที่ฉันโดนมาก คุณไม่มีทางทำเองได้หรอก อย่าอวดเก่งให้มาก”
“น้าฉันเป็นหมอ ฉันจะตามให้มารักษาที่บ้าน”
“แต่คุณไปโรงพยาบาลมันดีกว่าไง”
“ฉันไม่ไว้ใจใคร เธอมีหน้าที่ขับรถก็ขับไป อย่าถามมาก”
“อย่ามาตายในรถฉันก็แล้วกัน”
“ถ้าตายนะ ฉันจะมาขี่คอเธอ” เมื่อพิ้งค์พลอยปลดล็อกรถ เตชก็เข้าไปนั่งแต่แทนที่เขาจะนั่งข้างคนขับ เขานั่งเบาะหลัง ทำให้พิ้งค์พลอยรู้สึกแค่ว่าตัวเองเหมือนคนขับรถในเชิงว่าเหยียดว่าเธอเป็นแค่คนรับใช้ แต่เตชกลับไม่รู้สึกอย่างนั้น เขาแค่อยากนั่งตรงนี้ก็แค่นั้น
“เอาเสื้อฉันไป อย่าให้เลือดของคุณหยดใส่รถฉันแม้แต่นิดเดียว”
ครืด~ ครืด~
เบอร์โทรปริศนาปรากฏตรงหน้าจอโทรศัพท์ ไม่ใช่หมายเลขเดียวกับที่ส่งข้อความมา ไม่เป็นการเสียหายหากเตชจะรับสาย เขาอยากรู้เหมือนกันว่าใครกันที่จะโทรหาเป็นคนแรกหลังโดนยิง
“สวัสดีครับ”
(ครับสวัสดี ผม พันตำรวจเอก รัชพล ธรณีวิวัฒน์ พูดสายครับ มีเรื่องจะแจ้งความรึเปล่าครับ)
“โทรมาเช็กผลงานเหรอครับ”
(คุณพูดอะไร ผลงานอะไรกันครับ ผมแค่ห่วงใยตำรวจด้วยกัน โดนยิงน่าจะเจ็บแย่)
“ผมขอบคุณละกันนะครับที่ไม่เล่นแรงจนเกินไป”
(ดูแลตัวเองดีๆนะครับผมเป็นห่วง) รัชพลไม่รอให้เตชตอบอะไร เขาก็ตัดสายไปเสียก่อน
“ไอ้เวรเอ๊ย!” เตชหัวเสียอย่างหนัก พิ้งค์พลอยก็พลอยอารมณ์ร้อนไปด้วย
“ใครเหรอคุณ”
“ไอ้รัชพล มันคือเจ้าของกระสุนในแขนฉัน”
“แม่ง ส้นตีน! จัดการมันเลยไหม”
“อย่ากระโตกกระตากไป รีบพาฉันกลับบ้านเถอะ!”
มาเฟียสาวตามGPSมาถึงคฤหาสน์หลังใหญ่ที่เปิดประตูรั้วรอไว้ต้อนรับ เธอรู้ว่าเขารวยแต่ไม่คิดว่าจะรวยขนาดนี้ เหมือนกับว่าเขาทำอาชีพตำรวจแค่เอาสังคม เมื่อรถเลี้ยวเข้าบ้านเหมือนเป็นสัญญาณให้ลูกน้องในบ้านเตชรับรู้ว่าเตชมาถึงแล้ว บุคคลผู้สวมชุดคล้ายพยาบาลออกมาต้อนรับถึงสองคน ถ้ามีโรงพยาบาลขนาดย่อมด้านในบ้านเธอก็เชื่อ เพราะอุปกรณ์ที่ขนมาต้อนรับผู้บาดเจ็บครบมือ
“เตช เป็นอะไรไหมลูก ถือว่าฟาดเคราะห์นะ” นิตยา น้าสาวของเตชวิ่งมาดูด้วยความห่วงใย เมื่อเตชลงมาจากรถก็ช่วยประคองเตชไปด้านในคฤหาสน์หลังโต และตรงไปยังห้องที่เปิดประตูรออยู่ พิ้งค์พลอยเดินตามมา เธอจึงได้เห็นว่าภายในห้องนั้นมีห้องคล้ายห้องฉุกเฉินในโรงพยาบาล
“คนนอกนั่งรอที่ห้องรับแขก อย่าเข้าไปวุ่นวาย” ทรายผู้เป็นลูกสาวของนิตยามาขัดขวางพิ้งค์พลอย ทรายดูไม่ค่อยเป็นมิตรพูดจาห้วนๆ เป็นเพราะหล่อนกับพิ้งค์พลอยอายุค่อนข้างไล่เลี่ยกัน
ปึง!
“เหวี่ยงอะไรนักหนา คนบ้านนี้มันขาดน้ำตาลเหมือนกันหมดรึไงวะ” ประตูห้องปิดจนเกือบกระแทกหน้าพิ้งค์พลอย เธอจึงทำได้แค่บ่นพึมพำกับตัวเอง แล้วเดินไปนั่งรอที่ห้องรับแขกด้วยความหงุดหงิด ถึงแม้เตชจะไม่ได้บอกให้เธอรอก็ตาม