EP.2 อคติ
โรงพยาบาล
“เป็นไง ดีขึ้นยัง” เตชถามพิ้งค์พลอยทันทีเมื่อเธอเดินออกมาจากห้องฉุกเฉินหลังจากที่เธอเข้าไปทำแผลและนอนรอดูอาการมาร่วมชั่วโมง
“ดีขึ้นแล้วค่ะ ไม่มีอะไรน่าห่วง ไม่โดนจุดสำคัญ หมอบอกว่ากลับไปรักษาตัวที่บ้านได้ เดี๋ยวไปรับยาก็เสร็จแล้วค่ะ” พิ้งค์พลอยเดินตรงไปนั่งรอที่จุดรับยา เตชเดินตามมาด้วยแต่เขาก้มหน้าก้มตาพิมพ์ข้อความส่งหาใครบางคน
“เรื่องที่เธอโดนทำร้าย ฉันกำลังประสานงานกับตำรวจในพื้นที่ให้นะ แล้วก็อย่าลืมไปแจ้งความ”
“ขอบคุณค่ะ” เธอยังไม่ได้เล่าอะไรให้เขาฟังแต่เขาก็ใจดีช่วย แค่นี้เธอก็ดีใจ แต่เธอคงไม่ไปแจ้งความ แต่ถ้าเป็นฝั่งดาด้าคงหาเรื่องมากลั่นแกล้งเธอได้อีก เพราะพ่อดาด้าเป็นตำรวจใหญ่และยังเป็นมาเฟีย พูดง่ายๆ คือเป็นตำรวจที่เลวอย่างเปิดเผย ถึงแม้เธอจะเป็นมาเฟียแต่เธอเสียเปรียบดาด้าหลายอย่างในตอนนี้ ซึ่งถ้าหาตำรวจที่พอต่อกรกับพ่อดาด้าได้มันคงดี การจะอยู่เหนือกฎหมายของเธอมันจำเป็นต้องมีตำรวจเข้าร่วมด้วย ซึ่งเธอไม่รู้ว่าตำรวจที่อยู่ตรงนี้จะร่วมมือกับเธอได้ไหม ไม่รู้จะเริ่มยังไง เลยได้แต่อ้ำๆ อึ้งๆ กลัวแต่ก็อยากได้
“คือ เอ่อ…”
“อะไร สีหน้าเธอดูเป็นกังวลเหมือนมีอะไร เล่าให้ฉันฟังได้นะนังหนู อย่ากลัวไปเลย ถ้าใครทำอะไรเดี๋ยวจัดการให้”
‘คุณลาณีญา เลิศอัครเจริญวรนันท์ เชิญรับยาที่ช่อง2ค่ะ’
“เดี๋ยวฉันไปรับยาก่อนนะคะ ดีที่มาตอนมืด ไม่ค่อยมีคน เร็วดี เดี๋ยวมาเล่าให้ฟัง” พิ้งค์พลอยบอกเตช ก่อนจะเดินไปรับยาตามเสียงประกาศ ในหัวก็พยายามจะคิดคำพูดที่จะใช้โน้มน้าวเตช
“ลาณีญา เลิศอัครเจริญวรนันท์ ทำไมชื่อคุ้นๆ วะ” หน้าก็คุ้นชื่อก็คุ้น ตำรวจหนุ่มจึงเข้ากูเกิลและเสิร์ชชื่อในช่องค้นหา
‘สาดน้ำประจานกลางห้าง ‘พิ้งค์พลอย ลาณีญา’ ไฮโซสาวแย่งผัวชาวบ้าน มีคลิป>>>>’
‘ลูกสาวตำรวจใหญ่แฉ ไฮโซสาว อักษรย่อ พ.พ. ไร้ยางอาย แย่งผัวชาวบ้านหน้าด้านหน้าทน เจ้าตัวออกมาโต้ เป็นเหยื่อเหมือนกัน ไม่รู้ว่าเขามีเมียอยู่แล้ว ด้านลูกตำรวจสวน ตอแxล!’
“ไร้สาระ” เตชเลื่อนหนีข่าวซุบซิบไฮโซ เขาไม่ค่อยดูเรื่องแบบนี้ และไม่คิดว่าตัวเองจะคุ้นกับเรื่องตบตีของหญิงสาว จึงเลื่อนดูต่อเพื่อไขข้อข้องใจ
‘เจ้าหญิงแห่งใต้ดิน? พิ้งค์พลอย ซาตานหมายเลข 1 หรือหนึ่งในสมาชิกของแก๊งซาตาน เอี่ยวเครือข่ายพนันเถื่อน’ พาดหัวข่าวนี้ทำเตชตาลุกวาว ‘นอกจากสวยและยังแสบใช่ย่อย วีรกรรมอันฉาวโฉ่ของผู้หญิงคนนี้เป็นที่ฮือฮามาหลายเดือน นอกจากจะมีข่าวตบตีเรื่องผู้ชายแล้ว เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานจากแหล่งข่าววงในว่ากลุ่มเยาวชนถูกมอมเมาและล่อลวงเข้าร่วมกิจกรรมพนันเถื่อน โดยมีหญิงสาววัย 22 ปี ชื่อ พิ้งค์พลอย ลาณีญา เลิศอัครเจริญวรนันท์ เป็นหนึ่งในผู้เกี่ยวข้องโดยตรง’
‘แม้ว่าขณะนี้เจ้าหน้าที่จะยังไม่มีหลักฐานเพียงพอในการดำเนินคดี แต่ข่าวลือแพร่สะพัดว่ากลุ่มผู้เล่นหลายคนสูญเสียเงินจำนวนมาก และเครือข่ายนี้มีความสัมพันธ์ลับกับบุคคลสำคัญในวงการใต้ดินอีกมากมาย’
‘แหล่งข่าวเผยเพิ่มเติมว่าผู้ที่พบเห็นเหตุการณ์ครั้งล่าสุด คือกลุ่มคู่แข่งที่ตกเป็นเหยื่อของ “ซาตานหมายเลข 1” ทำให้ชื่อของเธอตกเป็นเป้าสายตาเจ้าหน้าที่และสาธารณชน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบและหาหลักฐานต่อไป และในขณะนี้โซเชียลก็ได้ขุดวีรกรรมของเธอมาแฉ’
คีย์เวิร์ดค้นหา
แก๊งซาตานวีรกรรม, แก๊งซาตานมาเฟีย, แก๊งซาตานมีใครบ้าง, พิ้งค์พลอยเมียน้อย
“นี่กูช่วยโจรเหรอวะเนี่ย น่าขยะแขยง” เตชกดเข้าแอปพลิเคชันไลน์ไปยกเลิกคำสั่งที่ประสานกับตำรวจท่านอื่นให้พิ้งค์พลอยทันที และชี้แจงให้ตำรวจท่านอื่นทราบถึงสาเหตุ
“คุณคะ เสร็จแล้วค่ะ” พิ้งค์พลอยเดินกลับมาพร้อมถุงยา เธอหุบยิ้มเมื่อเห็นใบหน้าเตชเหมือนไปโกรธใครมา
“ไปฆ่าใครมาล่ะ”
“คะ?”
“มาเฟีย น่าขยะแขยง”
“…” คำพูดคำจาของเขารวมถึงสายตาดูถูกนั้นราวกับโกรธแค้นเธอมาตั้งแต่ชาติปางก่อน แม้ว่าเขาจะโชว์จอโทรศัพท์ให้ดูว่าเขากำลังดูประวัติของเธอ แต่เธอก็ไม่เข้าใจว่าเขาไม่พอใจอะไรเธอขนาดนี้ เธอโดนรังแกเสียด้วยซ้ำ
“เดี๋ยวคุณ ฉันขออธิบายก่อน…”
“ที่ยึกยักจะไม่แจ้งความเนี่ย ก็เพราะกลัวโดนจับเองใช่ไหม คงก่อคดีไว้เยอะ”
“ฟังก่อนสิคุณ”
“หาทางกลับเอาเอง ฉันไม่อยากแปดเปื้อนกับคนแบบเธอ” เตชเดินหนี ทำราวกับว่าเธอเป็นตัวน่าขยะแขยง ท่าทางของเขาทำให้เธอหมั่นไส้แต่เธอก็เดินตามเขามาที่รถ
“คุณ ฉันอธิบายได้”
“เงียบปากไป!”
“คุณหยุดเดินและฟังฉันก่อน”
“ไม่ฟัง!”
“ฟัง ฉันบอกให้คุณหยุดฟังฉันก่อน”
“หนวกหู”
“ก็ฟังสิ คือเรื่องมันมีอยู่ว่า….”
“ไปพล่ามที่อื่นไป!” เขาตวาดเสียงดัง ทำให้เธอหมดความอดทนเช่นกัน
“ย่ะ กลับไปอาบน้ำล้างแอลกอฮอล์ให้ดีล่ะ จะได้ไม่ติดเชื้อ” เธอถากถางพร้อมกับเดินเข้าประชิดตัว แต่เขาก็ทำเหมือนรังเกียจไม่ยอมเข้าใกล้
“น่าจะต้องเอารถไปล้างด้วย สกปรก โสโครก”
“เป็นไรมากไหมคะ ยังไม่ทำอะไรเลยมาพูดแบบนี้คือไรวะ คนแบบฉันมันทำไม นี่ฉันโดนรังแกนะ รับแจ้งความสิ เป็นตำรวจอย่าเลือกปฏิบัติดิ ฟังก่อนไม่ได้เหรอ จะได้เล่าความเป็นมามันเป็นยังไง”
“ไม่ฟัง! คงไม่ได้รับความจริงจากคนอย่างเธอ”
“เออ ไม่ฟังก็ขอให้หูดับไปเลย พรุ่งนี้นะ ตื่นมาขอให้ไม่ได้ยินอะไรเลย ไอ้หูหนวก!”
“ปากดีนะ อีเด็กเปรต” เตชตวาดพร้อมกับเดินเข้าหาอย่างเอาเรื่อง พิ้งค์พลอยเดินถอยหลังหนี เพราะกลัวสายตาดุ เขาคงไม่ทำอะไรเธอไม่ดี แต่ความน่าเกรงขามมันแผ่รังสีออกมาจนเธอแทบไม่กล้ามองหน้า ไม่รู้ทำไมตำรวจถึงมีบุคลิกที่น่ากลัว เล่นเอาเธอใจสั่นเพราะกลัวได้ขนาดนี้
แต่พอกวาดสายตาไปรอบๆ ก็เห็นผู้คนมากมายที่อยู่บริเวณนี้เลยฮึดสู้ “ก็ตำรวจไม่รับแจ้งความใครจะยอมล่ะคะ ตำรวจมันทำอย่างงี้ได้เหรอ ตำรวจมันต้องมีแต่คนดีๆ ไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่ด่าแต่ผู้หญิง เป็นตำรวจอย่ารังแกประชาชน ต้องทำงานให้สมกับเงินเดือนด้วย ไม่ใช่เลือกปฏิบัติ” เธอพูดเสียงดังจนคนแถวนั้นหันมามอง พอจะเดาได้ว่าพวกเขาซุบซิบอะไรกัน
“เป็นมาเฟีย อยู่เหนือกฎหมาย มาเฟียโดนรังแกก็ไปแก้แค้นเอาเองไม่เกี่ยวอะไรกับตำรวจ ฆ่ากันตายให้จบๆ คนเลวๆ จะได้หมดโลก และที่สำคัญเพราะฉันเป็นตำรวจดีไงถึงได้ไม่อยากยุ่งกับคนแบบเธอ”
“คุณ…”
“อีเด็กเปรต”
“…” ไอ้ตำรวจปากหมา! พิ้งค์พลอยได้แค่ด่าในใจไม่กล้าพูดออกไป แต่หน้าเธอแสดงออกถึงอารมณ์หงุดหงิดและไม่พอใจออกไปแล้ว
“คราวหลังก็หัดแต่งรูปให้มันน้อยๆ หน่อย ตายไปจะได้หาศพเจอ” ประโยคนี้ทำเลือดขึ้นหน้ามากกว่าที่เขาด่ามาทั้งหมด
“ทำไมวะ ซื้อเหมยตูVIP มีปัญหาอะไรวะ ถึงไม่แต่งก็สวย แค่ตอนนี้หน้าสด มีปัญหาอะไรไอ้ตำรวจขี้เก๊ก คนเรามันจะต้องหน้าเหมือนในรูปรึไง ใครจะหันหน้ารับแสงอาทิตย์ได้ตลอดเวลา ไอ้ตำรวจปากหมา!” เตชไม่ยืนรอฟังพิ้งค์พลอยวีน เขาขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที เธอยืนโวยวายเสียงดังเพียงลำพัง “แล้วจะกลับยังไงวะเนี่ย ซวยซ้ำซวยซ้อนฉิบหาย”
วันต่อมา
“สภาพ นึกว่าจะไม่รอด”
“ไม่คิดว่ามึงจะสะบักสะบอมขนาดนี้นะเจ๊”
“เลิกแซวกูได้แล้วน่ารำคาญ” พิ้งค์พลอยขยำกระดาษแล้วปาใส่ไคโรและเพทาย แต่ทั้งสองหลบได้แถมเพทายยังหยิบมาปากลับคืนเจ้าของ
“เรียกรวมทำไมเนี่ยเจ๊” อคินเป็นฝ่ายถาม เพราะวันนี้พิ้งค์พลอยเรียกสมาชิกทุกคนในแก๊งมารวมตัวกันแบบกะทันหัน ซึ่งตอนนี้ทุกคนมากันพร้อมหน้าแล้ว หญิงเพียงหนึ่งเดียวในแก๊งจึงต้องรีบเข้าเรื่อง
“แค่จะบอกว่าตอนนี้พวกมึงทุกตัวทำอะไรต้องระมัดระวังมากกว่าเดิมนะ แล้วกูก็อยากจะมาปรึกษาว่าพ่ออีด้ามันจ้องเล่นงานกู ตอนนี้กูคงต้องแยกกับพวกมึงชั่วคราว เพราะถ้ารวมกันจะบรรลัยแน่”
“อันนี้พวกกูรู้อยู่แล้ว มึงนั่นแหละ จะเอาการ์ดเพิ่มไหม” คาลอสถามขึ้นมา
“กูปวดหัวว่ะ แม่ง! อีด้ามันเป็นห่าอะไรไม่ยอมจบ อยากกลับมาใช้ชีวิตสงบสุขเหมือนเดิมโว้ย!”
“สงสัยต้องตายกันไปข้างมั้ง”
“มันต้องตาย ไม่ใช่กู”
“แต่ถึงมันตาย พ่อมันก็ไม่จบง่ายๆ”
“ไอ้เวย์ เมื่อวานอีด้ามันเป็นไงบ้าง” พิ้งค์พลอยหันไปถามเวหาที่นั่งทำงานในโน้ตบุ๊กอย่างเคร่งเครียด เวหาเป็นเพื่อนสนิทและมือขวาของพิ้งค์พลอยและยังเป็นคนที่พาเธอหนีออกมาจากโกดัง ซึ่งเขาปลอดภัยดี
“อีด้ากับพี่มันปลอดภัย คนของมันแค่บาดเจ็บ คนของเราก็เช่นกัน ไม่มีใครตาย”
“ทำไมถึงหยุดปะทะง่ายๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”
“กูแค่เจรจานิดหน่อย ว่าขอให้หยุด”
“ง่ายจัง”
“ไม่หรอก ถึงพวกนั้นจะเลว แต่มันไม่ได้จะทำร้ายใครพร่ำเพรื่อ มันต้องการแค่ทำร้ายมึง มึงหนีไปได้มันก็จบ หมดสนุกละ มันเลยเหมือนต้องเก็บเสื่อกลับบ้านทันทีหลังหนังจบ”
“ถึงยังไงมันคงวนมาทำร้ายกูซ้ำๆ ทำไมมึงไม่จัดการมันให้จบๆ”
“ลูกคนใหญ่คนโต มันไม่ได้จบกันง่ายๆหรอกนะ มึงก็รู้”
“แล้วที่กูให้ไปหาตำรวจมาเป็นแบ็กนะดีลได้ยัง”
“ได้แล้ว” เวหาเปิดจอโปรเจคเตอร์แล้วฉายภาพในโน้ตบุ๊กให้พิ้งค์พลอยและสมาชิกในแก๊งดู
“คือกูจะไล่จาก…”
“ยศต่ำทั้งนั้นเลย อย่างงี้กูก็ไปดักหน้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจก็ได้มั้ง”
“เจ๊อย่าวีน ฟัง”
แม็คเวลล์เป็นคนบ่น รั้งสติพิ้งค์พลอยกลับมาได้ เพราะแค่ได้ยินประโยคนั้นก็นึกถึงตัวเองเมื่อวานที่ต่อปากต่อคำกับตำรวจปากหมา “เออ เล่ามาดิ”
“กูเก็บตัวเล็กตัวน้อยก่อน มันน่าจะมีประโยชน์กับเราสักทางแหละ อย่าดูถูกหนู เวลาคับขันราชสีห์ยังต้องการ”
“ยศพ่ออีด้ามันก็ไม่ได้สูงนะ ทำไมมึงไม่ไปดีลกับตำรวจยศใหญ่กว่านี้วะ คนที่มันน่าทุ่มเงินให้เยอะๆ น่ะ”
“มึงอย่าใจร้อน ตำรวจยศใหญ่น่ะ เขาอาจจับมึงเข้าคุกก่อน ยศสูงๆ คุยยาก เงินหนา บางคนไม่ใช่แค่ยัดเงินแล้วจะได้นะ”
“ตำรวจยศเล็กช่วยเปิดทางได้ ปิดข่าวเล็กๆ ปล่อยข่าวลบชั่วคราว แต่ถ้าจะให้เรื่องหายหรือหยุดคดีใหญ่ ต้องถึงระดับผู้กำกับขึ้นไปหรือมีเส้นสายในสำนักงานใหญ่ และคนพวกนั้นไม่ใช่จะซื้อได้ด้วยเงินก้อนเดียว” อคินเสริม ก่อนที่เวหาจะพูดต่อ
“ถึงวันนั้น ถ้าเราได้ตำรวจใหญ่มาเป็นแบ็ก ต่อให้มีสิบพ่ออีดาด้า เราก็ไม่ต้องกลัวอะไร”
“เมื่อวานกูเจอตำรวจมาคนหนึ่ง กูแอบถ่ายรูปไว้ ดูดิ๊ว่ายศมันใหญ่แค่ไหน” พิ้งค์พลอยแค่จะลบภาพที่แอบถ่ายเตชมาทิ้งแต่ก็อยากรู้ว่าเขาสูงส่งแค่ไหนถึงถือตัวและหยิ่งยโสได้ขนาดนั้น นึกแล้วก็หมั่นไส้
“ใคร”
“ส่งรูปไปในไลน์แล้ว ดูเอา ถ้ายศต่ำนะ กูจะตามไปบูลลี่ยันสน.เลย”