EP.3
เมื่อพิ้งค์พลอยส่งรูปมาให้ เวหาก็ทำการค้นข้อมูลทุกซอกหลืบ และหาข้อมูลได้ภายในเวลาไม่ถึงห้านาที “กูเจอข้อมูลแล้ว”
“ไหน เป็นใครวะ”
“ผู้ชายคนนี้คือ พันตำรวจเอก เตชธร พิชญะสาครมงคล มีชื่อเล่นว่าเตช เกิดและโตที่กรุงเทพ”
“ว่าแต่คนอื่น ตัวเองภาพก็โคตรปลอม” พิ้งค์พลอยยังแค้นไม่หาย รูปของเขาก็หล่อเกินตัวจริงแม้จะเป็นรูปทางราชการก็ตาม
“กูว่าผู้ชายคนนี้น่าสนใจพอสมควรนะ เริ่มเข้ารับราชการตำรวจตอนอายุ 22 ปี ปัจจุบันดำรงตำแหน่งผู้กำกับการสถานีตำรวจนครบูรพา ตอนนี้อายุ 35 ปี ถือว่าเก่งมากนะอายุยังน้อยเป็นผู้กำกับแล้ว และเพิ่งเป็นได้ไม่นาน”
“ดังไหม กูไม่เห็นรู้จัก” พิ้งค์พลอยถามแบบไม่ใส่ใจ
“มึงดูแต่ซีรีส์วายจะไปรู้จักใคร”
“เรื่องของกูไหมล่ะ กูไม่ได้อยากรู้จักตำรวจสักหน่อย”
“แล้วคนชื่อเตชเนี่ยเก่งมากไหม” เป็นอคินที่ถามแทน พิ้งค์พลอยเองก็อยากรู้แต่ไม่อยากถามให้กระดากปาก
“สโลแกนของเขา ทำงานรับใช้ประชาชนด้วยความสุจริต แน่วแน่ ฉลาด เด็ดขาด ได้รับรางวัลมามากมาย ผลงานมีเยอะแยะ แต่ผลงานที่ทำให้เขามีชื่อเสียง มีทั้งหมด 5 คดีใหญ่ เป็นคดีปราบมาเฟียทั้งหมด”
“โคตรแอ๊ค” พิ้งค์พลอยเบะปากแต่ก็ทนฟังต่อ
“กูว่าคนนี้ยศเทียบได้กับพ่ออีด้าเลยนะ แล้วความสามารถเนี่ยพ่ออีด้าเทียบไม่ติด”
“ก็ว้าวอยู่ แต่ปากไม่ดี ไม่ชอบ”
“ได้กันแล้วเหรอ” เวหาถาม แล้วทุกคนก็หันมาให้ความสนใจพิ้งค์พลอย
“ยังไม่ได้ มึงเห็นเพื่อนมึงเป็นคนยังไงวะ”
“แรดมาก”
“ขอบใจจ้ะ” พิ้งค์พลอยประชดประชัน “แล้วมีอะไรน่าสนใจป่ะ ถ้าไม่ ก็เลื่อนผ่านนะ”
“เหมือนจะมีนะ คุณเตชมีพ่อเป็นถึงพลตำรวจเอก คุ้นชื่อนี้ไหม พลตำรวจเอก ธเนศ พิญชะสาครมงคล อายุ58 เขาเป็นผู้บัญชาการตำรวจ”
“เชี่ย! ตำรวจตัวเป้งของวงการ” จู่ๆเพทายก็ปรบมือขึ้นมาเหมือนเจอเพชรเม็ดงาม
“ไม่เอา ปากหมา ปากไม่ดี เมื่อวานด่ากูอย่างกับกูไปฆ่าใครตาย ห้าวขนาดนี้เพราะมีพ่อเป็นผบ.ตร.นี่เอง ตำแหน่งก็คงได้มาเพราะเส้นสายสินะ ถึงว่าอายุยังน้อยอยู่เลย โคตรมั่นไปอีก ที่แท้ก็เด็กเส้น”
“คือยังไง นี่มึงมีเรื่องกับตำรวจเหรอ”
“นิดหน่อย” พิ้งค์พลอยตัดสินใจเล่าให้จบๆ เพราะจะได้ไม่มีใครสงสัยกับสิ่งที่เธอสบถถ้อยคำมากมายออกมา
“ต้องเอา กูว่าก็น่าสน ถ้าเราเข้าหาลูกได้ เราอาจจะได้พ่อด้วย หรือมึงจะเข้าทางพ่อเลยก็ได้นะ”
“มึงไม่เห็นเหรอว่าเขาปราบมาเฟีย มึงอยากให้กู หรือแม้แต่พวกเราโดนโค่นรึไง”
“เอาเป็นว่าตอนนี้กูจะแบ่งงานของมึงออกไปให้คนอื่น ช่วงนี้มึงจะไม่เกี่ยวพันกับสิ่งไม่ดีเลย ตำรวจที่ไหนจะดมกลิ่นมึงเจอ ถ้าเป็นคนอื่นในแก๊ง กูว่าอีด้ามันไม่น่ายุ่ง มันแค้นมึงคนเดียว” เวหาแย้ง
“แล้วแผนมึงคืออะไร อย่าบอกนะว่าจะใช้เงินฟาดหัว”
“กูไม่ซื้อ” แม็คเวลล์แทรกขึ้นมา “กูว่าถ้าจะไปขอร้องเขาดีๆ มันแห้งแล้งไป แรดๆ อย่างเจ๊อ่ะ ต้องเอาร่างกายเข้าแลก”
“มึงหยุดความคิดนั้นไว้เลยนะไอ้แม็ก” พิ้งค์พลอยสวนกลับทันที
“กูไม่หยุด มึงลองคิดดีๆ นะเจ๊ มึงว่าลูกปืนกับมารยาหญิงอะไรน่ากลัวกว่ากัน”
“…”
“แล้วมึงว่าลูกปืนกับมารยาหญิงอันไหนโดนแล้วเจ็บกว่ากัน”
“….”
“แล้วมึงว่าผัวจะทำยังไงเมื่อเมียมีภัย”
“….”
“วันนี้มึงเป็นผู้บริสุทธิ์ตำรวจหน้าไหนก็ทำอะไรมึงไม่ได้ ก่อนตำรวจจะเล่นมึง มึงต้องเล่นตำรวจก่อน”
“….”
“กูมั่นใจในความสามารถของมึงเจ๊ เรื่องหลอกผู้ชายคืองานถนัดมึง”
“เหอะ! กูเพิ่งโดนผู้ชายหลอกมาหมาดๆ”
“นั่นจะได้เป็นภูมิต้านทานให้มึงแกร่งและไม่ไว้ใจผู้ชายหน้าไหนอีกไงเจ๊”
“เหรอวะ”
“แล้วคนอื่นคิดว่าไง”
“ก็ไม่ได้แย่ เจ๊เราถนัดเรื่องแรดอยู่แล้ว” ทุกคนเห็นด้วย มีเพียงเวหาคนเดียวที่เห็นต่างอยากแย้งแต่ก็ไม่เห็นวิธีไหนที่จะดีเท่าวิธีนี้
“ยังไงเจ๊ ถือว่าหาผัวใหม่มาดามใจ”
“กูไม่อยากได้ผัวแบบนี้”
“ผัวชั่วคราวก็ได้”
“…”
“อยู่ที่มึงจะเลือกแล้วว่า มึงจะเล่นพ่อหรือเล่นลูก เพราะมีข่าวดี แม่ไอ้เตชเสียชีวิตแล้วก็โสดทั้งพ่อโสดทั้งมัน” เวหาเสริม เขาพูดตามข้อมูลที่ได้รับมา
“แล้วกูเลือกอะไรได้บ้างละ ควบสองแม่งเลยดีไหม พวกมึงนี่ก็ยุยงกูจัง”
“เอาดิ กูว่าครอบครัวน่าจะอบอุ่นดีนะ”
“ส้นตีน” พิ้งค์พลอยสบถคำหยาบแล้วเดินออกไปจากห้องประชุม เธอเห็นด้วยกับวิธีนี้แต่เธอแค่ไม่ชอบเตชและปากของเขา อีกอย่างเธอก็ไม่ชอบคนแก่คราวพ่อ ความจริงพ่อของเตชแก่กว่าพ่อของเธอหลายปี เธอกระเดือกคนแก่ไม่ลงแค่คิดก็ขนลุกขนพองจนหนีไปดื่มเพียงลำพัง “แค่คิดก็เหม็นกลิ่นแก่ จะอ้วก!”
วันต่อมา
สถานีตำรวจนครบูรพา
“คุณเตชครับมีคนมาขอพบครับ” สารวัตรตุลย์เดินเข้ามารายงานผู้บังคับบัญชาที่กำลังนั่งทำงานอย่างเคร่งเครียด
“ใคร”
“เขาบอกว่า เขาเป็นคนที่คุณเตชคุ้นเคย”
“พ่อเหรอ”
“ไม่ใช่ครับ เขาเป็นผู้หญิง”
“ผู้หญิง? อา?”
“ไม่ใช่อีกแหละครับ เธอบอกว่าเธอเป็นนังหนูของคุณเตช ไม่ทราบว่าคุณเตชมีแฟนแล้วเหรอครับ”
“เด็กเวร!” เตชกำหมัดแน่น ไม่คิดว่าจะโดนพิ้งค์พลอยเล่นแบบนี้ ตุลย์ไม่รู้ว่าเตชเป็นอะไรแต่เขาถอยหลังหนึ่งก้าว จับลูกบิดประตูไว้ หากโดนโวยจะได้หนีทัน
“คุณคิดว่าผู้รักษากฎหมายอย่างผมจะเอาเด็กอายุคราวลูกทำเมียงั้นสิ”
นั่นไง! โดนโวยจนได้ ตุลย์ได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรม “ผมเปล่านะครับ ผมแค่สงสัย ผมขอโทษครับ”
“…”
“แล้วเอาไงดีครับ”
“ให้เข้ามา ส่วนคุณออกไป”
“ครับ” ตุลย์ทำความเคารพหัวหน้าแล้วเดินออกไปทันที “เกือบหัวขาดแล้วกู” ตุลย์พึมพำกับตัวเอง ออกไปหน้าห้องก็ส่งสัญญาณด้วยใบหน้าไม่สู้ดีนักให้กับตำรวจท่านอื่นที่อยากรู้เหมือนกัน
“สรุปน้องเป็นใครคะเนี่ย” เป็นจ่าเจนที่ถามพิ้งค์พลอยตรงๆ
“ก็อย่างที่บอกอ่ะค่ะ เป็นนังหนูของคุณเตช” พิ้งค์พลอยยิ้มประหนึ่งว่าภาคภูมิใจแต่ที่จริงกำลังรู้สึกมีความสุขที่ปั่นหัวคนในนี้ได้ ก็ดันตีความกันไปเอง
“งั้นเชิญเลยครับ คุณเตชอนุญาตให้เข้าพบแล้ว” ตุลย์บอกพิ้งค์พลอย แล้วเขาเองก็กลับมานั่งที่ตัวเอง ทำงานต่อทำเหมือนไม่สนใจแต่จริงๆ อยากไปแอบฟังหน้าประตูด้วยซ้ำ
ตึก! ตึก! เสียงรองเท้าส้นสูงที่กระทบพื้นกระเบื้องทำให้เตชละสายตาจากจอคอมพิวเตอร์มามองด้วยความเบื่อหน่าย หญิงสาวในชุดเดรสสีแดงสั้นรัดรูปแต่งตัวดี แต่ไม่ถูกกาลเทศะจนเขาหงุดหงิดที่เธอไม่เคารพสถานที่
“กาลเทศะน่ะรู้จักไหม”
เธอเดินมานั่งเก้าอี้ตรงข้ามกับเตชโดยไม่ลังเล เขาหน้านิ่วคิ้วขมวด ก็พอเดาออกว่าเขาไม่พอใจเธอ พิ้งค์พลอยนั่งไขว่ห้าง เธอมองอีกฝ่ายด้วยสายตาท้าทายแต่ในแววตายังมีความเหนื่อยล้าแฝงอยู่
“ก็แต่งมาให้คุณดูไงว่า เวลาฉันร่างทองมันเป็นยังไง แล้วตอนคุณใส่เต็มยศก็หล่อนะ ออร่าจับมาก”
“ฉันไม่มีเวลามานั่งฟังเด็กอย่างเธอพล่าม ฉันมีงานต้องทำ มาทำไม ต้องการอะไร” เพราะการแต่งตัวของพิ้งค์พลอยที่ไม่เรียบร้อย มีผลต่อความรู้สึกของเขาเล็กน้อยจึงไม่อยากให้พิ้งค์พลอยอยู่นาน หน้าอกของเธอกำลังกองอยู่บนขอบโต๊ะ
“นังหนูคนเมื่อวันก่อน มาแจ้งความค่ะ”
“ช่วยไปอธิบายให้คนอื่นเข้าใจด้วยว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน”
“ฉันก็ไม่ได้บอกนะว่าเราเป็นแฟนกัน คนพวกนั้นเขาตีความกันเอง”
“ไม่ใช่ว่าเธอจงใจ?”
“จงใจอะไรคะ คุณเรียกฉันว่านังหนูเอง ฉันก็ไม่ได้บังคับ แล้วฉันก็แค่บอกสารวัตรไปแบบนั้นเพราะกลัวคุณจำชื่อฉันไม่ได้ แต่เห็นป่ะ พอบอกว่าเป็นนังหนูของคุณ คุณจำได้เลย”
“พิ้งค์พลอย!” เขาตะคอกเสียงดัง เด็กสาวก็ยังไม่สลด ยังหน้าระรื่น กวนประสาทเขาอยู่อย่างนั้น เธอสยายผมไปด้านหลังด้วยท่วงท่าที่ตั้งใจให้ดูเซ็กซี่กว่าปกติ
“อะไรคะ อยากฟังเรื่องที่ฉันจะมาแจ้งความแล้วเหรอ”