วันต่อมา
มหาวิทยาลัย
ในช่วงเย็นของวันที่แสนน่าเบื่อ หลังเรียนวิชาเอกจบพิ้งค์พลอยกับเวหาก็กำลังจะเดินไปที่สนามกีฬาใหญ่ เพื่อมาดูรุ่นน้องซ้อมหลีด เวหาสังเกตได้ถึงความผิดปกติของพิ้งค์พลอยเลยแอบยิ้มมุมปาก
“ไง ยังเจ็บข้อมือที่โดนคุณตำรวจBDSMอยู่เหรอ”
“เดี๋ยวกูตบหัวทิ่ม” พิ้งค์พลอยแหวใส่เวหา อยากจะตบให้หัวทิ่มอย่างว่า เมื่อคืนเตชเล่นเอาเธอได้นอนเกือบเช้าเพราะมัวแต่หาวิธีปลดล็อคกุญแจมือ แล้วข้อมือของเธอก็ยังมีรอยจนเธอต้องใช้เครื่องสำอางกลบ เพื่อนทุกคนต่างล้อเลียนเธอที่เธออ่อยเตชไม่สำเร็จ “โคตรเจ็บใจเลยว่ะ”
“แล้วไง มึงจะยุติแผนเหรอ กูยังอยากเห็นเพื่อนกูมีผัวเป็นตำรวจอยู่นะ”
“นี่กูตาลายป่ะวะ รถตำรวจมาทำไมที่ตึกอธิการวะ” เกือบจะถึงสนามกีฬาแต่พิ้งค์พลอยก็มองไปทางตึกอีกฝั่งเป็นรถตำรวจที่มาจอดอยู่ด้านหน้า เธอยิ่งรู้สึกขยาดตำรวจอยู่
“เขาไม่ได้มาจับมึงหรอก สบายใจได้”
“รีบกลับกันเหอะ กูเห็นตำรวจแล้วกูเสียวสันหลัง”
“ฮ่าๆๆๆ” เสียงหัวเราะของเวหาดังจนตกใจ เธอเกลียดเสียงหัวเราะจนหลอน ไม่รู้จะเอาไงต่อ เพราะตอนนี้เกลียดขี้หน้าเตชมากขึ้น คงจะหลับหูหลับตาอ่อยเตชแบบเมื่อคืนได้ยาก
“ขำเหี้ยอะไร”
“เปล๊าาา”
“เปล่าก็กลับบ้าน ไอ้เชี่ย! ขำแม่งอยู่นั่น”
“กูขอไปเยี่ยวก่อน”
“เยี่ยวไหน”
“ตึกอธิการไง”
“มีที่เยี่ยวต้องมากมาย มึงเสือกอยากไปเยี่ยวตึกอธิการ”
“ไปเถอะ กูว่าตื่นเต้นดีว่ะ เพราะเมื่อเช้ากูไปจอดบิ๊กไบค์ตรงตึกอธิการพอดี เยี่ยวเสร็จรีบกลับ”
“มันมีที่เหรอ”
“แย่งที่อธิการเลยกูอ่ะ เพราะใหญ่พอตัว อธิการก็เลยต้องหลีกทางให้” เพราะเวหาเป็นญาติห่างๆ ของอธิการบดีเลยได้สิทธิ์นั้น
“กูรอตรงนี้ได้ป่ะ”
“ไปด้วยกันดิ” พิ้งค์พลอยจะไม่ไปแต่เวหาก็ดึงให้ไปด้วยกัน เธอจึงต้องไปอย่างเลี่ยงไม่ได้ ตึกอธิการบดีสำหรับเธอมันไม่น่ามาเหยียบ เพราะโฬมทำงานอยู่ที่นี่ด้วย หวังว่าจะไม่เจอเขาอีก แต่เมื่อเวหาเดินเข้าห้องน้ำไป สิ่งที่เธอไม่อยากจะเจอ ก็มาจนได้
“อีพลอย”
“อีด้า!”
“มึงทำลายชีวิตกู”
“ผัวมึงต่างหากที่ทำลายชีวิตมึง”
“นี่มึงจะสาระแนมาแบให้ผัวกูอีกแล้วเหรอ ที่นี่ตึกอธิการไม่ใช่ซ่อง”
“มึงคิดว่ากูจะมาตึกอธิการเพราะมาอ่อยผัวมึงงั้นดิ ผัวมึงเอาเป็นอยู่คนเดียวมั้ง วันนี้กูมาอ่อยอธิการ ไม่ใช่ผัวมึง มึงสบายใจได้เลยวันนี้กูจะเอากับคนอื่น”
“กวนส้นตีนนักนะมึง”
“ก็มึงมากวนกูก่อน”
“มึงทำพี่กู คอยดูนะ กูจะให้พ่อเอาเรื่องมึงให้ถึงที่สุด”
“ไม่เล่าเรื่องชั่วๆ ของมึงให้พ่อมึงฟังบ้างล่ะ”
“ไม่จำเป็น พ่อกูก็ไม่ได้ต้องการความจริง มึงเตรียมตัวนอนคุกได้เลย” ดาด้าไม่พอใจแต่เลือกที่จะไม่ตบเพราะเห็นจุดอ่อนของพิ้งค์พลอยนั่นคือบาดแผลที่แขน ดาด้าจึงเอื้อมมือไปบีบขย้ำแผลสุดแรง
“โอ๊ย!!! อีด้า!” พิ้งค์พลอยสะบัดมือดาด้าออก พร้อมกับใช้แขนอีกข้างกระแทกปลายคางดาด้าเต็มเหนี่ยว จนดาด้ายอมปล่อยมือจากบาดแผลเธอ
“โอ๊ย!” พิ้งค์พลอยกำลังจะฟาดอีกรอบ แต่เหมือนเธอกำลังกลายเป็นนางเอกในละครหลังข่าวที่พระเอกมักมาตอนเห็นนางเอกสู้กลับแล้วจะกลายเป็นคนผิดทันที
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!” เสียงเข้มของเตชห้ามปราม รถตำรวจที่มาจอดคงเป็นรถของเขา และใช่! ดาด้าเล่นบทนางร้ายที่อ่อนแอ ขอความช่วยเหลือจากพระเอกทันที รีบไปยืนหลังตำรวจ ทำเหมือนกลัวจนตัวสั่นทั้งที่เป็นคนเริ่มก่อน
“ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่จะมาตบตีกัน ถ้าจะตีกันไปที่อื่น”
“ดูกล้องวงจรปิดไหมคะ จะได้รู้ว่าใครเริ่มก่อน”
“จะโวยวายทำไมเสียงดัง หัดเคารพสถานที่บ้าง”
“คุณเตชคะ คุณรู้จักผู้หญิงคนนี้ด้วยเหรอคะ” ดาด้าถามแทรกขึ้นมา
“ผมไม่รู้จัก”
“…” นี่มันอะไรกัน พิ้งค์พลอยยืนงง เตชกับดาด้ารู้จักกัน แล้วสิ่งที่เธอขอร้องให้เขาช่วยล่ะ
“ผมว่าคุณสองคนแยกย้ายเถอะผมไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์อะไรในสถานศึกษา”
ดาด้าเบ้ปากใส่พิ้งค์พลอย ทั้งสองต่างสงวนท่าทีต่อหน้าตำรวจ ดาด้าเดินกลับไปที่รถ ส่วนเวหามาพอดี แล้วพิ้งค์พลอยก็เดินไปหาเวหา ทั้งสองก็พากันไปที่รถบิ๊กไบค์ที่จอดอยู่ไม่ห่างจากตรงนี้
“ส่วนเธอไปกับฉัน” เตชเดินมารั้งข้อมือพิ้งค์พลอย เธอหันมองมือของเตช แล้วทำหน้าเหวี่ยงๆ สั่งทางสายตาว่าให้ปล่อย
“ฉันไม่ไปกับคนที่ไม่รู้จักกัน”
“รถเพื่อนเธอผิดกฎหมายนะ รถแต่ง เธอจะให้ฉันเล่นเลยไหม”
“เคร่งมากมั้ง ถ้าเคร่งมากเนี่ยทำไมไม่จับอีดาด้าวะ หรือจะบอกว่าไม่ใช่เหตุการณ์ซึ่งหน้า คุณจะให้มันฆ่าฉันตายไปเลยเหรอ คุณถึงจะยอมช่วยน่ะ”
“กลับไปศึกษากฎหมายเบื้องต้นก่อนจะโวยวายนะ”
“แล้วไง คุณรู้จักกับอีดาด้ามันหมายความว่าไง นี่ฉันกำลังขอร้องผิดคนงั้นดิ สุดท้ายคุณก็เป็นตำรวจเลวๆ คนหนึ่งที่เอื้อเฟื้อเพื่อนตำรวจด้วยกันเอง สนิทกับมันกับพ่อมันมากไหมล่ะ”
“แล้วทำไมเธอรู้จักกับดาด้า กับรัชพล เธอเป็นพวกมันงั้นดิ”
“ไม่ใช่”
“เออ ก็อย่าถามอะไรโง่ๆดิ”
“ตัวเองดีมากมั้ง”
“มานี่” เขากำข้อมือเธอแน่น เหมือนเธอไปกระทำความผิดอะไรมาอีก ข้อมือเธอก็ยังเจ็บอยู่
“ไม่ไป! คุณไม่ต้องมายุ่งกับฉัน” เธอพยายามสะบัดข้อมือแต่เหมือนกับว่าเขาแค่ยืนนิ่งๆ เธอก็ไม่สามารถหลุดจากมือเขาได้แล้ว
“เอาไง จะให้ฉันยึดรถเพื่อนเธอไหม”
“ผมขอตัวก่อนนะครับ” เวหารีบเดินไปคร่อมรถ สตาร์ทรถแล้วโชว์ความเป็นรถแต่งให้เตชเห็นเต็มที่ราวกับว่านี่คือสนามแข่ง
บรื๊นนนนนนนนน…
เวหาเบิ้ลรถเสียงดังจนลานจอดรถหลังคาสะเทือน ทำหน้าตาระรื่นเย้ยเตช ทำให้รถปล่อยควันสุดเหม็น ยกล้อโชว์แล้วออกตัวไปทันที แม้ว่ารถขับไปไกลแต่เสียงรถยังหลอนหู
“ทำไมเพื่อนเธอไม่เสียบหูฟังไว้ฟังคนเดียววะ”
กึก!
“ใส่กุญแจมือฉันทำไมอีกเนี่ย ปล่อย!” รู้ตัวอีกทีกลับกลายเป็นเธอเองที่โดนเล่นงาน คราวนี้เขาใส่ในท่าที่เธอถนัด ไม่เอาแขนเธอไปใส่กุญแจด้านหลัง ใส่ด้านหน้าเธอรู้สึกเจ็บน้อยกว่า แต่ทำไมเธอต้องมารู้สึกอะไรแบบนี้
“ฉันมาคุยกับอธิการ อธิการอนุญาตให้จับเธอ”
“ข้อหาอะไรไม่ทราบ”
“ความสะใจส่วนตัว ไปขึ้นรถ”
“จะมายุ่งอะไรกับฉันอีก”
“ไม่เจอกันไม่ถึง24ชั่วโมงก็กลับมาก้าวร้าวอีกแล้วนะ”
เธอไม่รู้ว่าเขาต้องการอะไร แต่เธอก็ขึ้นรถตามคำสั่ง จากนั้นเขาก็ขึ้นรถมาแล้วปลดกุญแจให้เธอ
“ดาด้าอยู่แถวนี้ กลับเองระวังไม่ถึงบ้าน” มองกระจกหลังก็พอรู้ว่าดาด้ายังไม่ออกรถไป เตชจึงขับรถออกไปให้ห่างจากบริเวณนี้
“….” เธอไม่ฟังข้อแก้ตัวเขา มันไม่สมเหตุสมผล เธอยกมือสองข้างมาดู ถูข้อมือข้างหนึ่งที่เห็นรอยช้ำจางๆ อยู่ๆ เธอก็รู้สึกเจ็บใจ สิ่งที่เตชกลั่นแกล้งมันทำให้เธอนึกถึงโฬม ผู้ชายชั่วที่ทำให้เธอต้องมาเจอเหตุการณ์มากมายจนต้องมาเจอเตช
“มารยาอะไรอีก โดนแค่นี้ถึงกับร้องไห้เลยดิ”
พิ้งค์พลอยแค่น้ำตาคลอ แต่เมื่อโดนทักมันก็ล่วงลงมาเอง เธอเป็นมาเฟียที่คุณหนูมาก แม้มีสกิลการป้องกันตัวมากมาย การเจ็บตัวจากการฝึกซ้อม มันยังไม่เจ็บเท่ากับเจ็บตัวจากการถูกทำร้ายและถูกกลั่นแกล้ง ชีวิตสวยหรูของเธอมันคงหายไปตลอดกาล
เตชขับออกมานอกมหาวิทยาลัยเมื่อมั่นใจแล้วว่าดาด้าไม่ได้ตามมา จากนั้นเตชเปิดเพลงเศร้าในมือถือบิ้วให้พิ้งค์พลอยร้องไห้หนักกว่าเก่า แต่เธอกลับเช็ดน้ำตาออกแล้วโวยวายให้ลั่นรถ
“ทำไมชีวิตต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย เพราะไอ้เวรโฬมแท้ๆ ที่ทำให้ต้องมาเจอเรื่องเหี้ยๆ แบบนี้ แล้วก็ต้องมาเจอตำรวจเฮงซวยถึงสองคน โคตรซวยเลย”
“เธอว่าใคร”
“ใครเป็นตำรวจเฮงซวยก็ว่าคนนั้นแหละ”
“อย่าก้าวร้าวให้มาก”
“บอกตัวเองเถอะค่ะ คิดว่าเป็นตำรวจจะมารังแกผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างฉันยังไงก็ได้งั้นดิ”
“เหอะ! เล่นบทเหยื่อเก่งเหมือนกันนะ”
“ก็ใช่ไง เป็นเหยื่อที่ตำรวจไม่เคยสนใจ”
“เอาแต่ใจเนอะ แต่ฉันไม่ใช่พ่อแม่เธอ ไม่ต้องมาเรียกร้องความสนใจ เอาโลเคชั่นบ้านเธอมา ฉันจะไปส่ง” เขายื่นโทรศัพท์ให้อีกฝ่าย ซึ่งมันเปิดgoogle map รอไว้แล้ว
“ไม่ใช่จะแอบไปค้นบ้านฉันนะ”
“ก็ถ้าไม่เคร่ง ป่านนี้ทำไปแล้ว”
ติ๊ง~
พิ้งค์พลอยกำลังจะคว้าโทรศัพท์เตชมา แต่โทรศัพท์ตัวเองก็ดังขึ้นมาเสียก่อน ข้อความจากเบอร์ที่เธอไม่คุ้น เลยหยิบมาอ่านก่อน เพราะเธอเกลียดคนที่เมินความรู้สึกคนอื่น เธอจึงเมินกลับ
พลอยมาหาพี่อีกได้ไหม พี่คิดถึงพลอย พี่หย่ากับด้าแล้วนะ พี่ไม่อยากอยู่ร่วมบ้านกับคนประสาทแดก มาเจอกันได้ไหม พี่ขอโอกาสอีกครั้งนะ -โฬม-
“แม่งตายยากจริงๆ” แม้เธอจะบล็อกทุกช่องทางแต่โฬมก็ยังหาวิธีส่งข้อความมาหาเธอจนได้
“อะไร”
“ไอ้โฬมขอนัดเจอ เมียมึงยังมาตามรังควานกูอยู่เลย ใครมันจะโง่กลับไปหามึง ไอ้ก*******วหมา”
“ไปดิ”
“ไปบ้าอะไร คุณยังประสาทดีอยู่ไหม”
“ไปเถอะ ที่ฉันให้เธอขึ้นรถมาด้วยก็เพราะเรื่องไอ้โฬมเนี่ยแหละ”