EP.13
บทรักเร่าร้อนดำเนินต่อไปจนกระทั่งฤทธิ์ยาหมดก็กินเวลาไปเกือบสองชั่วโมง หลังจากที่ทั้งคู่ได้ปลดปล่อยในครั้งสุดท้าย ทั้งเขาและเธอนอนหอบหายใจแรงบนเตียงกว้างแยกย้ายกันคนละมุม จนถึงตอนนี้ก็กินเวลาไปอีกเกือบครึ่งชั่วโมงที่ไร้เรี่ยวแรงจะลุกไปไหน
พิ้งค์พลอยนอนมองเพดานด้วยความรู้สึกที่ไม่สบายใจ ใจกลางสาวของเธอยับเยิน มันเต็มไปด้วยน้ำกามของตำรวจหนุ่ม มันเปื้อนเกือบจะทั้งตัวเธอก็ว่าได้ แค่จะหุบขาก็ขาสั่น เหมือนระบมไปหมด
“คุณช่วยพา…”
“ขอบใจที่เป็นที่ระบายอารมณ์ให้นะ”
“ค่ะ ตุ๊กตายางก็แบบนี้” เธอตอบประชด “ขอโทษนะคุณ” เมื่อเห็นเตชกำลังจะลุก เธอรีบคว้าแขนแล้วดึงมาใกล้ๆ เขาเองก็หมดแรงที่จะต้านแรงอันน้อยนิดของเธอ
เพียะ!
เสียงฝ่ามือบางกระทบใบหน้าเตชอย่างจัง เพราะพิ้งค์พลอยหงุดหงิดอย่างมาก ไม่เคยมีใครได้สัมผัสเนื้อแนบเนื้อกับเธอแบบนี้สักคน นอกจากนั้นแรงของเธอคงมาจากคำพูดของเขาก่อนหน้า เธอรู้ว่าเขาโตกว่าและไม่ควรก้าวร้าว หลังตบเสร็จเธอก็เลยต้องยกมือไหว้ ถือว่าหายกันจะได้ไม่ต้องเก็บไว้ให้หงุดหงิดและเสียดายที่ไม่ได้ทำ
“ได้น้ำฉันไปเยอะ พอหมดประโยชน์ก็ตบฉันเลยนะ หรือจะบอกฉันว่าเธอยังไม่หมดแรง ฉันจะได้จัดให้อีกรอบ”
“ทำไมไม่ใส่ถุงยาง”
“ความรู้สึกช้านะ”
“ก็ตอนนั้นฉันมีอารมณ์ร่วมนี่ แต่ตอนนี้… แม่งเอ๊ย!” ด้วยความเอาแต่ใจพิ้งค์พลอยยกเท้าขึ้นมาจะถีบหน้าอกเตช แต่ความไวของตำรวจหนุ่มทำให้เขาหลบทัน
“ก็ไม่ได้พกอ่ะ”
“เป็นตำรวจอะไรวะไม่พกถุงยาง”
“ใครจะไปรู้วะว่าจะต้องมาเอาคนอย่างเธอ”
“ทำไม คนอย่างฉันมันทำไม ไม่ต้องมาทำเป็นรังเกียจหรอกน่า ทีตอนเอาน่ะ คุณยังไม่รังเกียจฉันเลย” พิ้งค์พลอยดึงขนตาปลอมที่เกือบจะหลุดมาปาใส่เตช การไม่สวมถุงยาง เธอหวาดกลัวโรคมากกว่าการตั้งครรภ์ เพราะไม่รู้ว่าเขาผ่านอะไรมาบ้าง ยิ่งไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตนแบบเขายิ่งน่ากลัว “คุณ คุณทำขนตาปลอมฉันหลุดข้างหนึ่งด้วยเนี่ย กระแทกอะไรแรงนักหนา”
เตชนวดขมับตัวเองเบาๆ ตอนที่มีสติดีแล้วก็รู้สึกกลัวไม่ต่างกัน ครั้งแรกที่พลาดพลั้งทำไปโดยไม่สวมถุงยางอนามัย เครียดเล็กน้อยเรื่องโรคติดต่อไม่ต่างกัน แต่คิดว่าเด็กสาวคงไม่ปล่อยให้ตัวเองท้อง และขอไม่ให้เธอเหลี่ยมจัดจนถึงขั้นคิดอะไรพิเรนทร์มากลั่นแกล้งเขาให้รับผิดชอบภายหลัง แบบในข่าวมากมายที่เคยเห็น เตชลุกขึ้นไปหยิบกระเป๋าสตางค์และโทรศัพท์ของตัวเองมาดู โชคดีที่ในกระเป๋าสตางค์มีเงินอยู่จำนวนหนึ่ง
“ค่ายาคุมและค่าตัวเธอ” เขาวางธนบัตรสีเทาห้าใบไว้ที่โต๊ะตรงหัวเตียง พิ้งค์พลอยหันมาเห็นก็ปรี๊ดแตก
“ฉันไม่ได้ขายตัวนะคุณ”
“อือ งั้นเอาไปพันหนึ่ง ที่เหลือฉันเก็บนะ”
“คุณ!”
“ยาคุมไม่ถึงพัน เธอมีตังค์ทอนป่ะละ”
“เล่นบ้าอะไรของคุณวะ”
“ไม่จบใช่ไหมนี่จะเอาอะไรวะ”
“คุณเป็นตำรวจแบบไหนถึงไม่ให้เกียรติผู้หญิงวะ”
“ฉันไม่ได้ข่มขืนเธอละกัน เธอใส่ยาให้ฉันกินเอง จะเรียกร้องอะไรล่ะ”
“ปกติซื้อกินเนี่ยไม่เคยฟีลแฟนกับใครเหรอ พอจบงานแล้วคุณล้างแล้วกลับบ้านเลยดิ” หญิงสาวหน้าหงิกหน้างอ การที่เธอห่างเซ็กซ์ไปหลายเดือนแล้วกลับมามีอีก ครั้งนี้เธอเต็มอิ่ม แต่ไปไม่สุดทางซะทีเดียว ปกติเธอจะมีafter sex ซึ่งเตชไม่มี เขาคงซื้อบริการบ่อยถึงได้ทำกับเธอแบบนี้ ไม่อบอุ่นไม่มีฟีลแฟน จนเธอเหมือนขาดอะไรไป เหมือนได้ทานข้าวแต่ไม่มีของหวานตบท้าย ซึ่งเธอต้องการแค่นี้แค่อยากงอแง แต่รู้ว่าคงเรียกร้องจากเขาไม่ได้
“อะไรของเธอ ต้องการอะไร”
“เอาใจใส่ผู้หญิงหลังจบกิจกรรมน่ะ ทำเป็นป่ะ เยเยี่ยงทาสแต่ดูแลดุจเจ้าหญิงน่ะ เคยทำไหม”
“เป็นเมียเหรอ ก็ไม่ใช่นะ แล้วจะเรียกร้องอะไรวะ”
“หัดทำให้ผู้หญิงประทับใจบ้างนะ ไม่ใช่ทำตัวแบบนี้ เวลาไปเอากับคนอื่นเขาจะได้ไม่ด่า”
“คนอื่นฉันก็ทำนะ แล้วคนอื่นเขาไม่ได้เป็นแบบเธอนี่”
“หมายความว่าไง”
“แล้วทีนี้รู้รึยังว่าใครเสือใครเหยื่อ”
“คือไร?”
“เธอจะไม่ได้ในสิ่งที่เธอต้องการ รู้ไว้แค่นี้”
“ค่ะ พันตำรวจเอก เตชธร พิชญะสาครมงคล”
“กวน?”
“ก็เจ้ายศเจ้าอย่างนี่คะ พันตำรวจเอก เตชธร พิชญะสาครมงคล ปกติเนี่ยคุณให้สาวๆ ของคุณครางแบบนี้ทุกคนรึเปล่า หรือว่าฉันเป็นคนแรกล่ะ”
“เธอคนแรกเลย ภาคภูมิใจนักสิ หรือไม่มียางอายกันล่ะ”
“ปากดีนะ รู้จ๊ะว่าใหญ่ ไม่ต้องมาเบ่งบนเตียงขนาดนี้ก็ได้ นี่เอากับตำรวจหรือเอากับคนบ้ากันแน่ ขั้นกว่าของคำว่าบ้าอำนาจอีก”
“เธอก็พูดจาให้ดีๆหน่อย”
“ฉันเป็นคนโดนกระทำ คุณนี่มันบ้าพลังสุดๆ ไม่แคร์คู่นอนตัวเองเลยนะ”
“เป็นมาเฟียแบบไหนพลาดง่ายๆ กะอีแค่ยาปลุกเซ็กซ์ก็ไม่ระวัง ทำคนอื่นเดือดร้อน แล้วมาเบลมว่าตัวเองเป็นเหยื่อ”
“เป็นตำรวจแบบไหนกินน้ำมั่วซั่ว ไม่ระวังตัวเลย แล้วก็มาหาว่าคนอื่นจะจับ ผลงานคุณที่ปราบมาเฟียมาเนี่ย เรื่องจริงหรือเรื่องแต่งล่ะ”
“เป็นมาเฟียแบบไหนวะกระจอก ต้องมาให้ตำรวจช่วย”
“เป็นตำรวจแบบไหนวะใช้งานคนอื่น ถ้าคุณเก่งจริงคุณก็เจอที่ซ่อนบ่อนฉันแล้ว”
พิ้งค์พลอยรีบอุดปากตัวเองทันที เธอพลั้งปาก กว่าจะรู้ตัวว่าหลุดพูดความลับของตัวเองออกมาก็ตอนที่เห็นรอยยิ้มชั่วร้ายของเตช เตชตบเข่าฉาด เกมจิตวิทยาที่เขาใช้ยั่วโมโหมาเฟียสาวมันได้ผล เธอปริปากออกมา
“นังหนู ทีนี้รู้ยังว่าใครเสือใครเหยื่อ”
“…”
“รอหมายค้นเลยนะ”
“ไอ้คุณเตชบ้า!”
“ระวังปากเธอไว้บ้างก็ดีนะ”
พิ้งค์พลอยไม่รู้กระบวนการทางกฎหมายแน่ชัดว่าระดับขั้นตอนมันเป็นยังไง เธอเลยหวาดระแวง นี่เธอไม่รู้ว่าตัวเองกำลังอยู่จุดไหน จุดนี้คือแผนพังรึเปล่า เพราะเหมือนตำรวจจะรู้ความต้องการของเธอจริงๆ เขายังเล่ห์เหลี่ยมไม่ตกหลุมพรางเธอง่ายๆ
เตชมายืนเก็บของของตัวเอง แล้วเขาก็ตัดสินใจไปอาบน้ำแต่งตัว ก่อนออกจากห้องเขาไม่ลืมที่จะหยิบขวดน้ำและกล้องตัวจิ๋วไปด้วย แต่ไม่ได้สนใจหญิงสาวที่นอนสลบอยู่บนเตียงแม้แต่น้อย
เตชยกแขนซ้ายมามองนาฬิกาข้อมือ เท้าก็จ้ำให้ไวขึ้นเพื่อไปให้ทันห้องแล็บที่จะปิดในไม่ช้า ผลแล็บเท่ากับจุดเริ่มต้นของการเดินย้อนเส้นทางยา คือไม่ได้ตรวจเพื่อให้รู้ว่ามีสารอะไรผสมอยู่ในนั้นอย่างเดียวแต่ตรวจเพราะมันทำให้เตชลากเส้นกลับไปหาคนผลิตคนส่งและนำไปสู่คนคุมหลังได้ ถึงตอนนั้นมันน่าจะมีหลักฐานอะไรที่เชื่อมไปหารัชพลได้บ้าง
“ยังไม่ปิดใช่ไหมครับ” เตชแทรกตัวเข้าไปแล้วดันประตูของเจ้าหน้าที่แล็บที่กำลังจะปิดให้เปิดออก เจ้าหน้าที่แล็บทำหน้าเอือมระอาแต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากต้องยอมเปิดเพราะเตชเข้าไปนั่งรอด้านในแล้ว แล้วใครมันจะกลับบ้านได้
“ครับ ยังไม่ปิดก็ได้ครับ” เชนเดินกลับเข้าไปแล้วโยนกระเป๋าสะพายทิ้งจากบ่า อยากจะวีนแต่ก็ทำได้แค่ยิ้มรับ “คุณเตชมาดึกเลย งานเร่งมากสินะครับ”
“รอพรุ่งนี้ผมคงนอนไม่หลับ ผมสามารถรู้ผลแล็บได้ตอนไหนแบบเร็วที่สุด”
“ยังไม่ตรวจเลยนะครับ จะเอาผลตรวจแล้วเหรอครับ”
“ครับ”
“ครับ พรุ่งนี้ตอนบ่ายครับ”
“ดีมาก”
“…” เชนยิ้มแหยๆ ทั้งที่รู้สึกหนักใจ เขาแค่พูดไปอย่างนั้นแต่จริงๆ มันอาจจะช้ากว่านั้นได้ ถ้าเตชไม่เร่งอีก
เตชนำขวดน้ำที่นำมาด้วยใส่ถุงเก็บของกลาง ซีลปากถุงด้วยสติ๊กเกอร์สีแดงพร้อมเซ็นชื่อ เวลา สถานที่ และรหัสลับเฉพาะตัวที่เขารู้แค่คนเดียวกำกับไว้บนถุงด้วย ก่อนจะยื่นให้เชนไปใส่รหัสที่ใช้เฉพาะบนถุงอย่างเป็นทางการ
“น้ำผสมสารไม่ทราบชนิด เอาไปตรวจดูอย่างละเอียด”
‘PP11Sด’ เชนดูโค้ดลับมุมซองก็ขมวดคิ้วทันที “PP11Sด โค้ดลับเดี๋ยวนี้ดูแปลกๆ นะครับ ใครคือPPเหรอครับ”
“ยุ่ง”