ทางด้านตระกูลหนิง
หนิงเฉิงและท่านผู้เฒ่าผู้เป็นมารดารับฟังเรื่องราวจากคนที่มารายงานข่าวด้วยความตกใจ หมายความว่าเช่นไรหนิงอันบุตรสาวของเขาที่เกิดมาพร้อมดาวหายนะเมื่อ13ปีก่อน จู่ ๆ ก็เป็นคนค้นพบสมุนไพรหายาก และยังเป็นคนนำไปขายให้วังเหมันต์ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน!
หากองค์รัชทายาทสืบรู้ความจริงว่าหนิงอันคือบุตรสาวของเขาต้องไม่พอใจมากแน่ รัชทายาทอู๋หมิงเจ๋อต้องการให้องค์ชายห้าเดินไม่ได้ไปตลอดชีวิต แต่หนิงอันกลับพบสมุนไพรหายาก ที่มีโอกาสสูงที่จะสามารถรักษาขาของเขาให้หายได้ แล้วนางยังไปเสนอขายที่วังเหมันต์ด้วยตนเอง
หนิงอันเจ้ามันดาวหายนะและตัวอัปมงคลอย่างที่เขากล่าวเอาไว้ไม่มีผิด เขาน่าจะฆ่านางทิ้งเสียตั้งแต่เกิดมา ไม่น่าปล่อยให้นางมีชีวิตรอดมาถึงตอนนี้เลย
“หากรัชทายาทสืบรู้ว่านางคือบุตรสาวของเจ้า ว่าที่พระชายาของหนิงซูฮวาต้องหลุดลอยแน่” หญิงชราเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งเครียด นางไม่น่าให้บุตรชายแต่งฮูหยินรองเข้ามาเลย แต่เพราะยามนั้นหนิงเฉิงรักสตรีผู้นั้นเป็นอย่างมากนางถึงต้องยอม
พอฮูหยินรองเริ่มตั้งครรภ์ตระกูลหนิงก็มีแต่เรื่อง จนนางเองก็รู้สึกไม่สบายใจ จนสุดท้ายนางได้ตัดสินใจเอาดวงชะตาของฮูหยินรองไปตรวจดวงชะตา ซินแสบอกว่าเด็กที่จะเกิดมาจะคาบดีคาบร้าย หากดีก็จะเป็นเด็กที่มีโชควาสนาผู้คนได้พึ่งพาอาศัย แต่หากร้ายก็จะเป็นมหันตภัยร้ายแรงดั่งดาวหายนะ
หลังจากฟังคำทำนายฮูหยินผู้เฒ่าก็นำมาบอกกับหนิงเฉิง เขาผู้เป็นเสนาบดีกรมพิธีการเชื่อเรื่องคำทำนายและโชคลางเป็นอย่างมาก เมื่อฮูหยินรองให้กำเนิดบุตรในวันสุริยคราส อีกทั้งยังคลอดได้เพียงคนเดียว อีกคนยังติดอยู่ในท้องพร้อมกับมารดาที่สิ้นใจตาย เพราะเกิดเหตุการณ์นี้จึงทำให้เขาเชื่ออย่างสนิทใจว่า นางคือดาวหายนะอย่างแน่นอน
“ท่านแม่จะทำอย่างไรดีกับเรื่องนี้ดีขอรับ?”
“เราต้องกำจัดนางทิ้งซะหากปล่อยนางเอาไว้ คงได้สร้างความเดือดร้อนให้กับตระกูลหนิงของเราแน่”
“เข้าใจแล้วขอรับ”
เช้านี้หนิงอันตื่นขึ้นมาอย่างสดชื่น นางหันไปมองหนิงฮวาที่นอนอยู่ข้างกันอย่างอ่อนโยน เมื่อคืนหลังจากที่พวกนางหลับไปจิตวิญญาณก็ได้ไปเยือนยังสถานที่แปลกตา และที่นั่นนางยังได้พบกับมารดาของพวกนาง เทพบุปผาผู้สวยสดงดงาม
นางบอกให้พวกนางตั้งใจใช้ชีวิตให้ดี นางจะเฝ้าดูอยู่ตรงนี้และเป็นกำลังใจให้ จากนั้นนางก็มอบพัดสีทองให้กับหนิงฮวา นางบอกว่าพัดคือของประจำตัวของหนิงฮวา ส่วนร่มคือของประจำตัวหนิงอัน
จากนั้นนางให้พวกนางวางมือลงไปบนตำราโบราณเล่มใหญ่ นางบอกว่าวิชาต่าง ๆ จะซึมซับเข้าไปยังฝ่ามือหัตถ์ทองคำได้อย่างไม่ยากเย็น สุดท้ายนางบอกว่าสักวันหนึ่งพวกเราจะได้มาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา เพราะนี่คือบทลงโทษของสวรรค์ ของการคิดฆ่าตัวตายหนีปัญหา
หนิงฮวาลืมตาตื่นขึ้นมาก็เห็นหนิงอันนั่งมองนางอยู่ นางจึงรีบลุกขึ้นมานั่งแล้วรีบกวาดตามองหาพัดสีทองที่มารดามอบให้ ซึ่งมันวางอยู่ข้าง ๆ ตัวนาง
“ข้ารู้สึกเหมือนร่างกายมีพลังบางอย่างไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา” หนิงฮวาเอ่ยขึ้น
“ข้าก็เหมือนกัน เดี๋ยวข้าจะลองขอของจากยุคนั้นดูสิว่าได้หรือไม่” หนิงอันลองขอแปรงสีฟันและยาสีฟัน ซึ่งปรากฏว่าของได้มาปรากฏอยู่ตรงหน้านางจริง ๆ หนิงฮวาตาเบิกกว้างมองหนิงอันอย่างไม่อยากเชื่อ
“เจ้าเก่งมากเลยหนิงอัน แล้วสิ่งนี้ไว้ทำอะไรหรือ?”
“สิ่งนี้เอาไว้ใช้ทำความสะอาดฟันของเรา ยุคนี้ใช้เป็นแปรงขนม้าแต่ยุคที่ข้าจากมาใช้แปรงแบบนี้แล้วเจ้าค่ะ เดี๋ยวข้าจะขออย่างอื่นมาไว้ใช้ด้วยเจ้าค่ะ” หนิงอันคิดว่าแบบนี้ก็ดีนางจะได้ใช้ชีวิตได้ง่ายขึ้น
“ตื่นกันแล้วเหรอเหตุใดไม่ปลุกข้า?” ต้าหลงลืมตาตื่นขึ้นมาเมื่อได้ยินพวกนางคุยกัน
“ท่านพ่อเมื่อคืนข้าได้ไปพบท่านแม่มาด้วยเจ้าค่ะ นางบอกสักวันพวกเราต้องได้อยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้า” เขาได้ฟังก็พยักหน้ารับอย่างเข้าใจโดยไม่ถามอะไรอีก เขารู้ดีว่านี่คือบทลงโทษของสวรรค์
“เอาละข้าพร้อมจะเป็นคนรวยแล้ว พี่หนิงฮวาพร้อมจะเป็นคนรวยหรือยัง วันนี้เป็นวันที่พวกเราจะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างสวยงาม ปัญหาทุกอย่างจะหมดไปหากมีหนิงอัน ดาวหายนะ ตัวอัปมงคล หากมาใกล้ข้า ข้าจะใช้ฝ่ามือตบให้กระเด็นไปยังโลกอื่นเลย” หนิงฮวาเมื่อเห็นท่าทางของน้องสาว ใจของนางก็เริ่มฮึกเหิมขึ้นมาเช่นกัน
“ข้าก็พร้อมจะใช้ชีวิตให้สมกับได้เกิดใหม่อีกครั้ง ดาวหายนะ ตัวอัปมงคล หากเข้ามาใกล้ข้า ข้าจะใช้พัดทองคำพัดให้กระเด็นไกลออกไปยังใต้พิภพเลย"พวกนางหันมาหัวเราะให้กันอย่างมีความสุข
ต้าหลงมองบุตรสาวด้วยสายตาภาคภูมิใจ พวกนางเติบโตขึ้นมาแล้ว ทั้งเข้มแข็งและแข็งแกร่งพร้อมเผชิญหน้ากับทุกสิ่ง และเขาก็พร้อมจะเป็นลมใต้ปีกคอยสนับสนุนพวกนางอย่างเต็มที่
“พี่หนิงฮวาเสื้อผ้าข้าซื้อมาให้ท่านเป็นสีเขียวเสียส่วนใหญ่ ส่วนของข้าส่วนใหญ่เป็นสีชมพู พวกเราหน้าตาเหมือนกันทุกกระเบียดนิ้ว เราต้องทำให้คนอื่นไม่สับสนว่าใครเป็นใคร”
“ได้ข้าชอบสีเขียวอยู่แล้วไม่มีปัญหา”
เมื่อรับอาหารเช้าเสร็จ ทุกคนก็เตรียมตัวรอเจ้าหน้าที่ของทางการและช่างก่อสร้าง วันนี้ทุกคนอยู่ในชุดใหม่สวยสดงดงาม หนิงอันบอกให้ทุกคนโยนชุดเก่าทิ้งไปพร้อมกับเรื่องราวเศร้าหมอง เพื่อที่จะเริ่มต้นชีวิตใหม่อย่างสวยงาม
จางมู่ซวนเดินนำหน้าเจ้าหน้าที่และกลุ่มของช่างก่อสร้างเข้ามา เมื่อมาถึงเขาถึงกับแปลกใจกับโฉมใหม่ของพวกเขาทุกคน เมื่อการแต่งกายเปลี่ยนไปพวกเขาก็ไม่ต่างอะไรกับคนชั้นสูงเลยทีเดียว รัศมีความมีบารมีเปล่งประกายจนเขารู้สึกได้
“หนิงอันคนนี้เจ้าหน้าที่ของกรมที่ดิน ส่วนคนนี้ชื่อว่าหวังเหล่ยเป็นหัวหน้าช่างก่อสร้าง”
“เชิญนั่งเจ้าค่ะ”
“ท่านลุงหวังนี่เป็นแบบวาดที่ข้าต้องการให้ท่านสร้างบ้าน ท่านพอจะทำได้หรือไม่เจ้าคะ?”
เมื่อพวกเขานั่งลงเรียบร้อยหนิงอันก็ยื่นแผ่นกระดาษให้หวังเหล่ยทันที เขารับมาดูอย่างพิจารณาก่อนตอบขึ้น “ได้ขอรับแต่ว่าท่านจะสร้างใหญ่ขนาดนี้เลยหรือขอรับ เอ่อคือมันต้องใช้เงินมากเลยนะขอรับ”
“ข้าพร้อมวางเงินมัดจำก้อนแรกเพื่อให้ท่านลุงได้สบายใจ หากเป็นไปได้ข้าอยากให้เร่งทำให้เสร็จโดยเร็ว หากท่านลุงจะหาคนงานมาเพิ่มก็ย่อมได้เพื่อให้งานเสร็จเร็วขึ้นข้ายินดีจ่ายเจ้าค่ะ”
หวังเหล่ยได้ยินเช่นนั้นก็เผยยิ้มออกมา ไม่คิดว่าจะพบเจอนายจ้างที่ใจกว้างเช่นนี้ หากนางต้องการให้งานเสร็จเร็วเขาก็สามารถทำให้ได้ ยิ่งตอนนี้ผู้คนว่างงานกันมาก หากมีงานก่อสร้างมาช่วยเพิ่มรายได้ให้พวกเขา ย่อมมีคนอยากมาทำแน่นอน
ตอนนี้หวังเหล่ยรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะงานที่นางให้ก่อสร้างดูแล้วจะทำให้เขามีรายได้ไม่น้อยเลย และผู้คนในเมืองตงซิ่วก็จะมีรายได้ด้วยเช่นกัน
“เดี๋ยวข้าจะกลับไปตีราคาและจะนำมาให้พรุ่งนี้ขอรับ”
“ได้เจ้าค่ะ แต่ว่าข้าต้องซื้อที่ดินแถบนี้เสียก่อนเจ้าค่ะ หลังจากซื้อเสร็จแล้วข้าอยากหาคนงานมาตัดต้นไม้ถางหญ้า ท่านลุงจางคนในหมู่บ้านมีใครสนใจอยากทำงานนี้หรือไม่เจ้าคะ?”ประโยคหลังนางหันมาพูดกับจางมู่ซวน
จางมู่ซวนพอได้ยินก็ตาโต ไม่ใช่แต่คนในหมู่บ้านเท่านั้น ตัวเขาก็อยากทำงานนี้ด้วยเช่นกัน “ข้าก็สนใจจะทำเดี๋ยวข้าจะไปถามคนอื่นดูด้วยเผื่อมีใครสนใจ”
“ถ้าเช่นนั้นงานนี้ให้ท่านลุงจางรับไปเลยนะเจ้าคะ”
“ได้ ๆ”
จากนั้นหนิงอันก็พาเจ้าหน้าที่กรมที่ดินไปสำรวจพื้นที่ นางต้องการพื้นที่แถบนี้ทั้งหมดซึ่งมีราว ๆ 100ไร่ กรมที่ดินนำโฉนดมากางให้หนิงอันดูเพื่อยืนยัน หนิงอันจึงบอกเขาว่านางพร้อมลงนาม ทางเจ้าหน้าที่จึงทำการประทับตราและออกใบกำกับการเป็นกรรมสิทธิ์ให้อย่างถูกต้อง
เจ้าหน้าที่บอกว่าคิดไร่ละ200ตำลึง 100ไร่ก็เป็นเงินสองหมื่นตำลึง หนิงอันนำตั๋วเงินมาจ่ายให้เจ้าหน้าที่อย่างไม่รีรอ พวกเขามองเด็กน้อยตรงหน้าอย่างอดทึ่งในใจไม่ได้ ได้ข่าวว่านางพบเจอสมุนไพรหายาก และขายให้กับวังเหมันต์คงได้เงินมาไม่น้อย นางช่างโชคดีจริง ๆ
หมู่บ้านเฉินอันมีทั้งหมด20ครอบครัว ยามนี้จางมู่ซวนไปชักชวนให้มาทำงานถางหญ้าและตัดต้นไม้ ซึ่งเขาเป็นหัวหน้าในงานนี้ ชาวบ้านพอใจเป็นอย่างมากพากันมาแทบทุกครัวเรือน ทุกคนทราบดีว่าหนิงอันขายสมุนไพรแล้วร่ำรวยขึ้นมา จึงไม่มีใครตั้งข้อสงสัยแต่อย่างใด
“หนิงอันข้าพาคนงานมาแล้ว”
“ท่านลุงค่าแรงคนงานส่วนใหญ่อยู่ที่เท่าใดเจ้าคะ?”
“ค่าแรงอยู่ที่80อีแปะต่อวันขอรับ”
“ถ้าเช่นนั้นข้าให้ท่านที่เป็นหัวหน้า100อีแปะข้าฝากท่านดูแลส่วนนี้ให้ข้าด้วยเจ้าค่ะ เลิกงานมาเบิกเงินได้เลยข้าจะจ่ายวันต่อวันเจ้าค่ะ”
ทุกคนเมื่อได้ยินว่านางจะจ่ายค่าแรงวันต่อวันก็ดีใจเป็นอย่างมาก เพราะบางคนต้องการเงินไปใช้อย่างเร่งด่วน หากนางจะจ้างอีกหลาย ๆ วัน พวกเขาคงจะทำเงินได้ไม่น้อยเลย
หนิงอันยืนมองจางมู่ซวนที่พาชาวบ้านเกือบสามสิบคน ตรงเข้าไปจัดการถางหญ้าในส่วนที่นางคิดว่าจะปลูกบ้าน ไม่สิต้องเรียกว่าจวนเพราะมันใหญ่มาก แต่แล้วความคิดของนางก็ต้องสะดุดลง เพราะจู่ ๆ เสียงของชาวบ้านที่ไปถางหญ้าก็ร้องเอะอะขึ้นมาด้วยความตกใจ จางมู่ซวนรีบวิ่งมาบอกหนิงอันด้วยสีหน้าตื่นตระหนก
“หนิงอัน!! บริเวณตรงชายป่าตรงนั้นเหมือนจะมีคนนำศพเด็กสาวมาทิ้ง ข้านับดูแล้วน่าจะมีประมาณเจ็ดศพด้วยกันขอรับ”
เมื่อได้ฟังทุกคนก็ลุกพรวดพราดขึ้นมาทันทีด้วยความตกใจ หนิงอันรีบหยิบร่มแล้วรีบตรงไปดูยังจุดเกิดเหตุอย่างเร่งรีบ คนอื่น ๆ จึงรีบตามนางไปติด ๆ เมื่อเดินมาถึงจุดที่ทุกคนยืนมุงดูอยู่ เสียงของสตรีนางหนึ่งก็กรีดร้องออกมาด้วยความตกใจสุดขีด