หนิงอันบอกให้เขาเหาะลงก่อนจะถึงบ้าน เพราะนางไม่อยากทำให้ทุกคนตื่นตกใจ ขนาดนางยังตกใจกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นแล้วคนอื่นจะขนาดไหน หนิงอัน ฮุ่ยอิง และเทพมังกรดำ พากันเดินมาถึงหน้าประตูรั้วเข้าบ้าน แต่แล้วทุกคนก็ต้องชะงักเมื่อเห็นวิญญาณของหนิงฮวามาปรากฏตัวอยู่ตรงประตูรั้วทางเข้า
“หนิงฮวาข้าเห็นเจ้าแล้ว” เป็นฮุ่ยอิงที่ร้องออกมาด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น จากนั้นก็รีบวิ่งโผไปกอดหนิงฮวาด้วยความดีใจ หนิงอันตกตะลึงอีกครั้ง เป็นเพราะนางมีพลังถึงระดับขั้นสีทองใช่หรือไม่ พี่สาวของนางที่เป็นฝาแฝดจึงได้รับอานิสงส์พลังนี้ไปด้วย หนิงอันรีบตรงเข้าไปสวมกอดนางด้วยความรู้สึกดีใจ สุดท้ายพี่น้องก็ได้อยู่พร้อมหน้ากัน ถึงแม้ว่านางจะเป็นเพียงวิญญาณก็ตาม
“พี่หญิงดีจริง ๆ ต่อไปเราก็ได้อยู่กันแล้ว”
“ใช่ขอบคุณสวรรค์ที่เมตตาพวกเรา”
“ท่านเอ่อ..ท่านพ่อเราเข้าไปข้างในกันเถอะเจ้าค่ะ”
หนิงอันเดินมาจับแขนของเทพมังกรดำพาเดินเข้าไปข้างด้านใน หนิงฮวายืนมองด้วยความแปลกใจ ท่านพ่อ? เหตุใดนางถึงเรียกเขาเช่นนั้นแปลกจริง ฮุ่ยอิงเห็นเช่นนั้นก็จับมือของหนิงฮวาเดินตามเข้าไป
ฮุ่ยหมิ่นและฮุ่ยเหม่ยมองบุคคลที่มาใหม่อยากแปลกใจ นี่นางพาใครมาด้วยดูสง่างามและดูสูงส่ง
“ท่านพ่อ ท่านแม่ ทุกคนมานั่งลงก่อนข้ามีเรื่องจะบอกทุกคนเจ้าค่ะ” หนิงอันรีบบอกให้ทุกคนมานั่ง ก่อนนางจะรีบเดินไปหาอะไรที่สามารถนั่งได้มาให้เทพมังกรดำได้นั่ง ทนนั่งไปก่อนนะท่านพ่อ นางเอ่ยออกมาในใจ
ต้าหลงมองหนิงอันที่วิ่งไปยกถังใส่น้ำแล้วคว่ำลงกับพื้น จากนั้นก็นำผ้ามาพับกันหลาย ๆ ชั้น แล้วนำไปวางด้านบนเพื่อให้นั่งได้สบายขึ้น นางดึงเขามานั่งส่วนนางยืนอยู่ข้างเขา เพราะเครื่องเรือนมีจำนวนจำกัด ยามนี้จึงต้องแก้ไขสิ่งเฉพาะหน้าไปก่อน
“ท่านพ่อ ท่านแม่ สิ่งที่ข้าจะบอกต่อไปนี้อาจจะน่าเหลือเชื่อแต่ว่ามันก็คือเรื่องจริง ตอนนี้พลังในกายของข้าเพิ่มขึ้นมามากมาย เลยทำให้วิญญาณพี่หนิงฮวาปรากฏร่างได้ซึ่งก็เป็นเรื่องดี ส่วนบุรุษท่านนี้คือเทพมังกรดำ และเขาคือบิดาของข้าและพี่หนิงฮวา ท่านพ่อเชิญเจ้าคะ” เทพมังกรดำขยับตัวนั่งตรง ๆ ก่อนจะเอ่ยเล่าเรื่องราว
“ข้ามีนามว่าต้าหลงหรือเทพมังกรดำ หลายพันปีก่อนข้าพบรักเทพบุปผาเหลียนฮวา จนตกลงแต่งงานและอยู่ด้วยกันและมีลูกด้วยกันสองคนเป็นบุตรสาวฝาแฝด ในเวลานั้นข้ามีนิสัยชอบสะสมสมบัติล้ำค่า ไม่ว่ามันจะอยู่ที่ใดข้าต้องไปเสาะหา แล้วนำมาเป็นของตนจนลืมความถูกผิด เพราะข้าเชื่อว่าการมีสมบัติมากมายคือความสุข”
“ข้าหลงลืมว่ามีภรรยาและลูกน้อยที่ต้องดูแลเเละเอาใจใส่ จนอยู่มาวันหนึ่งข้าพบกับเทพไข่มุกหมิงจูผู้มีสมบัติล้ำค่ามากมายใต้ท้องทะเลอันกว้างใหญ่ ข้าอยากได้สมบัติของนางมาครอบครอง ข้าจึงเสแสร้งว่าชอบนางมากเพื่อให้นางเชื่อใจข้า จนสุดท้ายข้าได้พานางมาที่วังของข้า จนสร้างความเจ็บช้ำให้กับภรรยาของข้าจนนางดื่มยาพิษฆ่าตัวตาย”
“ส่วนบุตรสาวของข้าทั้งสองคน ก็ได้ฆ่าตัวตายพร้อมกันต่อหน้าข้า ก่อนตายพวกนางยังได้ให้คำสาบานว่า จะไม่ขอเกิดมาเป็นลูกข้าอีกไม่ว่าจะชาติไหน ยามนั้นข้าถึงรู้ว่าไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าครอบครัวของข้า ข้าเจ็บปวดและเสียใจมาก”
“ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาข้าก็หอบสมบัติไปอยู่บนเขา ตลอดเวลาข้ายังได้กราบไหว้วิงวอนต่อสวรรค์ เพื่อขอโอกาสให้ข้าได้ทำหน้าพ่อที่ดีสักครั้ง สวรรค์ตอบรับคำขอของข้าและบอกว่าให้ข้ารอ เพราะว่าการที่พวกนางฆ่าตัวตายก็ถือเป็นความผิดอย่างหนึ่ง ต้องได้รับการลงโทษตามกฎแห่งสวรรค์”
“และเมื่อใดที่ข้าพบเด็กที่มีหัตถ์ทองคำ ก็ให้พิสูจน์ด้วยการหยดเลือดลงบนฝ่ามือของนาง หากกลายเป็นดอกบัวสีทองนั่นหมายความว่า นางคือสายเลือดของข้าเมื่อหลายพันปีก่อน”
“หนิงฮวา หนิงอัน ได้โปรดยกโทษให้พ่อที่ไม่เอาไหนคนนี้ด้วย โปรดให้โอกาสพ่อได้ทำหน้าที่เป็นพ่อที่ดีสักครั้ง” นำ้ตาแห่งความเจ็บปวดภายในใจและสำนึกผิดเอ่อไหลออกมา
หนิงอันหันไปมองหนิงฮวาก่อนจะพยักหน้าให้กันอย่างตัดสินใจ ก่อนพวกนางจะเดินมาคุกเข่าตรงหน้าของเขา แล้วจับมือเขามากุมไว้คนละข้าง
“ท่านพ่อเรื่องในอดีตที่ผ่านไปแล้วก็ลืมไปเสียเถิดเรามาเริ่มต้นใหม่ใช้ชีวิตให้ดีและมีความสุขกันเถอะเจ้าค่ะ” ต้าหลงร่างกายสั่นเทาด้วยความยินดี นี่สินะความสุขที่แท้จริงที่เขารอคอย น้ำตาแห่งความปีติยินดีไหลออกมา “ขอบใจลูกรัก”
หนิงอันและหนิงฮวาลุกเดินไปคุกเข่าต่อหน้าฮุ่ยหมิ่นและฮุ่ยเหม่ย ก่อนหนิงฮวาจะเอ่ยขึ้นมา
“ท่านพ่อท่านแม่ ท่านทั้งสองคนยังคงเป็นบิดาและมารดาของพวกข้า พวกท่านคือผู้มีพระคุณสูงสุดของข้า ต่อจากนี้ให้พวกข้าดูแลพวกท่านบ้าง ขอบคุณที่ดูแลข้าเจ้าค่ะ” หนิงอันและหนิงฮวาก้มคำนับให้พวกเขาอย่างซาบซึ้งใจ
แต่แล้วจู่ ๆ ร่างของหนิงอันและหนิงฮวาก็รู้สึกถึงความอบอุ่นอยู่รายล้อมรอบตัว พลังแสงสีทองเปล่งประกายออกมา กลายเป็นดอกบัวสีทองลอยหมุนไปรอบ ๆ ตัวของพวกนาง ก่อนจะมีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา
“หนิงฮวาข้าให้โอกาสเจ้าได้เกิดใหม่อีกครั้ง เจ้าก็ใช้ชีวิตให้ดีหากเจ้าฆ่าตัวตายอีกครั้งวิญญาณธาตุของเจ้าจะแหลกสลายไม่มีโอกาสได้เกิดใหม่อีกต่อไป”
“ขอบคุณเจ้าค่ะ” หนิงอันและหนิงฮวายกมือขึ้นมาขอบคุณเทพเบื้องบนที่ให้โอกาสพวกนางอีกครั้ง จากนั้นแสงสีทองก็ลอยไปหยุดที่มือของพวกนางแล้วจางหายไป หนิงอันและหนิงฮวายกมือขึ้นมาดู ก็เห็นปานดอกบัวสีแดงอยู่ตรงข้อมือของพวกนางทั้งสองคน หนิงอันหันไปยิ้มให้กับหนิงฮวาจากนั้นก็หันมาเอ่ยกับทุกคน
“ถึงเวลาที่พวกเราจะมีความสุขกันเสียที พวกข้าจะเรียกท่านเทพมังกรว่าท่านพ่อ และเรียกท่านว่าพ่อบุญธรรม ต่อไปพวกเราจะอยู่ด้วยกันและพวกเราพร้อมแล้วที่จะทำบ้านหลังใหม่กันแล้วเจ้าค่ะ” หนิงอันเอ่ยออกมาด้วยสีหน้ามีความสุขอย่างไม่ปิดบัง
“พ่อบุญธรรมข้ารบกวนท่านไปติดต่อหาช่างก่อสร้างและซื้อที่ดินเพิ่มเอาแถบนี้ทั้งหมดเลยเจ้าค่ะ”
“เรามีเงินมากขนาดนั้นเลยหรือ?” ฮุ่ยหมิ่นถามขึ้นมาเพื่อความแน่ใจ
“ท่านอย่าได้กังวลเรื่องเงินอีกต่อไปมีข้าอยู่ทั้งคน” ต้าหลงเอ่ยบอกฮุ่ยหมิ่นเพื่อให้เขาสบายใจ
“เรื่องในวันนี้ข้าอยากขอร้องให้ทุกคนไม่พูดอะไรออกไป และเรื่องที่เราจะทำบ้านและซื้อที่ดิน หากมีใครถามก็บอกเพียงว่าข้าพบเจอสมุนไพรหายากเป็นจำนวนมากและขายได้ในราคาดี ท่านพ่อบุญธรรมนัดช่างมาคุยในวันพรุ่งนี้นะเจ้าคะ วันนี้ข้าจะเอาสมุนไพรไปขายก่อนแล้วจะแวะซื้อของใช้ที่จำเป็นมาด้วยเจ้าค่ะ ส่วนเรื่องที่ดินหากทำเรื่องเสร็จ พ่อบุญธรรมมาเอาเงินกับข้าได้เลยเจ้าคะ”
“ได้”
“พี่หญิงอยู่กับท่านแม่นะเจ้าคะ”
“ได้เจ้าไปเถอะ”
หนิงอันคิดว่าควรรีบนำสมุนไพรไปเสนอขายกับท่านหมอหลวงลู่จื้อ เพราะเขาอยู่วงการนี้มานานย่อมรู้จักกับคนที่ต้องการสมุนไพรหายากเหล่านี้เป็นอย่างดี นางต้องการเงินมาทำบ้านด้วยน้ำพักน้ำแรงของนางเอง ถึงแม่ว่าบิดาจะเสนอเงินให้ แต่นางคิดว่าในเมื่อเก็บสมุนไพรมาแล้วก็ควรขายเพื่อนำเงินมาทำประโยชน์ ยามฉุกเฉินจริง ๆ นางค่อยขอเขาน่าจะดีกว่า
หนิงอันต้องการรถม้ามาไว้ใช้เพื่อให้สะดวกต่อการเดินทาง และนางต้องการคนงานมาถางหญ้าเตรียมดิน นางอยากทำบ้านที่มีธรรมชาติรายล้อม ปลูกผัก เลี้ยงปลา เลี้ยงไก่ นั้นเป็นความฝันของนางตั้งแต่อยู่ในยุคปัจจุบัน
“ท่านลุงมีใครมีรถเทียมวัวอีกหรือไม่เจ้าคะข้าต้องการไปในเมือง” หนิงอันเดินมาถามจางมู่ซวนที่เป็นหัวหน้าหมู่บ้าน ที่กำลังเตรียมรถเทียมวัวเพื่อที่จะพาฮุ่ยหมิ่นไปทำธุระเรื่องติดต่อช่างก่อสร้างและซื้อที่ดิน
“เดี๋ยวข้าไปถามน้องชายของข้าให้นะรอสักประเดี๋ยว” จางมู่ซวนรีบวิ่งไปถามน้องของเขาที่ปลูกเรือนอยู่ไม่ห่างกันมากนัก ไม่นานจางมู่ถงน้องชายของจางมู่ซวนก็เดินมาพร้อมรถเทียมเวียน หนิงอันเห็นเช่นนั้นก็ยกยิ้มอย่างพอใจ
“เหตุใดต้องนั่งรถเทียมเกวียนชักช้าเสียเวลา” ต้าหลงเอ่ยขึ้นเพราะเขาก็สามารถพาไปได้อย่างรวดเร็วเหตุใดต้องหารถเทียมเกวียนให้ยุ่งยากด้วย
“ท่านพ่อท่านลืมไปแล้วหรือเจ้าคะว่าตอนนี้ท่านเป็นเพียงคนธรรมดาทั่วไป หากผู้คนเห็นท่านเหาะเหินเดินอากาศรับรองต้องเกิดเรื่องวุ่นวายแน่”
“อืมเจ้าพูดก็ถูก”
“เราไปกันเถิดเจ้าค่ะ ข้าตื่นเต้นจะแย่แล้ว อยากรู้ว่าสมุนไพรจะขายได้ราคาเท่าใด”
“หนิงอันเจ้าจะไปที่ใด?” จางมู่ถงเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นพวกนางขึ้นมานั่งบนรถเกวียนเรียบร้อยแล้ว
“ไปที่วังเหมันต์เจ้าค่ะ”
เมื่อรู้จุดหมายว่าจะไปยังที่ใดจางมู่ถงก็รีบบังคับวัวให้ออกเดินทางทันที ผ่านไปราวหนึ่งก้านธูปรถเกวียนก็มาหยุดอยู่หน้าวังเหมันต์
“ท่านลุงรออยู่ตรงนี้นะเจ้าคะเสร็จธุระแล้วข้าต้องไปที่อื่นต่อเจ้าค่ะ”
“ได้”