หนิงอันเดินมาหยุดตรงประตูวัง ก่อนจะแจ้งทหารองครักษ์ว่านางต้องการพบหมอหลวงลู่จื้อ ทหารที่จำนางได้จึงรีบไปแจ้งหมอหลวงลู่จื้อทันที อีกอย่างลู่จื้อได้สั่งพวกเขาเอาไว้แล้วว่า หากนางมาขอพบให้เรียกเขาได้ตลอดเวลา ชายชราลู่จื้อเดินตัวปลิวออกมาด้วยสีหน้าดีใจ เขาแทบรอไม่ไหวที่พบนางอีกครั้ง ไม่คาดคิดว่าผ่านไปเพียงวันเดียวนางก็กลับมาแล้ว
“ไม่คาดคิดว่าเจ้าจะกลับมาไวถึงเพียงนี้ ไหนเจ้าบอกจะกลับมาในวันพระจันทร์เต็มดวง แต่นี่ผ่านไปเพียงวันเดียวเจ้าก็กลับมาแล้ว”
“ข้าร้อนเงินเลยต้องรีบกลับมาขายสมุนไพรให้ท่านเจ้าค่ะ”
“สมุนไพร?”
“ใช่เจ้าคะ”
“เข้ามาข้างในกันก่อน” ลู่จื้อพอได้ยินคำว่าสมุนไพรเขาก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาทันที เขาจึงรีบกุลีกุจอพาพวกนางไปยังเรือนของหมอหลวง วังเหมันต์ถึงแม้จะใหญ่โตกว้างขวางแต่ไม่ใหญ่เท่าวังหลวง แต่มีทุกอย่างถอดแบบมาจากวังหลวงทุกกระเบียดนิ้ว หนิงอันและฮุ่ยอิงยกตะกร้าสานลงวาง นางใช้ผ้าคลุมตะกร้าเอาไว้อย่างมิดชิด
“ท่านหมอหลวงที่ข้ามาที่นี่เพราะคิดว่าท่านรู้จักราคาของสมุนไพรดีและคงจะให้ราคากับข้าอย่างยุติธรรมเจ้าค่ะ”
“แน่นอนอยู่แล้วว่าแต่เจ้าได้สิ่งใดมาหรือ?”
“สิ่งแรกเรียกว่า”
“เดี๋ยว!!” ลี่หยางรีบวิ่งเข้ามาอย่างกระหืดกระหอบ “ท่านหมอหลวงช้าก่อน องค์ชายและพระสนมกำลังเดินทางมาที่นี่ขอรับ”
“มาที่นี่? มาทำไม?” ชายชราเอ่ยถามด้วยสีหน้าแปลกใจ
“พอองค์ชายและพระสนมรู้ว่า หนิงอันแวะมาเรื่องสมุนไพร พวกเขาจึงอยากมาดูด้วยขอรับ” ชายชราพยักหน้ารับรู้ ก่อนจะยกชาขึ้นจิบอย่างเฉื่อยชา พลางคิดในใจจะมากันทำไมให้วุ่นวาย
“พระสนมผินและองค์ชายห้าเสด็จ”
เมื่อผู้ส่งศักดิ์เข้ามาบรรยากาศก็เริ่มเปลี่ยนไป หนิงอันหันไปมองฮุ่ยอิงและบิดา นางแอบถอนใจออกมาเพราะรู้สึกเบื่อระบบชนชั้นและพิธีการ ทุกคนรีบลุกขึ้นทำความเคารพ “ไม่ต้องมากพิธีตามสบาย” เป็นพระสนมผินที่เอ่ยขึ้นก่อนที่นางจะนั่งลง
องค์ชายห้าอู๋ห่าวหรานหันไปมองหนิงอันที่มีสีหน้าอึดอัดก็ยกยิ้มก่อนจะเอ่ยขึ้น “หนิงอันเจ้าทำตัวตามสบายเถิดข้าอนุญาต” หนิงอันรีบหันมายิ้มให้อย่างประจบ ค่อยยังชั่วหน่อยขอบคุณองค์ชาย
“เจ้าชื่อหนิงอันหรือ?” พระสนมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เพคะ ส่วนนางชื่อฮุ่ยอิงเป็นสหายของหม่อมฉัน ส่วนคนผู้นี้คือบิดาของหม่อมฉันเพคะ” พระสนมพยักหน้ารับรู้
“เจ้าทำตัวตามสบายคิดเสียว่าข้าและองค์ชายไม่ได้อยู่ตรงนี้”พระสนมเอ่ยย้ำอีกครั้งเพราะไม่อยากให้การมาของนางสร้างความอึดอัดให้กับทุกคน
“งั้นเรามาเริ่มกันเลย เจียวลู่ให้คนยกโต๊ะมาตั้งตรงนี้”ชายชราลู่จื้อแทบรอไม่ไหวที่เห็นสมุนไพรที่นางนำมา
“ขอรับ”
“เอาละหนิงอันเริ่มเลยเถอะ”
“สมุนไพรอย่างแรกที่ข้าเก็บมาเป็นดอกไม้สีเลือดสรรพคุณช่วยเพิ่มพลังหยาง” หนิงอันและฮุ่ยอิงช่วยกันนำมาวางลงบนโต๊ะอย่างระมัดระวัง มีจำนวนทั้งหมด10ดอกด้วยกัน ชายชราลู่จื้อตื่นเต้นจนนั่งไม่ติดต้องลุกขึ้นมาดูด้วยตาตนเอง
“โอ้นี่มันดอกไม้สีเลือดในตำนาน! ข้าจะแก่ตายอยู่แล้วก็เพิ่งเคยเห็นนี่แหละ พวกเจ้ามาดูเร็วนี่คือดอกไม้สีเลือด” ชายชรารีบเรียกบรรดาลูกศิษย์ให้มาดู
“สมุนไพรต่อไปเรียกว่า หญ้าเรียกวิญญาณ สรรพคุณใช้ชุบชีวิต”
“หญ้าเรียกวิญญาณ!!” บรรดาหมอหลวงร้องออกมาด้วยเสียงอันดังด้วยความตกใจ นางพบเจอของวิเศษชัด ๆ ต้าหลงมองพวกเขาแล้วได้แต่ขบขันในใจตื่นเต้นดีใจกันขนาดนี้เลยหรือ
“สมุนไพรต่อไปเรียกว่า เห็ดหลินจือพันปีสรรพคุณช่วยถอนพิษเพิ่มพลังวัตร”
“เห็ดหลินจือพันปี!!” คราวนี้ทุกคนถึงกับตกตะลึงจนพูดไม่ออก มองหนิงอันและฮุ่ยอิง ที่ค่อย ๆ หยิบเห็ดหลินจือออกมาจากตะกร้าอย่างระมัดระวัง ชายชราลู่จื้อมือไม้สั่นเพราะตื่นเต้น ของวิเศษมากมายมาอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว หากตายเขาก็ไม่เสียดายชีวิตแล้ว
“ยังมีอีกเจ้าค่ะ”
“ยังมีอีก!!” คราวนี้ต้าหลงหลุดหัวเราะออกมาจริง ๆ เพราะกลั้นเอาไว้ไม่อยู่ ดูท่าทางของพวกเขาสิดวงตาแทบจะหลุดออกมาแล้ว
“สมุนไพรอันต่อไปคืออะไรหรือหนิงอัน?”
“สมุนไพรอันชุดท้ายก็คือ โสมคนพันปี สรรพคุณ รักษาโรคได้ทุกชนิดและเพิ่มพลังปราณ”
หนิงอันและฮุ่ยอิงช่วยกันหยิบต้นโสมคนที่สมบูรณ์ออกมาจากตะกร้าจำนวน20ต้น คราวนี้ชายชราลู่จื้อต้องนั่งลงเพราะรู้สึกหน้ามืดสาเหตุเพราะตื่นเต้นเกินเหตุ เขามองหนิงอันสลับกับบิดาของนางอย่างพิจารณา ก่อนจะเอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย
“หนิงอันเจ้ากับเขาเป็นพ่อลูกกันจริงหรือ? เหตุใดเขาแต่งกายราวกับคนชั้นสูง ส่วนเจ้าดูไม่ต่างอะไรกับบ่าวรับใช้ของเขา”
หนิงอันได้ยินก็หัวเราะออกมา ก่อนจะหันไปมองบิดาแล้วก็เห็นด้วยกับคำถามของเขา นางจึงเอ่ยขึ้นว่า” ท่านหมอหลวงท่านไม่รู้อะไร ที่จริงข้านะเสแสร้งแกล้งจนเฉย ๆ อีกหน่อยข้าจะเสแสร้งแกล้งรวยแล้วเจ้าค่ะ”
“...”
ทุกคนถึงกับอึ้งกับคำพูดของนาง แกล้งรวยแกล้งจนมีเรื่องแบบนี้ด้วยหรือ องค์ชายห้าถึงกลับกลั้นขำ นางช่างเหมือนนางจิ้งจอกน้อยเสียเหลือเกินลื่นไหลไปเรื่อย
“แล้วคนแกล้งจนที่จะแกล้งรวยในไม่ช้า วันนี้ข้ารบกวนตรวจอาการมารดาข้าได้หรือไม่?” องค์ชายห้าถามนางขึ้นมาด้วยสีหน้ายิ้ม ๆ แปลกจริง ๆ เด็กคนนี้ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายได้อย่างน่าประหลาดใจ จากโลกที่ดูมืดมนกลับสว่างสดใสเมื่อมีนางโผล่ขึ้นมา
หนิงอันไม่ตอบแต่เดินไปยอบกายตรงหน้าพระสนม “พระสนมขออนุญาตตรวจพระอาการเพคะ” พระสนมยื่นแขนมาให้หนิงอันจับชีพจรอย่างไม่รีรอ ที่จริงร่างกายของนางก็ปกติดีแต่ตรวจดูเสียหน่อยก็ไม่เสียหายอะไร
หนิงอันรู้สึกว่าครั้งนี้แปลกและแตกต่างออกไป เหมือนหนิงอันจะตรวจสอบพบเจอมันด้วยตนเองโดยที่ระบบไม่ต้องเอ่ยบอก เพียงปลายนิ้วของนางสัมผัสพลังปราณแพทย์ก็วิ่งไปทั่วร่างของพระสนม หนิงอันถึงกับตาโตกับสิ่งที่ได้รับรู้ ตอนนี้นางมีวิชาแพทย์โดยไม่ต้องพึ่งระบบ!! น่าเหลือเชื่อเกินไปแล้ว
“พระสนมดูเหมือนร่างกายของท่านจะมีพิษสะสมอยู่มาก อีกไม่นานพิษจะเริ่มแสดงอาการแล้วเพคะ พิษนี้เหมือนจะเป็นสารหนู ท่านน่าจะได้รับมาเป็นระยะเวลานานแล้วเพคะ”
“เจ้าว่าอะไรนะ!!” พระสนมใบหน้าซีดเผือดตกใจกับสิ่งที่ได้รับรู้ นึกแปลกใจว่าเหตุใดนางถุึงไม่รู้สึกอะไรเลยแปลกจริงๆ
“แต่ข้ารู้สึกปกติดีนะ เอ่อคือข้าเพียงแต่แปลกใจ” หนิงอันเข้าใจว่าพระสนมคิดอย่างไร นางจึงให้หมอหลวงลู่จื้อมาตรวจอีกครั้ง ซึ่งเขาก็มีสีหน้าลำบากใจ เพราะหากนางตรวจพบแต่เขาตรวจไม่พบ แล้วผลสรุปจะเป็นอย่างไร จะเชื่อนางหรือว่าเขากันดี
ลู่จื้อจับชีพจรของพระสนมมาตรวจอีกครั้ง เขาก็ได้แต่คิ้วขมวดชนกันอย่างไม่เข้าใจ ร่างกายของพระสนมก็ดูปกติดีทุกอย่าง แต่ว่าหนิงอันบอกว่านางถูกพิษ แล้วเขาจะทูลพระสนมอย่างไรดีนะเฮ้อ!
หนิงอันเห็นอาการของชายชราที่เหงื่อผุดเต็มใบหน้าก็นึกเห็นใจ "ก็แดดมันร้อนคนนะไม่ใช่หุ่นยนต์" จู่ ๆ หนิงอันนึกถึงเพลงในยุคที่นางจากมาเมื่อเห็นอาการของหมอหลวง
“ตรวจไม่พบใช่หรือไม่ เพราะสารหนูไม่มีสีไม่มีกลิ่นพอสะสมในร่างกายมาก ๆ ขึ้น ก็จะเริ่มออกอาการ เช่นผิวหนังเริ่มเปลี่ยนสี หัวใจเต้นผิดปกติ มือเท้าชา กล้ามเนื้ออ่อนแรง จนถึงขั้นหมดสติและเสียชีวิต”
“ขออภัยพระสนมที่กระหม่อมไร้ความสามารถ” ชายชรารีบเอ่ยขึ้นด้วยความรู้สึกผิด
“พิษสารหนูหากให้เป็นจำนวนมากจะเสียชีวิตได้ในทันที แต่หากได้รับทีละนิดพิษจะค่อย ๆ สะสมและทำลายระบบภายในอย่างช้า ๆ ข้าเชื่อว่าต้องมีคนใกล้ชิดรู้เรื่องนี้และวางแผนทำมานานแล้ว” หนิงอันอธิบายเพิ่มเติมทำให้องค์ชายกำหมัดแน่นด้วยความโกรธ
“สั่งปิดประตูวังเหมันต์ห้ามคนเข้าออก ตรวจสอบเรื่องนี้ให้ชัดเจน”
“พ่ะย่ะค่ะ” ลี่หยางรีบออกไปแจ้งทหารองครักษ์ให้ปิดประตูวังอย่างเร่งด่วน ชายชราลู่จื้อปาดเหงื่อด้วยความวิตกกังวล องค์ชายห้าถูกพิษจนขาพิการ มายามนี้พระสนมก็มาถูกพิษอีกคน เขาที่เป็นหมอหลวงมาเนิ่นนานกลับตรวจไม่พบ หากว่าไม่มีหนิงอันโผล่มาคาดว่าพระสนมคงไม่รอด
"ข้าขอยืมเข็มเงินตรวจพิษเพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนเห็นว่าพระสนมถูกพิษจริง ๆ"หมอหลวงลู่จื้อรีบหันไปหยิบห่อผ้าเข็มเงินมายื่นให้หนิงอัน นางจึงหยิบออกมาหนึ่งเล่มแล้วปักลงไปที่ข้อมือของพระสนม จากนั้นก็ดึงเข็มเงินออกมา ซึ่งปรากฎว่าเข็มเงินกลายเป็นสีดำในทันที ทุกคนมองอย่างตกตะลึงพระสนมถูกพิษจริง ๆ ด้วย
"หนิงอันแต่ว่าทุกครั้งก็มีการตรวจพิษในอาหารแต่ทุกอย่างก็ปกติดี"ชายชราเอ่ยขึ้นอย่างไม่เข้าใจ
"ให้ข้าเดาคนวางยาคงฉลาดมากเจ้าค่ะ"
"แล้วต้องทำอย่างไรต่อไป?"
“ท่านก็ปรุงยาถอนพิษให้พระสนมดื่มทุกวันเจ้าค่ะ หากไม่ได้รับพิษเพิ่มต่อไปร่างกายของพระสนมก็ไม่เป็นอะไรแล้วเจ้าค่ะ ที่จริงจะโทษว่ามีคนวางยาก็ไม่ถูก เพราะสารหนูสามารถปะปนมากับน้ำและอาหารที่มาจากแหล่งที่มีพิษสารหนูได้เช่นกัน หากจะให้เรื่องนี้กระจ่าง ข้าแนะนำว่าต้องตรวจร่างกายให้หมดทุกคน หากมีเพียงพระสนมถูกพิษก็แน่ชัดแล้วว่าถูกวางยาเจ้าค่ะ”
“โม่โฉวเรียกทุกคนมาตรวจร่างกาย”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“ท่านหมอหลวงคิดราคาสมุนไพรให้นางอย่างยุติธรรม”
“พ่ะย่ะค่ะ”
“หนิงอันโสมคน20ต้นข้าให้ต้นละ2พันตำลึง เห็ดหลินจือ10ดอก ดอกละ1พันตำลึง หญ้าเรียกวิญญาณทั้งหมดตีเป็น1หมื่นตำลึง ดอกไม้สีเลือด10ดอก ดอกละ800ตำลึง รวมทั้งหมด6หมื่น8พันตำลึง เจ้าพอใจหรือไม่?”
“พอใจเจ้าค่ะ”
“ถ้าเช่นนั้นข้าจะไปนำตั๋วเงินมาให้ รบกวนเจ้าตรวจร่างกายให้กับทุกคนได้หรือไม่?” หนิงอันพยักหน้ารับภายในใจลิงโลดกับเงินก้อนโตที่จะได้รับ
“ฮุ่ยอิงเจ้าไปบอกท่านลุงว่าพวกเราอาจต้องอยู่นานสักหน่อย เพราะธุระยังไม่เสร็จ”
“หนิงอันเจ้าจะไปที่ใด ให้รถม้าทางวังไปส่งก็ได้นะ” พระสนมได้ยินก็รีบเสนอ เพราะหากไม่มีหนิงอันชีวิตของนางก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร
“ขอบพระทัยเพคะ แต่ว่าหม่อมฉันจะไปซื้อของอีกหลายอย่างอีกทั้งจะไปซื้อรถม้า กลัวว่าจะเป็นการรบกวนเพคะ”
“ถ้าเช่นนั้นก็คงต้องรีบตรวจ เพราะเจ้าก็มีธุระที่ต้องไปทำ”
องค์ชายห้าให้ทุกคนมาตรวจร่างกายจนครบทุกคน สรุปไม่มีใครถูกพิษสารหนูสักคนมีเพียงพระสนมผู้เดียว จึงเป็นที่แน่ชัดว่าพระสนมถูกวางยาแน่นอน หนิงอันขอตัวกลับก่อนเพราะมีหลายอย่างที่จะต้องทำ และนางบอกเขาว่าจะมารักษาขาของเขาในอีก3วันเขาจึงพยักหน้ารับอย่างพอใจ เขาเดินไม่ได้มาห้าปีแค่อีกสามวันเขารอได้