ตอนที่2 ระบบคอมพิวเตอร์

1599 Words
หนิงอันปรับทุกข์และเล่าเรื่องราวของนางว่าเป็นอย่างไรบ้างในยุคปัจจุบันให้พวกเขาฟัง พวกเขารับฟังด้วยใจที่เจ็บปวดและสงสารกับชะตากรรมของพวกนางทั้งสองคน ไม่คาดคิดว่าพอร่างนี้จากไปอีกคนที่อยู่ยังโลกที่ห่างไกลก็เข้ามาแทนที่ ฟังดูน่าเหลือเชื่อแต่ว่ามันก็คือความจริง “ต้องให้เรียกเจ้าว่าอย่างไร?” “เรียกหนิงอันนั่นแหละเจ้าค่ะ” ทุกคนพยักหน้ารับก่อนจะได้ยินเสียงโหวกเหวกดังขึ้นมาจากทางเข้าหน้าบ้าน เหมือนจะมีคนหลายคนพากันมาที่นี่ ฮุ่ยหมิ่งชะเง้อคอมองออกไปอย่างสงสัยว่าใครมา เพราะปกติไม่เคยมีใครเหยียบย่างมาที่นี่เลยสักคน “ทางนี้เจ้าคะท่านเจ้าหน้าที่ ท่านต้องรีบไล่พวกนางไปอยู่ที่อื่นนะเจ้าคะ ดูสิเนี่ยะคนในหมู่บ้านเริ่มป่วยทีละคนสองคน ต้องเป็นเพราะนังตัวซวยนั่นแน่ ๆ ตั้งแต่พวกเขาย้ายมาอยู่หมู่บ้านเฉินอัน ก็เกิดเรื่องตลอดนั้นเรื่องนี้ตลอด นังตัวอัปมงคล!” จางมู่ซวนหัวหน้าหมู่บ้านและจางลี่ถงภรรยาของเขา เดินนำหน้าเจ้าหน้าที่สองคนและคนในหมู่บ้านอีกห้าหกคน พากันมาด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราดและไม่พอใจเป็นอย่างมาก อย่างไรเสียพวกเขาต้องขับไล่ครอบครัวนี้ให้ออกไปจากหมู่บ้านให้จงได้ ฮุ่ยหมินรีบลุกขึ้นยืนตามด้วยฮุ่ยเหม่ย ฮุ่ยอิงและหนิงอัน ทุกคนมองกลุ่มที่เดินเข้ามาด้วยสีหน้าสงบนิ่ง เพราะคาดเดาว่าพวกเขาคงมาเรื่องของหนิงอัน “ฮุ่ยหมิ่นเจ้าต้องพาครอบครัวของเจ้าย้ายไปที่อื่นเดี๋ยวนี้เลย เป็นเพราะนางที่เป็นตัวอัปมงคล ชาวบ้านถึงต้องล้มป่วยโดยไม่ทราบสาเหตุเช่นนี้ ท่านหมอก็ไม่สามารถรักษาได้ พวกเจ้ารีบเก็บข้าวของแล้วย้ายไปซะ! ก่อนทุกคนจะตายกันหมดทั้งหมู่บ้าน” จางลี่ถงสตรีปากกล้า พอมาถึงก็รีบตะโกนบอกฮุ่ยหมิ่นทันทีด้วยสีหน้าถมึงทึง ชาวบ้านที่มาด้วยรีบเอ่ยเสริมขึ้นมาทันที “ใช่ ๆ ย้ายออกไปเลยเมื่อก่อนหมู่บ้านเราไม่เคยเกิดเรื่องอันใด แต่พอมีนางมาอยู่ชาวบ้านมีเรื่องเดือดร้อนกันไปทั่ว คราวนี้มีคนล้มป่วยท่านหมอก็ยังหาสาเหตุไม่พบ ข้าว่าต้องเป็นนังตัวกาลกิณีหนิงอันแน่ หากเจ้าไม่รีบย้ายออกไป พวกข้าจะจับนางเผาไฟเสีย” “ใช่ ๆ ออกไป ๆ” ฮุ่ยหมิ่นหันมามองฮุ่ยเหม่ยว่าจะเอาอย่างไรดี นางจึงหันไปมองหนิงอันที่ยืนนิ่งมองพวกเขาอย่างครุ่นคิด ฮุ่ยอิงจึงกันไปถามหนิงอัน “เอาอย่างไรดี?” “เดี๋ยวข้ามา” หนิงอันเดินเข้าไปหยิบร่มที่ท่านปู่เทพเซียนให้มา นางไม่รู้ว่าร่มคันนี้ทำอะไรได้บ้าง เพราะนางยังไม่ได้ทดลองทำอะไรเลย พวกเขาก็พากันมาเช่นนี้แล้ว นางจึงต้องลองเสี่ยงดูเพราะอ่านนิยายดูซีรีส์มาเยอะ ลองดูหน่อยแล้วกัน หนิงอันจึงรีบกางร่มออกทันที “ท่านหัตถ์ทองคำท่านต้องการสิ่งใด?” “พวกท่านได้ยินเสียงพูดหรือไม่เจ้าคะ?” พวกเขามองนางก่อนจะส่ายหัว คงมีเพียงนางได้ยินสินะ หนิงอันจึงตัดสินใจถามร่มออกไป “ข้ามีความสามารถใดบ้าง?” “ท่านหัตถ์ทองคำมีความสามารถมากมาย เพียงใช้มือสัมผัสก็สามารถเห็นอะไรมากมายเจ้าค่ะ” “แล้วพลังการต่อสู้อะไรแบบนี้มีมั้ย?” “ย่อมมีแน่นอนแต่ว่าตอนนี้ระดับของท่านอยู่ที่ศูนย์ หากจะมีพลังต้องสะสมบุญและบารมี ตอนนี้ร่มที่กางอยู่เป็นสีขาว หมายความว่าท่านยังไม่มีพลังที่สูงนัก” หนิงอันถอนใจออกมาของฟรีไม่มีในโลกจริง ๆ ทำความดีแลกพลัง หนิงอันมองสถานการณ์อย่างครุ่นคิดว่าจะเอาอย่างไรดี “ข้าจะทำอย่างไรดี?” “ท่านรักษาคนป่วยได้ ลองสัมผัสมารดาเจ้าดูสิ” หนิงอันรีบยื่นมือไปจับแขนของฮุ่ยเหม่ย จากนั้นเสียงในหัวของนางดังขึ้น “ป่วยเป็นไข้หวัด ระดับอาการไข้อยู่ที่50เปอร์เซ็นต์ใกล้หายแล้ว ให้ดื่มน้ำสะอาดมาก ๆ อาการจะดีขึ้นในเร็ววัน” หนิงอันได้ฟังก็ฉีกยิ้มออกมาอย่างดีใจ ไหนลองจับท่านพ่อดูหน่อย “ร่างกายแข็งแรงดี” หนิงอันยกยิ้มก่อนจะหันไปจับฮุ่ยอิง “ร่างกายแข็งแรงดีแต่ต้องบำรุงขาดสารอาหารเช่นโปรตีน” หนิงอันหลุดหัวเราะออกมานี่มันระบบคอมพิวเตอร์ชัด ๆ บ้าไปแล้ว ไหนลองจับพี่หญิงที่เป็นวิญญาณดูหน่อย “เป็นวิญญาณไร้การตอบสนอง” หนิงอันระเบิดหัวเราะออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ สุดยอดเกินไปแล้ว ฮุ่ยหมิ่น ฮุ่ยเหม่ย ฮุ่ยอิง พวกเขามองท่าทางของหนิงอันอย่างไม่เข้าใจ เกิดอะไรขึ้นหรือว่านางจะเป็นบ้าไปแล้ว แต่แล้วหนิงอันก็เอ่ยออกมาด้วยเสียงอันดังฟังชัด เพื่อให้ทุกคนที่มาเยือนได้ยิน “ข้าสามารถรักษาคนป่วยให้หายได้” “ดาวหายนะเช่นเจ้านะรึจะมารักษาคนป่วย ข้าว่าเร่งเขาให้ตายเร็วขึ้นนะสิไม่ว่า อย่ามัวยื้อเวลารีบเก็บข้าวของออกไป ไม่เช่นนั้นพวกข้าจะพังบ้านของพวกเจ้าทิ้งซะ” “ข้ารักษาให้หายได้จริง ๆ เจ้าค่ะ เอาเช่นนี้เรามาเดิมพันกัน หากข้ารักษาให้หายได้พวกท่านต้องให้พวกข้าอยู่ต่อ แต่หากว่าข้ารักษาไม่ได้พวกข้าจะยอมจากไปแต่โดยดี” “จะบ้าหรือยังไงใครจะกล้าเสี่ยง ขนาดท่านหมอยังหมดทางรักษา แล้วเด็กน้อยเช่นเจ้าอีกทั้งเป็นตัวอัปมงคลจะเอาปัญญาที่ไหนมารักษา อย่ามามัวเสียเวลายิ่งเจ้ารั้งอยู่นาน ความปลอดภัยของคนในหมู่บ้านก็ยิ่งน้อยลงทุกที” หนิงอันมองจางลี่ถงอย่างหมั่นไส้ หญิงยุคโบราณนี่ปากดีไม่แพ้ยุคปัจจุบันเลยจริง ๆ “ตามใจเจ้าค่ะ ท่านพ่อ ท่านแม่ เราเก็บของกันเถอะเจ้าคะ” “เดี๋ยว!” ชายผู้หนึ่งร้องเรียกเอาไว้ ก่อนจะเอ่ยขึ้น “ข้าจะรีบไปพาเขามา ในเมื่อท่านหมอไม่อาจรักษาได้แล้ว ก่อนเขาจะตายข้าก็อยากลองเสี่ยงดูสักครั้ง” เขากล่าวจบก็รีบวิ่งไปทันที ครึ่งก้านธูปต่อมาเขาก็วิ่งมาพร้อมรถลาก ที่มีเด็กน้อยวัยสิบขวบนอนอยู่บนนั้น จางลี่ถงเห็นเช่นนั้นก็รีบเดินไปขวางทันที “เจ้าจะบ้ารึอย่างไรพาบุตรชายมาให้นางฆ่าถึงที่” ชายผู้นั้นไม่สนใจลากรถมาวางตรงหน้าหนิงอัน “หากแม่นางน้อยช่วยได้ ข้ายินดีมอบทรัพย์สินที่ข้ามีมอบให้แม่นางน้อย” ฮุ่ยหมิ่น ฮุ่ยเหม่ย ฮุ่ยอิง เริ่มเป็นกังวลขึ้นมา นางรักษาคนป่วยได้จริงเหรอ “หนิงอันเจ้าแน่ใจนะว่ารักษาได้” หนิงอันหันมายิ้มให้ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างร่าเริง “ไม่ลองไม่รู้เจ้าค่ะ” พวกเขาถอนใจออกมาอย่างหนักใจ ลู่หลินเดินกางร่มไปจับชีพจรของเด็กคนนั้น ก่อนจะมีเสียงดังขึ้นมาในหัว “เหมือนจะเป็นไข้หวัดใหญ่ไข้สูงมากต้องรีบช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน ไม่เช่นนั้นอาจตายได้” หนิงอันรับฟังด้วยใจที่เต้นแรง เพราะคำว่าอาจตายได้ ทำให้นางเริ่มกลัวว่านางจะช่วยไม่ได้ “ข้าต้องช่วยเขาอย่างไร?” หนิงอันเพียงถามในใจ แต่ระบบกลับตอบออกมา “ยาต้านไวรัสแขวนไว้ในร่ม ระวังยานี้อาจมีอาการคลื่นไส้และอยากอาเจียน หมั่นเช็ดตัวให้ไข้ลดและดื่มนำ้มาก ๆ โรคนี้เป็นโรคติดต่อควรให้ทุกคนปิดจมูกและต้องล้างมือเป็นประจำ” หนิงอันเงยหน้ามองร่มที่นางถือก็เห็นห่อย่าแขวนเอาไว้จริง ๆ นางรีบหยิบออกมาแกะก่อนจะเห็นเม็ดยาอยู่ในนั้น “ท่านลุงช่วยป้อนยานี้ให้เขาทีเจ้าค่ะแล้วพาเขาไปนอนบนแคร่ เราต้องเช็ดตัวให้ไข้ลดเจ้าค่ะ” ชายผู้นั้นไม่รอช้ารีบประคองร่างของบุตรชายแล้วบีบปากยัดเม็ดยาลงไป ฮุ่ยหมิ่งรีบเทน้ำส่งไปให้เขา เขารับไปป้อนบุตรชายอย่างรวดเร็วพร้อมเอ่ยบอกบุตรชายว่าให้รีบกลืนยา จากนั้นเอาก็อุ้มร่างของเขาไปนอนบนแคร่หน้าบ้าน ฮุ่ยอิงรีบวิ่งไปเอาหมอนและผ้าอย่างรู้งานเพราะได้ยินสิ่งที่หนิงอันพูด “เขาป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ โรคนี้ติดต่อกันได้ง่ายจากการหายใจ จาม ไอ และจากการสัมผัส เพราะฉะนั้นเราต้องหมั่นล้างมือให้สะอาดอยู่ตลอดเวลาเจ้าค่ะ” หนิงอันบอกไปด้วยเช็ดตัวให้เด็กคนนั้นไปด้วย “อีกสองชั่วยาม (4ชั่วโมง) ให้เขากินยาอีกครั้งเจ้าค่ะ”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD