จ้าวลัทธิหอบร่างกายอันบอบช้ำอย่างหนักกลับมาที่ถ้ำบนภูเขาสูงชัน พอเขาเข้ามาถึงภายในถ้ำก็ได้กระอักเลือดออกมาอีกครั้ง นางมารเล็บแดงหันมาเห็นถึงกลับทะลึ่งตัวลุกขึ้นด้วยความตกใจ นี่มันเกิดอะไรขึ้น! เขาพลาดท่าเสียทีให้ใครหรือ นางรีบตรงเข้าไปพยุงร่างของเขามาที่เตียง
“เกิดอะไรขึ้น?”
“ข้ารับปากนายอำเภอชุนลี่ถังว่าจะจัดการองค์ชายห้าให้ แลกกับการปิดหูปิดตาเรื่องเด็กที่เสียชีวิต แต่ใครจะรู้ว่าองค์ชายห้ามีเด็กแฝดนรกคอยปกป้องเขาอยู่” เขาเอ่ยขึ้นด้วยความรู้เจ็บใจและเคียดแค้น พลาดท่าเสียทีให้เด็กมันน่าขายหน้าชะมัด!
“เด็กแฝดนรก?”
“ใช่ พลังปราณของพวกนางแข็งแกร่งมาก ข้าสูญเสียคนมีฝีมือไปถึงยี่สิบคน วิชาของพวกนางก็แปลกประหลาดเกิดมาข้าก็เพิ่งเคยเห็น แต่ที่น่าสนใจก็คือหัวใจของพวกนางทั้งสองคน” พอได้ยินคำว่าหัวใจนางมารเล็บแดงก็หูผึ่ง
“หัวใจของพวกนางทำไมหรือ?”
"หัวใจของพวกนางเป็นปราณทิพย์บริสุทธิ์ หากได้มาทำยาก็ไม่จำเป็นต้องฆ่าเด็กอีก70ชีวิต”
นางมารเล็บแดงพอได้ยินใจก็เต้นระริกด้วยความตื่นเต้นดีใจอย่างยากจะระงับ หัวใจที่มีปราณทิพย์บริสุทธิ์ นางเฝ้ารอมาหลายพันปียังไม่เคยพบเห็น สงสัยนางต้องลงไปจัดการด้วยตัวเอง เท่าที่ฟังเขาพูดพวกนางมีพลังปราณอันแข็งแกร่ง ขนาดเขายังพลาดท่าเสียทีและสูญเสียคนไปถึงยี่สิบคน นางไม่แปลกใจเลยสักนิดเพราะคนที่มีหัวใจที่พิเศษจะธรรมดาได้อย่างไร
หัวใจของพวกนางนอกจากจะทำให้นางกลับมามีพลังแล้ว ปราณทิพย์ยังทำให้นางเป็นอมตะในเรื่องความงดงามอย่างยั่งยืนตลอดไป ไม่ได้นางต้องลงจากเขาไปดูให้เห็นกับตาตัวเอง
ทางด้านคนของนายอำเภอชุนลี่ถังได้ออกมาสืบข่าวที่วังเหมันต์ แต่กลับพบว่าทุกอย่างดูปกติดีราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยสักนิด หรือว่าจ้าวลัทธิจะไม่ได้ลงมือในวันนี้ อี้ไห่ได้แต่คิดอย่างแปลกใจ แต่ก็รีบกลับมาที่จวนนายอำเภอแล้วรายงานสิ่งที่เขาได้พบเห็น
“นายท่านทุกอย่างดูปกติดีขอรับ”
“ปกติดี! จะเป็นไปได้อย่างไร ไหนเขาบอกจะลงมือวันนี้ นี่มันหมายความว่าอย่างไรกัน!” ชุนลี่ถังทุบโต๊ะดังปัง! ด้วยความโมโห บุรุษผู้นี้เชื่อถือไม่ได้เขาต้องไม่หลงกลเชื่อเขาอีก แต่แล้ว ฟิ้วววว ปึก!! ลูกธนูถูกยิงมาปักลงบนต้นเสาอย่างแม่นยำ พร้อมกระดาษที่พันเอาไว้กับลูกธนู อี้ไห่รีบเดินไปกระชากลูกศรออกจากเสา แล้วดึงม้วนกระดาษออกมาแล้วนำไปส่งให้ชุนลี่ถัง
เขารีบแกะกระดาษเปิดอ่านอย่างเร่งรีบ ก่อนจะผงะหน้าซีดเผือดจนไร้สีเลือด เขาทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างอ่อนแรง อี้ไห่รีบเข้ามาหยิบกระดาษที่ชุนลี่ถังยื่นให้เขา พอเขาได้อ่านก็ถึงกับตกตะลึง “องค์ชายห้ามีแฝดนรกคอยปกป้องคุ้มครอง แผนการล้มเหลวจ้าวลัทธิบาดเจ็บสาหัส”
“ขนาดจ้าวลัทธิยังทำไม่สำเร็จ แฝดนรกที่อยู่ข้างกายองค์ชายห้าคงมีฝีมือไม่ธรรมดา” ชุนลี่ถังเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
“เจ้าลองไปสืบดูว่าแฝดนรกนั่นคือใคร”
“ขอรับ”
ชุนลี่ถังถอนใจออกมาด้วยความหนักใจ จากที่เคยคิดว่าการกำจัดองค์ชายห้าเป็นเรื่องที่ง่ายดาย ทว่ามายามนี้กลับไม่ง่ายเสียแล้ว โชคดีที่เขาไม่ส่งคนของเขาไปแต่เป็นจ้าวลัทธิที่เสนอไปจัดการให้ เขาต้องรีบส่งข่าวไปบอกองค์รัชทายาทให้รับรู้เรื่องนี้เอาไว้
วังเหมันต์
หนิงอันเดินไปตรวจขาขององค์ชายห้าอีกครั้ง นางรับรู้ได้ว่าเลือดลมของเขาเริ่มไหลเวียนเป็นปกติแล้ว นางยกยิ้มขี้นมาอย่างพอใจ องค์ชายห้าอู่ห่าวหรานขยับเปลือกตาก่อนจะลืมตาขึ้นมาอย่างช้า ๆ หนิงอันส่งยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน เขาก็ส่งยิ้มกลับคืนมาให้
“องค์ชายลองขยับขาดูเพคะ”
องค์ชายห้าภายในใจลุ้นระทึกว่าขาของเขาจะขยับได้หรือไม่ เขาค่อย ๆ ยกขาขวาขึ้นมาและวางลง จากนั้นเขาก็ยกขาซ้ายและวางลง ดวงตาของเขาสั่นระริกด้วยความตื่นเต้นดีใจ ขาของเขาขยับได้แล้วจริง ๆ เขาลุกพรวดพราดขึ้นมา จากนั้นก็ก้าวขาลงจากเตียงแล้วเดินไปเดินมาเพื่อให้แน่ใจว่าเขากลับมาเดินได้แล้วจริง ๆ
“หนิงอัน หนิงฮวา ขอบใจเจ้าสองคนมากบุญคุณครั้งนี้ข้าจะจดจำไปตลอดชีวิต”
“เสด็จแม่” เขาหันไปเรียกมารดาก่อนจะตรงเข้าไปสวมกอดด้วยความดีใจ พระสนมนำ้ตาไหลออกมาด้วยความปลาบปลื้มดีใจไม่ต่างกัน หมดเคราะห์กรรมเสียทีนะองค์ชายห่าวหราน หนิงอันมองภาพนั้นด้วยความประทับใจ
“หนิงอัน หนิงฮวา ข้าต้องขอบใจพวกเจ้าทั้งสองคนมากที่ให้การช่วยเหลือทุกสิ่งทุกอย่าง สิ่งที่พวกเจ้าเอ่ยขอก่อนหน้านี้ ข้าและองค์ชายห้ารับปากว่าจะสนับสนุนเจ้าอย่างเต็มที่”
“ขอบพระทัยเพคะ เช่นนั้นเรามาฉลองกันเถิดเพคะตอนนี้หม่อมฉันรู้สึกหิวนิดหน่อย หม่อมฉันมีอาหารจานด่วนอร่อยสะดวกและรวดเร็วมานำเสนอเพคะ” เอ่ยจบหนิงอันก็ขอมาม่ามาทั้งหมดมาห้าลัง มีรสหมูสับและรสต้มยำกุ้ง หนิงอันหันมายิ้มให้ทุกคนอย่างสดใสร่าเริง
“หนิงอันแต่ว่าที่นี่เรามีพ่อครัวทำอาหาร เดี๋ยวให้คนไปบอกที่ห้องเครื่องไม่นานก็ได้กินแล้ว” พระสนมเอ่ยขึ้น แต่หนิงอันก็รีบเอ่ยอธิบายขึ้นมาทันที เพราะใจนางอยากกินมาม่า ก็เลยอยากให้ทุกคนลองชิมดูด้วย
“พระสนมต้องลองอาหารของหม่อมฉันรับรองว่าอร่อยแน่นอนเพคะ” จากนั้นนางก็บอกให้คนไปแจ้งพ่อครัวให้ต้มน้ำและให้นำถ้วยออกมา นางทำตัวอย่างให้ทุกคนดู ด้วยการแกะห่อมาม่าแล้วนำไปวางในถ้วย จากนั้นก็เป็นเครื่องปรุง นางบอกรอน้ำเดือดแล้วนำมาเทใส่ แล้วปิดฝาไว้สักพักก็กินได้
หนิงอันแจกจ่ายมาม่าให้ทหารในวังและนางกำนัลได้ลองทำเพื่อจะได้กินพร้อมกัน ทุกคนจึงลองทำตามอย่างสนุกสนาน จากนั้นเมื่อได้ชิมรสชาติทุกคนถึงกับตาเบิกกว้าง
“หนิงอันอร่อยมากเลย สิ่งนี้เรียกว่าอะไรหรือ?”
“สิ่งนี้เรียกว่ามาม่าเพคะ ใช้กินช่วงเวลาเร่งรีบและไม่มีเวลา หากกินบ่อยเกินไปจะไม่ดีต่อสุขภาพเพคะ เพราะไม่มีสารอาหารมากนัก”
ทุกคนกินไปก็ฟังสิ่งที่นางบอกไปด้วย กินบ่อยไม่ดีเพราะไม่มีสารอาหาร แต่ว่าอร่อยมากขนาดนี้พวกเขาอยากกินทุกวัน หนิงอันรู้ว่าบุรุษห่อเดียวคงไม่พอนางจึงยกออกไปให้พวกเขาทั้งลัง พวกเขาตาโตด้วยความดีใจมองนางอย่างขอบคุณ
วันนี้ทุกคนเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยตาตนเองไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ แม้จะสงสัยว่าพวกนางเป็นใครกันแน่ แต่ก็ได้แต่เพียงเก็บความสงสัยเอาไว้ภายในใจ เพราะพระสนมบอกว่า ถึงจะสงสัยก็ให้เก็บเอาไว้ในใจเพราะถึงอย่างไรพวกนางก็คือผู้มีพระคุณ ทุกคนจึงเลิกใส่ใจ
“องค์ชายเรื่องคุณไสยคงต้องทำพิธีในวันที่พระจันทร์เต็มดวง หม่อมฉันจะกลับมาอีกครั้งเพคะ”
“ได้”
วันต่อมา ณ จวนของนายอำเภอชุ่นลี่ถัง อี้ไห่รีบกระหืดกระหอบเข้ามารายงาน เพราะเขาอยู่คอยเฝ้าดูอยู่นอกวังตลอดทั้งคืนจนถึงรุ่งเช้าของวันใหม่ เมื่อเขาเห็นรถม้าวิ่งออกมา เขาก็สะกดรอยตามจนรู้ว่าหนิงอันและหนิงฮวาเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน
แต่ว่าจะเป็นพวกนางจริงหรือ พวกนางยังดูเด็กและเยาว์วัยมาก จะมีความสามารถมาประมือกับสุดยอดฝีมือได้อย่างไรกัน อี้ไห่มองอย่างไรก็ไม่เชื่อว่าจะเป็นพวกนาง วังเหมันต์ต้องมีฝาแฝดอีกแน่
“เรียนนายท่านข้าได้สะกดรอยตามรถม้าที่ออกจากวังเหมันต์ จึงได้รู้ว่าเป็นหนิงอันที่เคยมาขายสมุนไพรให้กับวังเหมันต์ขอรับ และข้ายังได้รู้ว่านางมีพี่สาวฝาแฝดนามว่าหนิงฮวา แต่ว่าจะเป็นพวกนางจริงหรือขอรับ พวกนางยังเด็กมากจะมีฝีมือไปต่อสู้กับยอดฝีมือได้อย่างไร”
ชุนลี่ถังยกมือขึ้นมาลูบคางอย่างใช้ความคิด จะเป็นพวกนางหรือไม่เรื่องนี้ต้องพิสูจน์ให้หายคลางแคลงใจ
“เราต้องพิสูจน์ให้หายสงสัย”
“อย่างไรขอรับ”
“ยิงธนูไปใส่พวกนางดูสิว่าพวกนางจะทำอย่างไร?”
“ขอรับ”
หนิงอันเมื่อกลับมาถึงบ้านก็เห็นทุกคนมายืนรออยู่ด้วยความเป็นห่วง เมื่อทุกคนเห็นว่าพวกนางกลับมาอย่างปลอดภัยก็โล่งใจ ก่อนจะสอบถามว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างรักษาขาองค์ชายได้หรือไม่ หนิงอันจึงเล่าให้ทุกคนฟังตั้งแต่ตอนไปถึง ทุกคนฟังด้วยใจที่เต้นระทึก โชคดีที่พวกนางมีกำไลมิติ จึงสามารถรับรู้ได้ทันทีว่าอาหารมีพิษ
“พวกเจ้าต้องระวังตัว พวกเขาต้องกลับมาแก้แค้นพวกเจ้าแน่” เทพมังกรดำเอ่ยขึ้น
“ข้าจะระวังตัวเจ้าค่ะ”
“หนิงอันช่างก่อสร้างมารอเจ้าอยู่นานแล้ว” ฮุ่ยเหม่ยรีบเอ่ยบอกหนิงอัน นางจึงรีบเดินไปหาพวกเขาทันที หนิงอันไม่มีปัญหากับราคาที่เขาตีมา นางจึงเดินไปหยิบตั๋วเงินมาให้เขาครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งนางจะจ่ายให้ตอนงานจบ หรือหากเขาต้องเงินเบิกเงินส่วนที่เหลือไปซื้ออุปกรณ์ก่อสร้างก็เบิกได้ตลอดเวลา แต่วงเงินจะอยู่ในส่วนที่เขาตีราคาเอาไว้ช่างก่อสร้างพอใจและพร้อมจะลงมือทำงานในวันถัดไป จากนั้นก็ขอตัวกลับไป
หนิงอันเดินไปดูกลุ่มชาวบ้านที่มาถางหญ้า ก็ยกยิ้มขึ้นมาอย่างพอใจ ดูเหมือนยามนี้ทุกคนจะพร้อมใจกันมาทำงานกันหมดทั้งหมู่บ้าน เพราะจากที่นางคาดคะเนจากสายตาดูเหมือนจะมีเกือบ100คน
แต่แล้วเสียงในหัวก็ดังขึ้นมา “ระวังมีคนร้าย” จากนั้นก็มีเสียงบางอย่างพุ่งเข้ามา
ฟิ้ววว หนิงอันหันไปมองก่อนจะยกมือขึ้นมาตั้งรับตามสัญชาตญาณ ลูกธนูหลายสิบดอกหยุดอยู่กลางอากาศทันที หนิงอันคิดในใจหากว่านางไม่มีพลังยุทธก็คงถูกสังหารตายไปแล้ว หนิงอันเหยียดยิ้มออกมากับพวกรนหาที่ตาย
แต่ว่าวันนี้นางจะแค่สั่งสอนก็แล้วกัน หนิงอันหมุนข้อมือจากนั้นก็สะบัดฝ่ามือออกไป ลูกธนูหลายสิบดอกที่ลอยค้างอยู่ในอากาศ หมุนกลับไปยังคนที่ยิงมาทันที กลุ่มของอี้ไห่ราวสิบห้าคนที่แอบอยู่ในพุ่มไม้ ต่างพากันวิ่งแตกกระเจิงคนละทิศละทาง แต่ลูกธนูกลับพุ่งตามอย่างไม่ลดละ
“ช่วยด้วย! ช่วยด้วย!”
หนิงอันยกแขนขึ้นมากอดอกแล้วมองตามพวกเขาไปอย่างสะใจ สมน้ำหน้าวิ่งไปเลยนะจะได้ผอม ๆ