Ep.13 เดทแรก(2)

1201 Words
‘… อัยย์หมายถึงเรื่องแบบนี้หรือเปล่านะ?’ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงๆ อัยย์ก็คงเป็นผู้ชายที่เล่นด้วยไม่ง่ายเสียแล้ว เพราะชายที่มีความคิดที่ลุ่มลึกคงไม่ตกหลุมพรางเขาง่ายๆ ทว่าเมื่อนึกทบทวนว่าคำพูดดังกล่าวของอัยย์ ตรงกับสิ่งที่อธิบายในหัวอย่างคิดเองเออเอง แดนเหนือก็หัวเราะออกมา “หึ หึ ผมคิดว่าคุณจะตอบคำถามราวกับอยู่ในเทพนิยายไม่ต่างจากก่อนหน้านี้ซะอีก” บรรยากาศที่ไร้ซึ่งความตึงเครียดแผ่ฟุ้งออกมาอย่างรวดเร็ว นั่นทำให้แดนเหนือผ่อนคลายไปชั่วขณะ อัยย์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงทะเล่อทะล่าผิดกับเมื่อครู่นี้ยังสิ้นเชิง “เอ๊ะ? คุณเข้าใจที่ผมพูดด้วยเหรอ? ปกติแล้วทุกคนจะพูดตอบผมว่าคิดลึกเกินไป พูดไม่รู้เรื่อง หรือไม่ก็มองโลกในแง่ร้ายบ้างล่ะ” “เข้าใจสิครับ คำพูดของคุณมันคือความจริงที่ใครๆ ต่างก็พบเจอกันนี่นา แล้วแต่ว่าพวกเขาจะตระหนักถึงเรื่องนี้ตอนไหน” แต่พอพูดโพล่งออกไปตามสิ่งที่คิด แดนเหนือก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองถูกโยนเข้าไปในรังของแมงมุมโดยไม่รู้ตัว เนื่องจากว่าชีวิตที่เขามีอยู่ ถ้าคิดตามมุมมองดังกล่าวนั่นหมายความว่าเขาต่ำกว่าสัตว์ในสายตาของอัยย์หรือไม่? คำพูดที่กล่าวคล้ายเย้ยหยันถึงได้ย้อนกลับมาหาผู้พูด รอยยิ้มที่มีเริ่มจางหายไป “อัยย์เชื่อในพระเจ้าหรือครับ? เพราะก่อนหน้านี้คุณพูดราวกับว่าการมีเซ็กซ์คือเรื่องที่ผิดอย่างไรอย่างนั้น” หากจำไม่ผิดในศาสนาคริสต์ การมีเพศสัมพันธ์คือพิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่ทำไปเพื่อการสืบทอดทายาทเท่านั้น หากทำด้วยวัตถุประสงค์อื่นนั่นเท่ากับว่าพวกเขากำลังทำบาป ทั่วทุกหนแห่งราวกับเงียบไปชั่วขณะ แม้แต่ชายร่างบางเองก็นั่งจ้องเขานิ่งๆ โดยไม่ขยับเขยื้อน แต่สุดท้ายแล้ว… “อา ผมไม่เชื่อในพระเจ้าหรอกครับ” อัยย์ยิ้มออกมา ในขณะที่ใช้ช้อนคนกาแฟในแก้วจนเกิดเสียง แขนอีกข้างที่พิงพาดกับโต๊ะเพื่อพยุงศีรษะชวนให้เห็นถึงบรรยากาศเกียจคร้าน “อีกอย่าง…ถ้าผมเชื่อในพระเจ้า ผมในตอนนี้คงได้ตกนรกแน่ๆ เลยครับ เพราะผมไม่ใช่คนดีอะไรขนาดนั้น แต่ว่าถ้าหากพระเจ้าตายแล้วอย่างที่นิชเช่*พูด การมีอยู่ของมนุษย์ก็จะสมเหตุสมผล” น้ำเสียงนั้นฟังดูยานครางและแผ่วเบาเล็กน้อย “อา ผมเริ่มไม่เข้าใจสิ่งที่คุณพูดแล้วล่ะครับ” แดนเหนือไม่เข้าใจว่านิชเช่คือใคร เพียงแค่คุ้นๆ ชื่อว่าคงเป็นนักปรัชญาคนหนึ่ง ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เขาสงสัยความนึกคิดอันลึกซึ้งที่ราวกับผ่านโลกมาหลายปีของเด็กหนุ่มที่อายุเพียงสิบแปดตรงหน้า หรือเขาอาจคิดมากเกินไป เพราะนี่อาจเป็นเพียงคุณสมบัติของพวกเด็กเรียน “ขอโทษครับ ผมอ่านหนังสือเยอะไปหน่อย แต่สิ่งที่ผมหมายถึงก็คือถ้าหากเรานิยามมนุษย์ว่าเป็นผู้ที่ปรนเปรอความปรารถนาของตัวเองอย่างแท้จริงไม่ใช่ผู้ประเสริฐ การทำเรื่องอะไรก็ตามก็ไม่ใช่เรื่องผิดหรอกครับ” “แล้วนั่นมันเกี่ยวกับเรื่อง ‘ความรัก’ ตรงไหนกัน?” “สำหรับผมแล้ว ผมไม่รู้หรอกครับว่าความรักที่อยู่นอกเหนือจากครอบครัวหรือเพื่อนมีอยู่จริงไหม? เพราะผมไม่เคยมีประสบการณ์เรื่องนี้มาก่อน แต่ถ้าเป็นความหลงใหล และความอยากแล้วล่ะก็ผมคิดว่าสิ่งนี้คือสิ่งที่นำพาไปสู่เรื่องทางเพศครับ …มันไม่ใช่ความรักที่แท้จริง เพราะความรักในฝันของผมเป็นอะไรที่บริสุทธิ์มากกว่านั้น” ตึกตัก หลังจากที่ได้ยินถ้อยคำเช่นนั้น ความปวดหน่วงที่ปรากฏขึ้นในอกอย่างฉับพลันคล้ายกับนำพาความทรงจำอันไม่น่าปรารถนาเข้ามาในมโนสำนึก แดนเหนือนึกถึงผู้ชายคนหนึ่งที่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่เขาเลือกเข้าหาอัยย์ ชายคนนั้นที่มักเอ่ยคำว่ารักอย่างตื้นเขิน ‘แดนเหนือ ครูน่ะรักเธอมากเลยนะ เพราะแบบนั้นครูขอทำแบบเมื่อวานได้ไหม?’ ‘ได้ไหม? ถ้าไม่ทำล่ะก็ ครูคงรักเธออีกต่อไปไม่ได้แล้ว’ ฝ่ามือหนากำแน่นเข้าหากันอย่างไม่รู้ตัว แววตาสั่นระริก และไม่อาจจ้องมองคนตรงหน้าได้ แต่สุดท้ายสิ่งที่เขาทำคือการหลับตาลง และเผยรอยยิ้มที่เปรียบเหมือนหน้ากากที่ดีที่สุดออกมา เขาทำมันในขณะที่ปั้นแต่งถ้อยคำสวยหรู “ในสักวันคุณก็จะเข้าใจความรู้สึกนั้นเอง ถ้าหากคุณได้ตกหลุมรักใครสักคน” “แล้วคุณล่ะ ความรักของคุณคืออะไรอย่างงั้นเหรอ?” คำถามที่แดนเหนือยากที่จะตอบ เพราะเมื่อนึกถึงผู้ชายคนนั้นเขาก็ควรนึกถึงความรักอันไร้เงื่อนไขที่เขาเชื่อมาโดยตลอด แต่เมื่อถูกทรยศหักหลังเพียงครั้ง ทัศนคติในการมองโลกก็เปลี่ยนไปในทันใด “ไม่รู้สิครับ ผมก็แค่ทำทุกอย่างตามความรู้สึกของตัวเอง และผมก็คิดว่าพวกเราไม่สามารถเป็นม่านวัดของอะไรได้หรอกครับ เพราะถ้าหากเราหาคำตอบของทุกอย่างได้ พวกเราก็คงไม่สับสน และมีเรื่องกังวลมากมายในชีวิต” มันจะมีความหมายหรือไม่ก็ช่างมันประลัย เพราะแดนเหนือไม่อยากที่จะคิดอะไรให้ซับซ้อน เขาก็แค่อยากใช้ชีวิต และทำในสิ่งที่ตัวเองมีความสุขก็พอแล้ว อัยย์จ้องมองแดนเหนือที่กำลังนั่งก้มหน้าด้วยรอยยิ้มจางๆ แววตาที่จ้องมองตรงมานั้นคงไม่มีใครสามารถรับรู้ได้เลยว่าเจ้าตัวกำลังคิดอะไรอยู่ อัยย์ก็แค่นั่งเท้าคาง และหัวเราะเบาๆ “ผมชอบที่ได้คุยกับแดนเหนือที่เป็นแบบนี้จัง” สุดท้ายแล้วบรรยากาศทุกอย่างก็ถูกเปลี่ยนไป เมื่ออัยย์เริ่มกลับมาสนใจเกี่ยวกับการเดตที่คลุมเครือนี้ ซึ่งหลังจากที่ทานข้าว พวกเขาก็ไปต่อกันที่ร้านขนม เดินช็อปปิ้งของโฮมเมด และจบลงด้วยการไปเที่ยวเล่นสวนสนุกด้วยกัน ในตอนจบของวันพวกเขานั่งชิงช้าสวรรค์และดูดอกไม้ไฟที่แดนเหนือแอบจัดขึ้นมาอย่างลับๆ ถึงแดนเหนือจะไม่สามารถพาอัยย์ไปที่ห้องนอนของตนได้สำเร็จ แต่เขาก็มองว่าการเดตในครั้งนี้ค่อนข้างน่าพึงพอใจ เพราะนานมากแล้วที่เขาไม่ได้เพลิดเพลินกับการเที่ยวเล่นกับคนอื่นด้วยการโกหกที่น้อยขนาดนี้ ชายหนุ่มจดจำช่วงเวลาการเดตได้แม้จะวางหัวบนหมอนแล้วก็ตาม เขาจำมันได้แม้กระทั่งในตอนที่ส่งอัยย์กลับที่พักอาศัย ในตอนนั้นอัยย์หันหลังกลับมาพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้า “วันนี้สนุกมาก เพราะงั้นพรุ่งนี้ที่ห้าง H มีจัดงานหนังสือ แดนเหนือสนใจอยากไปที่นั่นกับผมไหมครับ?”
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD