“เอ่อ มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าครับ? คุณดูไม่ค่อยสบายใจเลย”
ชายที่เมื่อเดินเข้าประชิดตัวเมื่อเทียบเทียมกับร่างของแดนเหนือ อีกฝ่ายสูงแค่ปลายจมูกของชายหนุ่มจึงจำใจต้องแหงนหน้าขึ้น
“อ๋า… เอ่อ…” เสียงหวานทุ้มใสที่ฟังดูน่ารับฟังดังขึ้นมา มันสั่นเทาเล็กน้อยคล้ายกับเป็นการบอกว่าเจ้าตัวที่ถูกทักกำลังประหม่า อีกฝ่ายจึงสงบตัวเองด้วยการใช้นิ้วดันขาแว่นที่ไม่ค่อยจะพอดีกับใบหน้า “อืม… ผมแค่กำลังรอเพื่อนมาน่ะครับ …ผ่านมานานขนาดนี้แล้ว เขา..คงมาไม่ได้แล้ว” เสียงนั่นฟังดูค่อนข้างหดหู่
“โอ้ นั่นแสดงว่าคุณมาร้านเหล้าคนเดียวเหรอครับ?”
ชายร่างบางพยักหน้า
“ถ้าไม่รังเกียจ ไปนั่งดื่มที่ตรงเคาน์เตอร์กันดีไหมครับ?”
“จะดีเหรอครับ? ผมไม่เคยมาที่นี่ มันอาจทำให้คุณขัดใจก็ได้”
“ถ้าเป็นแบบนั้นก็ยิ่งแล้วใหญ่เลย คุณควรมีคนแนะนำนะ อีกอย่างผู้คนตามร้านพวกนี้ไว้ใจไม่ค่อยได้หรอกนะครับ”
สุดท้ายแล้วด้วยการโน้มน้าวอันช่ำชองของแดนเหนือ เขาก็สามารถชักจูงผู้ที่เปรียบเสมือนเหยื่อรายต่อไปให้ตามมาได้สำเร็จ
“จริงสิ ผมยังไม่ได้ถามชื่อคุณเลย ผมชื่อ ‘แดนเหนือ’ จะเรียกผมว่า ‘เหนือ’ ก็ได้ แล้วคุณ…?”
“อา ส่วนผมชื่อ ‘อัยย์’ ครับ ยินดีที่ได้รู้จัก”
อัยย์ยิ้ม ก่อนที่จะหันกลับไปหาบาร์เทนเดอร์ตรงเคาน์เตอร์ที่ถามหาเครื่องดื่มจากพวกเขา
“ขอน้ำส้มครับ”
“มาร้านเหล้าทั้งที ทำไมดื่มน้ำผลไม้ล่ะครับ” แดนเหนือถามพอเป็นพิธี เพราะคาดเดาได้อยู่แล้วว่าอีกฝ่ายจะสั่งน้ำผลไม้ออกมา
“มันขมนี่นา ผมไม่ค่อยชอบเท่าไหร่”
“ผมรู้จักแอลกอฮอร์ที่มีรสชาติหวานๆ นะครับ อยากลองไหม?”
“จริงเหรอครับ? ดีเลย” อัยย์ตอบกลับอย่างรวดเร็วด้วยท่าทางที่ดูตื่นเต้น
ถึงจะรู้ก็เถอะว่าชายที่ตนเข้าหาจะดูอ่อนต่อโลกกลางคืน แต่แดนเหนือก็ไม่เคยคิดเลยว่าอีกฝ่ายจะไม่รู้เรื่องขั้นพื้นฐานสุดว่าเครื่องดื่มที่หวานในร้านเหล้ามักทำให้เมาง่าย การพูดเย้าแหย่ไปเมื่อครู่นี้จึงกลายเป็นแต้มต่อที่ทำให้แดนเหนือทำงานได้สะดวก
บางทีในคืนนี้เขาคงได้พรากพรหมจรรย์ของชายตรงหน้าได้อย่างง่ายดาย
พออัยย์ได้เหล้าผสมที่มีสีสวย และรสหวาน เขาก็จิบมันบ่อยเสียจนต้องสั่งเครื่องดื่มดังกล่าวใหม่ เนื่องจากว่าการชวนคุย และท่าทางของแดนเหนือที่ชอบยกแก้วขึ้นมาชนได้ล่อลวงให้อีกฝ่ายแสดงออกเช่นนั้น จนตอนนี้ใบหน้าที่ระบายด้วยรอยยิ้มอย่างไร้เดียงสาเริ่มมีเลือดฝาดแตะแต้มบนใบหน้าจนแดงก่ำ
“อัยย์ครับ คุณอายุเท่าไหร่เหรอ? ดูจากหน้าของคุณ คุณดูเด็กมาก”
“จริงเหรอ? แต่ผมโตแล้วนะ สัปดาห์ที่แล้วผมเพิ่งจะอายุ 18 ปีเอง” อัยย์โคลงหัวไปมาในขณะที่ตอบ รอยยิ้มที่ดูหยาดเยิ้มบ่งบอกได้ว่าเจ้าตัวได้โดนฤทธิ์ของแอลกอฮอล์เล่นงานเข้าแล้ว ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังคงดื่มด่ำกับพิษนั้นอย่างไม่รู้ตัว
แดนเหนือยังคงสวมหน้ากากผู้หวังดีจึงยิ้มพรายขึ้น ต่างจากบทสนทนาที่เอ่ยออกมาคล้ายกับว่าต้องการจะเช็คสภาพสินค้าของตัวเอง “คุณอายุน้อยกว่าผมสัก3ปีสินะ เพราะตอนนี้คุณเพิ่งบรรลุนิติภาวะเอง ถ้างั้นก็แสดงว่าคุณคงยังไม่เคยนอนกับใคร?”
เมื่อแน่ใจแล้วว่าอีกฝ่ายไม่ได้มีสติสัมปชัญญะแบบปกติ แดนเหนือจึงกล้าที่จะถามคำถามที่ระราบละล้วงเช่นนั้นออกไป เนื่องจากว่าเขาต้องการที่จะ ‘กิน’ อัยย์ในคืนนี้ แต่เขาก็ต้องการคำยืนยันที่แน่นอนว่าอีกฝ่ายยังไม่เคยผ่านมือใครมาก่อน
อัยย์ที่ได้รับคำถามจึงตอบออกมาอย่างทันควัน ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มนั้นบ่งบอกได้ถึงความมั่นใจ เขาเอียงศีรษะเล็กน้อยในขณะที่ตอบ “อย่าดูถูกผมสิ ผมน่ะนอนกับคนมาเยอะมากเลยนะ …ผมเคยนอนทั้งกับ…เพื่อน…”
แววตาสีเคยเต็มไปด้วยความสนใจคล้ายกับถูกความมืดกลืนกินไปจนหมด น่าเสียดายที่แดนเหนือไม่ชอบเล่นกับคนที่ผ่านคนอื่นมาแล้ว “โอ้ งั้นเหรอ น่าเสียดายจัง”
อาจเป็นเพราะชายหนุ่มไม่ต้องการที่จะเสียเวลา ร่างกายของเขาจึงลุกพรวดขึ้นมาเหมือนเป็นกับการเตรียมที่จะสลัดของที่ ‘ไร้ค่า’ ในสายตาของตนออก ทว่าทันใดนั้นประโยคที่ยังไม่สิ้นสุดของอัยย์จะเป็นตัวหยุดชะงักให้ชายหนุ่มอยู่ต่อ
“...กับพี่ชาย กับคุณพ่อคุณแม่ แล้วก็บุดดิ้งเจ้าหมาขนทองด้วย!!”
“...”
แดนเหนือแน่ใจแล้วว่าพวกเขาทั้งสองได้พูดกันคนละเรื่องเดียวกัน
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรหัวใจที่เต็มไปด้วยความอึดอัดกลับโล่งในทันทีที่ได้ยินข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ชายนักล่าพยายามที่จะทำความเข้าใจกับตัวเอง ในขณะที่สายตายังคงไล่มองร่างของอีกคนตั้งแต่หัวจรดเท้า
บางทีอาจเป็นเพราะเขาไม่ค่อยได้เจอกับคนที่ไม่ได้ผ่านเครื่องสำอาง หรือแต่งกายฉูดฉาดที่ยังคงดูสวยงามมากขนาดนั้น และมันก็ยิ่งยากที่จะพบคนที่ดูคารมณ์ดีเมื่อดื่มแอลกอฮอล์เข้าไป ถ้าเทียบเทียมกับคู่นอนที่เป็นจำพวกเรียบร้อยที่เขาเคยผ่านมา พอแอลกอฮอล์เข้าปากทีไรก็มักจะทำตัวน่ารำคาญคล้ายกับเผยธาตุแท้ที่ชั่วร้ายออกมาซึ่งต่างจากอัยย์โดยสิ้นเชิง นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาเกิดความรู้สึกประหลาดออกมา เพราะมันคงเป็นเรื่องที่น่าเสียดายถ้าหาไม่ได้ลิ้มลองร่างกายสดใหม่ที่ดูน่าอร่อยเช่นนี้