พวกเขาทั้งสองแยกย้ายกันไปด้วยดี โดยก่อนที่อัยย์จะเดินทางกลับ แดนเหนือก็ไม่ลืมที่จะขอแลกช่องทางติดต่อของกันและกันเอาไว้
“ถ้ากลับถึงบ้าน และมีเวลาว่างเมื่อไหร่ เดี๋ยวผมจะทักไปหานะครับ” อัยย์พูดด้วยรอยยิ้ม และจากไปอย่างรวดเร็ว
ทว่าในยามที่บานประตูได้ปิดลงเหลือเพียงแดนเหนือที่อยู่ในคอนโดอย่างเปล่าเปลี่ยว ความกลวงเปล่าในอกก็พลันเคลือบคลานเข้ามา เขาไม่ชอบความรู้สึกนี้เลย ความรู้สึกที่เหมือนกับว่าตัวเองถูกทอดทิ้งให้อยู่เพียงลำพัง และมันก็ยิ่งพอกพูนขึ้นเมื่อเขากวาดตามองไปรอบๆ ที่พักที่ดูไร้ชีวิตชีวาจนน่าขนลุก
ส่วนเหตุผลว่าทำไมห้องของเขาจึงกลายเป็นแบบนี้ ก็เป็นเพราะโดยปกติแล้วเขาใช้สถานที่แห่งนี้เพียงแค่ในตอนที่นอนหลับพักผ่อนเท่านั้น พอพระอาทิตย์ขึ้นเมื่อไรเขาก็จะออกไปสังสรรค์กับเพื่อนด้วยกิจกรรมอย่างอื่นนอกจากการไปผับบาร์ ดังนั้นเขาจึงไม่มีเวลาที่จะใส่ใจห้องของตัวเองมากนัก
เพียงไม่กี่เสี้ยววินาทีที่แดนเหนือตัดสินใจจะเดินออกนอกห้อง โดยจุดหมายปลายทางคิดเอาไว้ก็คือการหาหนึ่งใน FWB ของตัวเองสักคนเพื่อระบายความอัดอั้นที่ไม่ได้รับการปรนเปรอจากเมื่อคืน
ในตอนที่แดนเหนือกำลังจะโทรหาหนึ่งในคู่ขาของตน นภพผู้ที่เป็นเพื่อนที่สนิทที่สุดก็มากดกริ่งหน้าห้องโดยไม่มีการบอกล่วงหน้า แผนการอันฉุกละหุกนั้นจึงไม่เกิดขึ้น
“ไง เจ้าเพื่อนยาก” นภพพูดด้วยรอยยิ้มเจิดจ้าจนตาหยี ด้วยหน้าตาเทพบุตรที่ดูกวนๆ ผนวกกับผมสีน้ำตาลเป็นธรรมชาติ ทำให้ชายหนุ่มดูเหมือนผู้ชายขี้เล่นที่เรียบร้อย จนยากที่จะบอกว่าชายผู้นี้คือผู้ที่ชักชวนให้แดนเหนือเข้าสู่วงการโลกกลางคืน
นภพมาพร้อมกับขนมเต็มถุงที่อยู่ในมือ และนั่นล้วนแต่เป็นของโปรดของแดนเหนือ
แดนเหนือจ้องมองเพื่อนด้วยความเงียบอยู่สักพัก ในใจก็แอบคิดว่าอีกฝ่ายต้องการจะมาเยี่ยมไข้ของเขาหรือไม่ ถึงได้จัดหนักจัดเต็มขนาดนี้
ถึงปากจะเงียบ แต่ด้วยมารยาทของเจ้าบ้าน เขาจึงหลีกทางให้เพื่อนเดินเข้ามาข้างใน คล้ายกับว่าเขาคุ้นชินกับการปรากฏตัวเช่นนี้ของผู้เป็นเพื่อนอยู่แล้ว แน่นอนว่านภพก็เดินเข้ามาราวกับเป็นบ้านของตัวเองเหมือนกัน เพราะหลังจากที่โยนถุงขนมลงบนโต๊ะเสร็จ เขาก็ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาพร้อมกับไขว่ห้างทันที
“สบายดีไหม? ดูจากวันนี้ที่ดูล้าๆ เมื่อคืนคงจัดหนักจัดเต็มเลยสินะ”
แดนเหนือส่ายหน้า “เปล่า เมื่อคืนไม่ได้ทำอะไร พอดีเจ้าเนิร์ดนั่นเผลอหลับไปกลางคันก่อน”
“มึงพลาด? ว้า กูไม่เคยเห็นมึงพลาดเลยสักครั้ง แต่ก็เข้าใจได้อยู่เพราะเมื่อคืนเล่นมอมเหล้าเขาจนมึงเองก็เกือบเอาตัวไม่รอดอยู่เหมือนกัน”
ในขณะฟังคำพูดของเพื่อนอย่างหูทวนลม แดนเหนือนั่งลงบนโซฟาตัวยาวที่อยู่เยื้องจากผู้เป็นเพื่อนด้วยท่าทางอ่อนเพลียเนื่องจากอาการนอนหลับไม่สนิท
โดยปกติแล้วชายหนุ่มมักแก้อาการนี้ด้วยการมีเซ็กซ์ หรือไม่ก็ดื่มเหล้าจนเมามาย และปล่อยตัวเองให้นอนสลบไสลไปตามยถากรรม แต่โดยส่วนใหญ่แล้วเขามักเลือกวิธีแรกด้วยเหตุผลที่ว่ามันมีผลข้างเคียงที่น้อยกว่า
อาจเป็นเพราะเมื่อคืนไม่ได้ทำกับใคร ร่างกายที่ผ่านช่วงเวลาสุขสมในทุกวันจึงเริ่มประท้วงเขาด้วยการทำให้จิตใจย่ำแย่ลงคล้ายกับอาการไม่ได้เสพสารเสพติด
‘เพราะแบบนี้เมื่อตอนเช้า…เลยนึกถึง ‘เขา’ คนนั้นสินะ’
ใบหน้าหล่อเหลาแสดงออกถึงอาการไม่สบอารมณ์นัก มันมีความรู้สึกคุกรุ่น และความโหยหาอยู่ในนั้น
ทั้งๆ ที่คิดว่าตัวเองสามารถลืมชายคนนั้นไปได้แล้วแท้ๆ แต่พอเจออัยย์ที่มีรูปร่างดูคล้ายกัน และมีคำพูดที่มักปั้นแต่งแต่ถ้อยคำสวยหรู เขาจึงรู้สึกว่าในวันนี้ตนกำลังสูญเสียความเป็นตัวเอง เพราะมัวแต่นึกถึงบาดแผลในอดีต
ในขณะที่กำลังจมอยู่กับภวังค์ แดนเหนือปล่อยให้เสียงที่ดังสวนเข้ามาเปรียบเหมือนเสียงพื้นหลังที่ฟังจากหูขวาก็ทะลุผ่านหูซ้าย ทว่าทันทีที่ไหล่ถูกสะกิด เขาก็ฟื้นคืนสติมาได้อย่างรวดเร็ว
“เห้ ไหวรึเปล่าเนี่ย? ถ้าเหนื่อยกูกลับก่อนก็ได้”
แดนเหนือเหลือบมองเพื่อน ดวงตาสีน้ำตาลยังคงความลุ่มลึกเอาไว้ “ไม่ได้เหนื่อยขนาดนั้น ว่าแต่ที่มานี่มีธุระอะไร? ถ้าจะชวนไปร้านเหล้าอีกล่ะก็ ขอบอกวันนี้ฉันจะไม่ไป พอดีนัดคนเอาไว้ คงไปไม่ได้”
“ไม่ใช่เรื่องนั้น วันนี้แค่จะมาพูดถึงเรื่องกิจกรรมรับน้องน่ะ พอดีพวกรุ่นพี่เห็นว่ามึงเป็นเดือนคณะเลยเคาะให้มึงเป็นแกนนำในการเป็นพี่ว๊ากของปี2 แต่เรื่องรายละเอียด มึงไม่ต้องเป็นห่วงเดี๋ยวกูจัดการให้”
แดนเหนือมองนภพที่อยู่ในมาดของประธานชั้นปีที่จริงจังด้วยท่าทีติดรำคาญเล็กน้อย
“กว่าจะเปิดเรียนก็อีกตั้ง2เดือน จะรีบเร่งอะไรปานนั้น”
“วางแผนไว้แต่เนิ่นๆ สิดี พอเกิดปัญหาอะไรจะได้แก้ทัน เอาเป็นว่ามึงตอบตกลงใช่ไหม?”
“อา เข้าใจแล้ว ถ้าเสร็จธุระแล้วก็รีบไป ไหนบอกว่าวันนี้ตอนเที่ยงมีนัดเดตไม่ใช่เหรอ?”
“โอ้ ดีใจจังที่มีเพื่อนใส่ใจเรื่องของกูขนาดนี้ สมแล้วที่เป็นเพื่อนสมัยเด็กกัน”