.
.
“หา? ใครจะยั่วนายกัน”
“ก็เห็นบีบเล่นสนุกมือ ต้องการเมื่อไหร่บอกนะ จะจัดให้งามๆ”
“บ้า! นายมาเพ้อเจ้ออะไรตรงนี้”
เอวาพูดอย่างตื่นตระหนกพร้อมกับเบือนหน้าหนีใบหน้าหล่อที่เข้ามาใกล้อีกครั้ง มาเวลยกยิ้มเมื่อเห็นท่าทีเขินอายของหญิงสาวตรงหน้า ก่อนที่ตะวันจะพูดขัดขึ้น
“เบาได้เบาไอ้มาเวล นั่นคุณหนู”
“พูดเหมือนมึงไม่ได้คิดอะไรกับคุณหนู”
มาเวลสวนกลับทันที ทำเอาตะวันทำหน้าเลิ่กลั่กจะพูดก็พูดไม่ออก แต่ก็ต้องพูดเพราะไม่อยากให้คุณหนูของเขาอึดอัด ท่าทางของตะวันเรียกเสียงหัวเราะของเพื่อนๆได้อย่างดี
“มึง มึง มึง พูดบ้าอะไร เดี๋ยวคุณหนูก็เข้าใจผิดหรอก” -ตะวัน
“มึงเป็นไรพูดติดอ่างเชียว ฮ่าๆๆ” -คิริน
“ไอ้หมอ มึงก็ขยันแกล้งมันนะ” -เคน
“อ้าว ไอ้เคน นี่กูพี่แท้ๆมึงนะ มึงต้องเข้าข้างกูสิ” -คิริน
“อา...หนวกหูชะมัด” -ฟีฟ่า
“นั่นดิ พวกมึงจะรีบขัดทำไมวะ คุณหนูยังพูดไม่จบเลย” -ซีล
“อย่าฟังเลย ยิ่งฟังยิ่งน้ำเน่า” -มาเวล
“มึงก็อย่าคุณหนูแบบนั้นสิวะ ไอ้มาเวล” -เสือ
“อ้าว นี่มึงพูดได้แล้วเหรอ เห็นเงียบตั้งนาน”
คิรินพูดขึ้นล้อเลียนเพื่อนของตนที่เงียบอยู่นาน เอวามองหน้าพวกเขาอย่างเซ็งๆ และคิดว่าถึงพูดไปยังไงพวกเขาก็ไม่คิดจะฟัง หรืออาจจะฟังแต่คิดว่าเป็นเพียงเรื่องเล่าเท่านั้น เอวาจึงเลือกที่จะเงียบแล้วเดินคอตกกลับห้องไป
“อ้าว คุณหนูไปแล้ว เพราะพวกมึงเลย”
คิรินกล่าวโทษเพื่อนๆ ของเขาก่อนที่พวกเขาจะเริ่มเถียงกันอีกครั้ง ซีลถึงกับนั่งกุมขมับที่ลูกน้องของตนเอาแต่ติดเล่น มีเพียงมาเวลที่มองตามหลังเอวาอย่างครุ่นคิด เคนเองก็ไม่ต่างจากมาเวล ก่อนที่เคนจะเดินมาตบบ่าของมาเวลเมื่อเห็นว่าเพื่อนคิดแบบเดียวกับเขา
“มึงเชื่อคุณหนูใช่ไหม?” -เคน
“เชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่มันจะเป็นไปได้หรอวะ” -มาเวล
“อาจจะเป็นเพราะความตกใจตอนโดนลักพาตัวเมื่อตอนบ่ายก็ได้ จึงทำให้สมองเกิดการปกป้องตัวเองสร้างอีกบุคลิกหนึ่งขึ้นมาหรือเรียกว่า.....” -คิริน
“เงียบไปเถอะไอ้หมอ” -มาเวล
“นี่กูพูดอย่างเป็นแนวทางวินิจฉัยทางการแพทย์นะโว้ย”
แม้คิรินจะพยายามอธิบายแต่เพื่อนๆของเขากลับไม่สนใจเลย ซีลที่นั่งถอนหายใจอยู่พักใหญ่ก็ได้ลุกขึ้นพร้อมกับกวาดสายตามองทุกคนด้วยสายตาจริงจัง นั่นคือสิ่งที่ทำให้ทุกคนรู้ว่าต่อไปนี้คืองานจริงๆ
“กูจะแบ่งงานให้ ต่อไปกูกับตะวันต้องไปตามดูแลนายท่าน เพราะคู่แข่งของบริษัทนายท่านคงไม่ยอมรามือง่ายๆ แน่ ส่วนมาเวล เคน เสือ ฟีฟ่า คิริน พวกมึงต้องคอยดูแลคุณหนูไม่ให้คาดสายตา รับทราบ!”
“ทราบ!!”
“ต่อไปมันต้องทวีความรุนแรงมากกว่าครั้งนี้แน่นอน เริ่มงาน!”
สิ้นเสียงของพซีลทุกคนต่างขานรับพร้อมเพรียงกันและจริงจังต่างจากเมื่อครู่มาก ถึงแม้พวกเขาจะติดเล่นติดตลกไปบ้างแต่เรื่องงานพวกเขาไม่เคยพลาด ด้วยความมืออาชีพของบอดี้การ์ดระดับเอส จึงไม่แปลกที่ค่าจ้างวานจะสูงลิบ แถมพวกเขายังเลือกงานอีกด้วย ไม่ใช่ว่าใครเสนอราคาให้พวกเขามากกว่าเป็นสิบๆ เท่า แต่ถ้าลงความเห็นว่าไม่พอใจพวกเขาก็ไม่ทำ และเอวาก็รู้เรื่องนี้เป็นอย่างดี
หลังจากประชุมและสั่งงานเสร็จทุกคนก็เดินเข้าไปยังห้องของคุณหนู เอวานั่งครุ่นคิดอยู่ก็ต้องตกใจที่ชายหนุ่มหล่อถึงเจ็ดคนกรูกันเข้ามาในห้องของเธอ และที่ทำให้เธอหน้าเหวอก็เพราะพวกเขาถอดเสื้อต่อหน้าต่อตาโดยที่ไม่สนใจว่าเธอยังนั่งอยู่ตรงนี้เหมือนเธอเป็นอากาศธาตุซะอย่างนั้น เอวารีบหันหลังให้พวกเขาพร้อมกับบ่นพึมพำคนเดียว
“คุณหนูเป็นอะไรหรือเปล่า?”
เสือเดินเข้าไปถามเอวาที่เห็นท่าทีของเธออย่างสงสัย เอวาเงยหน้ามองเสือก่อนที่สายตาจะเลื่อนลงไปมองซิกแพคงามๆ ของเขาอย่างเหม่อลอย ทำเอาเจ้าตัวรู้สึกเขินไม่น้อย
“อะไร...ยัยคุณหนูนี่ไม่เคยไปทะเลรึไงนะ ถึงได้ทำสายหื่นหิวแบบนั้น”
ฟีฟ่าพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มมุมปาก เพราะถ้าเป็นคุณหนูไฮโซต้องเคยไปพักร้อนริมชายหาดที่มีแต่คนใส่บิกินีหรือชายหนุ่มในชุดว่ายน้ำอยู่แล้วและคงมองว่ามันคือเรื่องปกติ แต่หญิงสาวตรงหน้าทำเหมือนไม่เคยเห็น
“คะ..เคยสิ แต่พวกนายต้องดูด้วยสิว่าที่นี่ไม่ใช่ทะเล มันคือห้องนอน!!”
“เธอคิดอะไรอยู่กันแน่เนี่ย ยัยหื่น”
เคนยกยิ้มขึ้นเมื่อพูดจบพร้อมกับมองไปยังหญิงสาวที่ยังคงนั่งหันหลังให้พวกเขาอยู่ที่เดิม เอวาหลับตาลงเมื่อสิ่งที่เคนพูดเหมือนจับได้ แต่เธอไม่ได้คิดแบบนั้น ไม่ได้คิดเลยจริงๆ
“หึ...เจ็ดคนเลยนะ เธอรับมือไหวหรอ?”
“พูดบ้าอะไรของนายเนี่ย! ฉันนอนแล้วดีกว่า”
มาเวลพูดหยอกล้อจนเอวาหน้าแดงเรื่อก่อนจะล้มตัวลงบนเตียงนุ่มของตนและยังไม่วายเอาผ้าห่มคลุมทั้งตัว ในหัวคิดว่าที่มันเรื่องบ้าอะไรที่ให้ชายหนุ่มตั้งเจ็ดคนมานอนอยู่ห้องเดียวกันกับเธอเนี่ยนะ และเธอเขียนบทแบบนี้ไปได้ยังไง
....เอวาเอ้ย เวรกรรมตามทันจริงๆ นี่ขนาดแค่ในนิยายนะ!....
เอวานอนคิดพลางพลิกตัวไปมาโดยไม่สนใจชายหนุ่มที่ผลัดเวียนกันเข้าไปอาบน้ำและนอนเรียงรายกันอยู่ตรงพื้นห้อง เคนและมาเวลที่อาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็เดินไปตรวจเช็กที่ระเบียงและหน้าต่างพร้อมกับปิดล็อกกลอนให้เรียบร้อย ก่อนที่มาเวลจะเดินมาดูหญิงสาวที่สลบไสลนอนยิ้มกริ่มอยู่บนเตียงไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
“...เอวา...ข้าวปั้น?....หึ...”
มาเวลพึมพำเบาๆ สายตายังคงจับจ้องไปยังใบหน้าสวยที่เวลาหลับกลับไม่ได้สวยอย่างที่คิดเอาเสียเลย ภาพพจน์คุณหนูผู้เรียบร้อยหายไปทันทีเมื่อเธอนอนอ้าปากน้ำลายยืดอย่างนั้น แถมท่านอนก็สุดแสนจะบรรยาย นอนอ้าซ่าอย่างไม่อายซ้ำยังถีบผ้าห่มออกอีกต่างหาก มาเวลถอนหายใจก่อนจะดึงผ้าห่มขึ้นมาห่มให้เธออีกครั้ง
“แบบนี้ก็น่ารักใช่ไหมล่ะ”
เสือเดินเข้ามาเสียงล้อเลียนเพื่อนของตนพร้อมกับกระเซ้าเย้าแหย่เล่นหูเล่นตาเหมือนสงสัยในตัวเขา มาเวลส่ายหน้าไปมาพร้อมกับทำหน้าเบื่อโลก
“ถ้ามองว่าน่ารักสภาพนี้ กูควรตัดแว่นแล้ว”
มาเวลพูดน้ำเสียงประชดประชันก่อนจะเดินไปยังที่นอนของตน เสือมองเพื่อนของตนแล้วยิ้มกระหยิ่มกระหย่องแล้วเดินตามมาเวลไปอย่างอารมณ์ดี ทุกคนนอนเรียงรายกันถึงแม้จะนอนหลับแต่พวกเขาก็มีสัญชาตญาณที่พร้อมจะตื่นเสมอเมื่อเกิดเรื่อง
เช้าวันถัดมา
หลังจากผ่านเรื่องร้ายๆ มามากมายเมื่อวานไหนจะเรื่องที่คุณหนูข้าวปั้นเปลี่ยนไปเป็นคนละคนอีก เหล่าบอดี้การ์ดตื่นขึ้นมาแต่เช้า พร้อมกับอาบน้ำแต่งตัวเตรียมทำงานต่อในวันนี้ เพราะตารางงานวันนี้คือคุณหนูต้องไปงานเลี้ยงช่วงค่ำ ช่วงเช้าๆและบ่ายต้องไปซื้อเสื้อผ้าและเตรียมตัวแต่งหน้าทำผม แต่ดูเหมือนว่าคุณหนูคนสวยของพวกเขายังไม่ยอมตื่นขึ้นมาเลย
“ไอ้มาเวล มึงปลุกคุณหนูดิ”
“ทำไมต้องกู?”
“ก็เห็นมึงสนิทกับคุณหนูที่สุดแล้ว”
“ตรงไหนวะ”
“เออ ไปปลุกซะจะได้รีบๆเตรียมงาน”
ซีลหันไปบอกมาเวลที่กำลังเตรียมอุปกรณ์ประจำตัวอยู่ มาเวลขมวดคิ้วแน่นแต่ก็เดินไปยังเตียงใหญ่ที่มีคุณหนูร่างเล็กดูบอบบางแต่ท่านอนกลับไม่น่าทะนุถนอมเอาเสียเลย มาเวลเอื้อมมือไปเขย่าแขนของเอวาเบาๆ แต่เธอก็ไม่กระดุกกระดิก ก่อนจะเขย่าแขนแรงขึ้น เอวาก็ยังคงนิ่งอยู่
“คุณหนู...คุณหนู...นี่ยัยคุณหนู! นี่เธอ!!!”
ทุกอย่างยังเงียบเฉียบนิ่งไม่ขยับ ขนาดเขาตะโกนลั่นห้องแต่หญิงสาวกลับไม่สะทกสะท้าน มาเวลยื่นนิ้วมือไปยังปลายจมูกสวยเพื่อเช็คว่าเธอยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า แต่ก็รู้สึกถึงลมหายใจอยู่ คนอื่นๆ เริ่มมองไปยังเตียงใหญ่ก่อนจะเดินไปล้อมรอบเตียงและยืนมองหญิงสาวที่หลับไหลไม่รู้เรื่องและไม่ยอมตื่นอย่างไม่อยากเชื่อ
“หลับหรือซ้อมตายวะ” -คิริน
“หลับขนาดนี้ หมีไม่แดกแน่ๆ” -เคน
“ผู้หญิงอะไรนอนกินเดือนกินตะวัน” -ฟีฟ่า
“เธออาจจะเหนื่อยกับเมื่อวานก็ได้” -ตะวัน
“โธ่ พ่อคนดี ไม่มีอะไรไม่ดีเลยสำหรับคุณหนูของมึงเนี่ย” -คิริน
“แต่เธอก็น่ารักดีนะ เป็นตัวของตัวเองดี” -เสือ
“ยังน่ารักอีกหรอวะ?” -มาเวล
เพียงเพราะเสียงคุยกันเบาๆ ของพวกเขาที่ล้อมรอบเตียงทำให้เอวาลุกพรวดขึ้นมานั่งทั้งที่ยังหลับตาอยู่ก่อนจะค่อยๆเปิดเปลือกตาขึ้นมามองไปรอบๆ เตียงโดยที่ยังไม่รู้สึกตัวตื่นดี ผมเผ้าพะรุงพะรังไปหมด เธอยกมือเช็ดน้ำหมาก(น้ำลาย)ที่เลอะมุมปากพร้อมกับเอามือปิดปากหาว ก่อนจะได้สติขึ้น ดวงตาเบิกโพลงพร้อมกับกรอกตามองไปรอบๆ เตียงอีกครั้ง
ชายหนุ่มทั้งเจ็ดจ้องมองเธอเป็นตาเดียว บางคนก็อมยิ้มเพราะตลกกับท่าทางของเธอ ก่อนที่เอวาจะล้มตัวลงนอนไปที่เดิมพร้อมกับคลุมโปรงอีกครั้ง มาเวลเห็นอย่างนั้นก็ถอนหายใจและดึงผ้าห่มเธอออก
“อ๊ากกกกกก พวกนายจะทำอะไรฉัน!”
“ใครจะทำอะไรเธอยัยหื่น คิดไปถึงไหน”
มาเวลขมวดคิ้วพร้อมกับพูดออกมาอย่างไม่สบอารมณ์นัก พวกเขาเคยไปคุ้มกันให้คนหลายระดับแต่ก็ไม่เคยเจอคนแบบเธอเลย จะว่าเธอเป็นคนซื่อก็ซื่อ จะว่าเป็นคนโง่ก็ไม่ใช่
“ลุกแล้วไปอาบน้ำแต่งตัว”
“ไปไหน มันยังเช้าอยู่เลย”
มาเวลพ่นลมหายใจอย่างเหลืออดเมื่อเธอไม่ยอมลุกออกจากที่นอน เขาจึงก้มลงไปและช้อนร่างของคุณหนูคนสวยขึ้นพาดบ่าพาไปยังห้องน้ำทันที
“เฮ้ย!! กรี๊ดดดดดด!! ปล่อยนะตาบ้า!!”
“อาบยากนักใช่ไหมน้ำน่ะ ได้…เดี๋ยวฉันอาบให้!”
เสียงกรี๊ดลั่นห้องนอนใหญ่จนทุกคนต้องเอามือปิดหู ก่อนจะส่ายหน้าไปมา ซีลและตะวันเห็นว่าไม่มีอะไรน่าห่วงแล้วจึงออกไปทำงานติดตามนายท่านของพวกเขาที่กำลังจะออกไปทำงาน
“จะร้าย ตัวแสบ แก่นแก้วแค่ไหน ไอ้มาเวลเอาอยู่”
คิรินพูดพร้อมกับหัวเราะออกมา เสียงในห้องน้ำยังคงดังไม่หยุดจนเพื่อนๆ ที่อยู่ด้านนอกถึงกับต้องส่ายหัว กี่ครั้งที่ไปคุ้มกันคนสวยๆ คุณหนูคุณนาย มาเวลไม่เคยออกโรงเลย มีครั้งนี้แหละที่เขาลงมือเอง หรือจะถูกใจคุณหนูแก่นแก้วคนนี้ไปเสียแล้วนะ ทุกคนต่างคิดไปในทิศทางเดียวกัน
ในห้องน้ำ
“นายจะบ้าหรือไง! ฉันเดินมาเองได้อยู่หรอก เอะอะอุ้ม เป็นแรมโบ้หรอ!”
“ชักช้าลีลา มีงานอีกเยอะ...ถอดเสื้อผ้า!”
.
.
.