วันที่รถคันนั้นเสียหลัก ถนนลื่นเพราะฝนไม่มีใครตั้งใจให้มันจบลงแบบนั้น
เธอเล่าทุกอย่างให้เขาฟังโดยไม่ปิดบังแต่สิ่งที่เธอได้กลับมา คือสายตาที่เต็มไปด้วยความคลางแคลง
“อุบัติเหตุ”
วริศเคยทวนคำเสียงเย็น
“มันบังเอิญเกินไปไหม”
คำถามนั้นเหมือนมีดทั้งที่เธอเจ็บปวดไม่ต่างจากเขา ทั้งที่วราคือเพื่อน คือคนสำคัญในชีวิตเธอเช่นกันแต่ในสายตาของวริศเธอกลับกลายเป็นคนที่ควรถูกตั้งคำถาม
วันนี้ เมื่อเขาย้อนเอาเรื่องแต่งงานที่ไม่เต็มใจขึ้นมาพูดอีกครั้งปลายรุ้งเพียงมองเขานิ่ง ๆ
“ฉันเคยอธิบายทุกอย่างแล้วค่ะ”
เสียงเธอแผ่วลงเล็กน้อย แต่ยังคงชัด
“เรื่องของวรา มันคืออุบัติเหตุ”
คำพูดหลุดออกมาช้า ๆ เหมือนต้องรวบรวมแรงทั้งหมดที่มี
“ฉันไม่มีเหตุผลอะไรจะทำร้ายวรา”
ดวงตาคู่นั้นไม่ได้วิงวอนแล้ว มันแค่เหนื่อยวริศชะงักไปเสี้ยววินาที
ชื่อของวราเหมือนดึงบาดแผลเก่าให้เปิดออกอีกครั้งเขารู้ว่าเธอ
เคยอธิบาย เธอร้องไห้ในวันนั้น
รู้ว่าหลักฐานทุกอย่างชี้ว่าเป็นอุบัติเหตุจริงแต่ความสูญเสียมันใหญ่เกินกว่าจะยอมรับง่าย ๆ
และการมีเธออยู่ตรงหน้า คนที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้นทำให้เขา
ไม่มีวันลืม
“ฉันไม่ได้บอกว่าเธอทำ”
เขาพูดเสียงต่ำลงเล็กน้อย
“แต่ครอบครัวเธอคือต้นเหตุ ที่ทำให้วราต้องตาย”
ปลายรุ้งพยักหน้าเบา ๆ
“ฉันก็ลืมไม่ได้เหมือนกันค่ะ”
ประโยคสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความเจ็บที่เขาไม่เคยมองเห็น
ความนิ่งของเธอในวันนี้ ไม่ใช่เพราะไม่รู้สึกแต่มันคือความพยายาม ทำเป็นไม่รู้สึกอะไรต่อหน้าเขาและยิ่งเธอแสดงความเข้มแข็งออกมามาก เท่าไหร่วริศยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังเป็นคนแพ้
แพ้ให้กับหัวใจของตัวเขาเอง เย็นวันนั้นฝนโปรยบาง ๆ เหมือนตั้งใจทำให้บ้านหลังใหญ่ดูเงียบเหงายิ่งกว่าเดิม
ปลายรุ้งยืนอยู่ในครัว กลิ่นแกงจาง ๆ ลอยอวลในอากาศเธอค่อย ๆ ตักแกงใส่ถ้วย มือบางสั่นนิดเดียวจากความอ่อนล้าไม่ใช่ความเจ็บปวดทางกาย แต่เป็นความเหนื่อยที่สะสมอยู่ลึกในใจ
“พักหน่อยไหมคะ คุณรุ้ง”
ป้าสมร แม่บ้านเก่าแก่เอ่ยขึ้นด้วยความเป็นห่วงปลายรุ้งส่ายหน้าเบา ๆ ริมฝีปากคลี่ยิ้มจาง รอยยิ้มที่สุภาพและเคยชิน
“ไม่เป็นไรค่ะป้า เหลืออีกนิดเดียวเอง”
ในขณะที่เธอกำลังวางถ้วยสุดท้ายลงบนถาดเสียงรถยนต์ก็ดังขึ้นหน้าบ้านปลายรุ้งชะงัก ช้อนในมือหยุดค้างกลางอากาศหัวใจของเธอเต้นแรงขึ้นอย่างควบคุมไม่ได้
ลมหายใจเหมือนติดขัดอยู่กลางอก ขณะที่ปลายนิ้วค่อย ๆ เย็นเฉียบราวกับเลือดในกายไหลช้าลงทุกขณะเธอไม่รู้เลยว่า จากวินาทีนี้ไป ชีวิตของเธอจะเปลี่ยนไปในทิศทางไหน
วริศคนเดิมผู้ชายที่เคยยืนกางร่มให้เธอแม้ตัวเองจะเปียกผู้ชายที่ยอมขับรถข้ามเมืองเพียงเพราะเธอบ่นว่าอยากกินของร้านโปรด
ผู้ชายที่มองเธอราวกับเธอคือสิ่งล้ำค่าที่สุดในชีวิต
เขาหายไปตั้งแต่เมื่อไรกัน เหลือเพียงผู้ชายอีกคนหนึ่งที่มีแววตาแข็งกระด้างคำพูดเย็นชาและหัวใจที่เต็มไปด้วยความแค้น
ปลายรุ้งยังจำได้ดี วันที่วริศเคยจับมือเธอแน่นแล้วบอกว่าจะไม่มีวันปล่อยแต่วันนี้ มือคู่นั้นกลับเป็นคนผลักเธอออกไปเสียเองเธอไม่รู้ว่าความโกรธทำให้เขาเปลี่ยนไปหรือเขาแค่เผยด้านที่แท้จริงออกมาวริศคนที่เคยยิ้มง่าย ๆ หัวเราะกับเรื่องเล็กน้อยหายไปพร้อมกับวันที่เขาเลือกจะเชื่อความแค้นมากกว่าความจริงและทุกครั้งที่เขามองเธอด้วยสายตาเย็นชา
ปลายรุ้งต้องแอบถามตัวเองซ้ำ ๆ ผู้ชายที่เคยบอกว่ารักเธอที่สุด
ยังอยู่ที่ไหนสักแห่งในใจเขาไหมหรือเขาตายไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ความโกรธเข้ามาแทนที่หัวใจ
ส่วนบนของฟอร์ม
ส่วนล่างของฟอร์ม
มีเพียงความรู้สึกบางอย่างที่คืบคลานเข้ามาเงียบ ๆ เหมือนคนที่ยืนอยู่ริมหน้าผาที่มองไม่เห็นก้นเหว
ปลายรุ้งสูดลมหายใจลึก พยายามประคองสีหน้าให้ปกติ ทั้งที่ข้างในกำลังสั่นไหว
เธอไม่กลัวการทะเลาะไม่กลัวคำพูดทำร้ายสิ่งที่เธอกลัวคือวันที่หัวใจของเขา
ไม่เหลือพื้นที่สำหรับเธออีกแล้ววันที่เธอพยายามไม่แสดงความเจ็บปวดอาจเป็นวันที่เธอกำลังสูญเสียเขาไปจริง ๆ ก็ได้เธอสูดลมหายใจช้า ๆ ตั้งสติก่อนจะตักแกงต่อราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ป้าสมรมองภาพนั้นเงียบ ๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสารปลายรุ้งวางถาดลงอย่างเรียบร้อยถึงแม้ว่าหัวใจของเธอ จะสั่นไหวแค่ไหน
ก็ไม่เคยปล่อยให้ใครเห็นรอยร้าวนั้นเลยประตูเปิดออกเสียรองเท้าส้นสูงก้าวเข้ามาก่อนตามด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ ของผู้หญิงคนหนึ่งปลายรุ้งเงยหน้าขึ้นภาพที่เห็นทำให้มือแทบหลุดจากถ้วยแกง
วริศยืนอยู่ตรงนั้น ในชุดทำงานข้างกายคือหญิงสาวสวย ผมยาว แต่งตัวดีมือของเธอคล้องแขนเขาอย่างคุ้นเคย
“บ้านใหญ่ดีนะคะ”
ผู้หญิงคนนั้นพูดเสียงหวานสายตามองไปรอบ ๆ อย่างเป็นเจ้าของ
วริศไม่ตอบ เพียงพาเธอเดินเข้ามาในบ้านเหมือนปลายรุ้งเป็นแค่เฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งที่ประดับอยู่ภายในบ้าน
“คุณวริศ”
ปลายรุ้งเรียกเสียงเบา พยายามควบคุมหัวใจตัวเองไม่ให้สั่นไหว
ลินดายิ้มบาง ๆ รอยยิ้มสุภาพไร้ที่ติทว่าดวงตาคู่นั้นกลับกวาดมองปลายรุ้งตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ปลายรุ้งยืนนิ่งอยู่ชั่ววินาทีก่อนจะฝืนยิ้มตอบ
“สวัสดีค่ะ”
รอยยิ้มของเธอบางเบาเหมือนกระจกใสที่แตกร้าวอยู่ข้างในเธอพยายามยืนให้ตรง ไม่ให้ไหล่สั่นไม่ให้แววตาสั่นไหวแต่ลึกลงไปหัวใจเธอกำลังถูกบีบแน่น