พาผูหญิงมาค้างบ้าน

952 Words
ผู้ชายที่เคยยืนข้างเธอในวันวานวันนี้กลับเลือกยืนเคียงข้างใครอีกคนเหมือนเธอเป็นเพียงคนรู้จักไม่ใช่ผู้หญิงที่เขาเคยรักสุดหัวใจ “สวัสดีค่ะ” “ดาจะอยู่ค้างคืนที่นี่” วริศพูดต่อ น้ำเสียงแข็งกระด้าง “จัดห้องรับแขกให้หน่อย” ปลายรุ้งพยักหน้า ทั้งที่หัวใจเหมือนถูกบีบแน่นจนแทบหายใจไม่ออก “ได้ค่ะ” เสียงตอบรับของเธอเบาจนแทบไม่ได้ยินแผ่นหลังเหยียดตรง ไหล่นิ่งไม่สั่นไหว ราวกับร่างกายถูกฝึกให้แข็งแรงพอจะรับแรงกระแทกทุกอย่างได้โดยไม่แสดงออกทุกก้าวที่ยกขึ้น เหมือนกำลังกดความรู้สึกบางอย่างให้จมลึกลงไป เหมือนคนที่ผ่านความเจ็บมามากพอ จนรู้วิธีเก็บมันไว้ข้างในโดยไม่ปล่อยให้ใครเห็นแสงไฟบนบันไดทอดเงาของเธอยาวเหยียดไปตามผนังเงานั้นดูโดดเดี่ยวกว่าที่เคยและแม้หัวใจจะบีบรัดแน่นอยู่ลึก ๆ แม้เสียงหัวเราะเมื่อครู่ยังดังก้องในความทรงจำ ปลายรุ้งก็ยังคงก้าวต่อไปเงียบงันอดทนราวกับนี่ไม่ใช่ครั้งแรก ที่เธอต้องเดินจากบางอย่างไปโดยที่อีกฝ่ายไม่ทันได้หันมามองเลยด้วยซ้ำเธอไม่หันกลับมาให้ใครเห็นความสั่นไหวที่กำลังกัดกินอยู่ข้างในป้าสมรมองตาม หัวใจคนแก่กระตุกวูบก่อนจะวางผ้าในมือลงแล้วเดินตามขึ้นไป “คุณรุ้งคะ” ป้าสมรเรียกเสียงแผ่ว ปลายรุ้งหยุดเดินแต่ไม่หันกลับมามือเหี่ยวย่นของป้าสมรเอื้อมมาจับท่อนแขนบางเบา ๆ แค่สัมผัสพอให้รู้ว่ายังมีใครสักคนอยู่ตรงนี้ “คุณรุ้ง….ไปพักเถอะค่ะเดี๋ยวป้าจัดการเองค่ะ” เสียงนั้นสั่นเล็กน้อยปลายรุ้งเม้มริมฝีปากแน่นลมหายใจสะดุด เธอหลับตาลงชั่วครู่ก่อนจะค่อย ๆ หันมายิ้มให้ป้าสมรทั้งที่ดวงตาแดงก่ำ “ไม่เป็นไรค่ะป้า” เธอพูดเบา ๆ น้ำเสียงสั่นเครือ “รุ้งไหว” ป้าสมรพยักหน้าไม่ถามต่อเพียงลูบแขนเธอเบา ๆ อย่างเข้าใจ และในจังหวะที่ปลายรุ้งหันกลับไปเดินต่อหยดน้ำตาหนึ่งหยดก็หล่นลงบนขั้นบันไดเงียบงันไม่มีใครเห็นเหมือนความเจ็บทั้งหมดในใจของเธอในห้องรับแขกปลายรุ้งจัดผ้าปูที่นอนอย่างเรียบร้อย มือที่เคยอบอุ่นเย็นเฉียบเมื่อเธอเดินลงมาอีกครั้งเห็นทั้งสองคนนั่งใกล้กันเสียงหัวเราะแผ่วเบาลอยออกมาจากริมฝีปากของคนสองคนมันไม่ดังแต่ชัดเจนพอจะทำให้ บรรยากาศรอบตัวเงียบลงอย่างประหลาดเหมือนพื้นที่เล็ก ๆ ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อเขากับเธอเท่านั้น ภาพตรงหน้าทำให้ฝีเท้าของปลายรุ้งชะงักลงโดยไม่รู้ตัวหัวใจที่พยายามนิ่งมาตลอดทั้งวัน พลันกระตุกแรงจนเจ็บวาบไปทั้งหัวใจ เธอไม่ได้ตั้งใจจะยืนมองไม่ได้ตั้งใจจะรับรู้แต่สายตากลับห้ามไม่อยู่รอยยิ้มของเขา รอยยิ้มที่ครั้งหนึ่ง มันเคยเป็นของเธอกำลังปรากฏขึ้นต่อหน้าใครอีกคน หัวใจที่เคยมีชีวิตชีวากลับกลายเป็นแค่เปลือกปลายรุ้งเม้มริมฝีปากแน่น ความเย็นวาบแล่นผ่านปลายนิ้วอีกครั้งเธอค่อย ๆ ก้าวถอยหลังหนึ่งก้าว อย่างเงียบเชียบไม่ให้ส้นรองเท้ากระทบพื้นดังเกินไปปลายรุ้งหยุดยืนอยู่ตรงชานพักบันไดแสงไฟสีขาวสาดลงมาบนใบหน้าที่พยายามนิ่งสงบ ทั้งที่ข้างในกำลังสั่นไหวอย่างเงียบงันเธอยืนนิ่งอยู่เพียงครู่เดียวครู่เดียวที่ยาวนานราวกับต้องใช้แรงทั้งหมดในการประคองหัวใจไม่ให้ทรุดลง เสียงหัวเราะเมื่อครู่ยังคงก้องอยู่ในความทรงจำปลายนิ้วที่จับราวบันไดเย็นเฉียบ ก่อนที่จะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา “อาหารเย็นเสร็จแล้วค่ะ” วริศเงยหน้าขึ้นมา สายตาแข็งขึ้นเพียงเสี้ยวหนึ่ง มุมปากยกขึ้นนิดเดียว เขาผุดรอยยิ้มอันไม่อาจคาดเดา “ไม่ต้องหรอก” น้ำเสียงเขาเรียบ แต่เย็นชาบาดจิต “ฉันกับดาออกไปกินข้างนอกดีกว่า” ปลายรุ้งชะงัก เหมือนลมหายใจถูกดึงออกไปชั่วขณะ เธอฝืนยิ้มบาง ๆ ทั้งที่มุมปากสั่น “ค่ะ” วริศลุกขึ้นยืน คว้าเสื้อคลุมอย่างไม่เร่งรีบมืออีกข้างวางลงบนหลังเก้าอี้ของลินดาท่าทางนั้นดูเหมือนประหนึ่งเป็นคู่รักกัน ราวกับทำแบบนี้มานานจนไม่ต้องคิดอะไร “ไปกันเถอะดา” เขาพูดกับลินดา น้ำเสียงอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดอ่อนจนแตกต่างจากตอนที่พูดกับปลายรุ้งราวคนละคนเธอหันหลังกลับก้าวเดินขึ้นบันไดอีกครั้งโดยไม่หันไปมอง เมื่อประตูห้องปิดลงปลายรุ้งทรุดนั่งข้างเตียงมือกดลงบนอกซ้ายแน่นมันเจ็บ เจ็บจนแทบร้องไห้แต่เธอไม่ร้องเพราะรู้ดี วริศตั้งใจตั้งใจทำให้เธอเห็นตั้งใจทำให้เธอรู้ว่าเธอไม่มีตัวตนในชีวิตเขาเลยปลายรุ้งเงยหน้ามองเพดานปล่อยให้น้ำตาไหลเงียบ ๆ ไม่เป็นไรนะเธอบอกตัวเองในใจแค่อดทนอีกหน่อย อดทนแค่หนึ่งปีเท่านั้น เธอกับเขาจะเป็นอิสระต่อกัน ในขณะที่ชั้นล่างวริศยืนอยู่หน้าประตูก่อนจะหันกลับมามองชั้นบนเพียงแวบเดียวสายตาเขานิ่งแต่ในอกกลับมีบางอย่างกระตุกวูบ อย่างที่เขาไม่อาจยอมรับ
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD