ในประวัติส่วนตัวที่เธอยื่นสมัครงาน
สถานะ : โสด น่าสนใจแฮะ
ความคิดนั้นผุดขึ้นมาเพียงวูบเดียว ก่อนที่เขาจะเก็บสีหน้าไว้ได้
แต่แววตาคมกลับสะท้อนความสนใจบางอย่างที่ไม่เกี่ยวกับหน้าที่การงานล้วน ๆ
“ถ้ามีอะไรสงสัยเพิ่มเติม ระหว่างทำงานก็เข้ามาถามผมได้เลยนะครับ ไม่ต้องเกรงใจ”
เขาพูดเสียงเรียบ แต่ฟังดูเป็นกันเองกว่าตอนต้นเล็กน้อย
“ค่ะ”
ปลายรุ้งตอบพร้อมรอยยิ้มสุภาพ มือยังคงจดบันทึกตามที่ผู้ช่วยอธิบาย ท่าทางตั้งใจนั้นทำให้คิรินยิ่งเผลอมองนานขึ้นโดยไม่รู้ตัว
เธอไม่ใช่ผู้หญิงที่โดดเด่นด้วยความฉูดฉาดแต่มีบางอย่างในความเรียบง่ายนั้นชวนให้สายตาหยุดอยู่
คิรินละสายตากลับมาที่นาฬิกาข้อมือ
“เดี๋ยวช่วงบ่ายจะมีเอกสารเข้ามาเพิ่ม ผมฝากคุณปลายรุ้งช่วยจัดเรียงให้ด้วยนะครับ”
“ได้ค่ะ”
เธอตอบทันทีเขาพยักหน้า ก่อนจะหมุนตัวกลับไปทำงาน
แต่ก่อนที่จะเดินจากไป รอยยิ้มบาง ๆ นั้นก็ปรากฏขึ้นอีกครั้ง ปลายรุ้งพยักหน้าอีกครั้ง แม้ในใจยังมีความกังวลปะปนอยู่บ้าง
เมื่อประตูลิฟต์เปิดวริศก้าวออกมาในสูทสีเข้มสีหน้าเรียบเฉยสายตาของเขากวาดผ่านเธอราวกับไม่เคยรู้จักกันมาก่อน
“แฟ้มประชุมเช้าอยู่ไหน”
เขาถามตรง ๆ น้ำเสียงเป็นทางการ
ปลายรุ้งส่งแฟ้มให้มือไม่สั่นแม้หัวใจจะสั่นไหว นี่เธอต้องอยู่ในสายตาของเขาตลอดเลยเหรอเนี่ย
“อยู่ตรงนี้ค่ะ”
“คราวหน้ามาก่อนฉันสิบนาที”
เขาพูดต่อหน้าพนักงานคนอื่น
“ฉันไม่ชอบรอ”
“ค่ะ”
เธอรับคำไม่เถียง เสียงซุบซิบเริ่มดังเบา ๆ บางสายตามองเธออย่างจับผิดในห้องประชุมปลายรุ้งนั่งจดบันทึกไม่มองหน้าเขาวริศสั่งงาน เหมือนกับเลขาทั่วไปแต่บางครั้งสายตาของเขากลับเผลอหยุดที่เธอนานเกินไป
“คุณปลายรุ้ง”
เขาเรียกเสียงเรียบ
“ขอกาแฟ”
คำสั่งสั้น ๆ เธอลุกขึ้นไปจัดการทันทีเมื่อวางแก้วกาแฟลงเขาพูดต่อโดยไม่เงยหน้า
“รสชาตินี้ไม่ใช่ที่ฉันสั่ง”
ปลายรุ้งชะงัก เธอรู้ดีว่าเขาชอบแบบไหนเพราะเคยชงให้เขาทุกเช้า
“ขอโทษค่ะ เดี๋ยวฉันเปลี่ยนให้ใหม่”
เธอเดินออกไปโดยไม่โต้แย้งแต่ในใจก็นี่มันกาแฟรสชาติเดิมที่เธอชงให้เขาทุกเช้า
ทุกครั้งก็ไม่เห็นมีปัญหา แต่มาวันนี้กลับบอกว่ากาแฟที่เธอชงรสชาติไม่ได้เรื่องนี่มันแกล้งกันชัดๆ เลยนี่น่าช่วงพักเที่ยงพนักงานสาวสองสามคนรวมกลุ่มกัน
“ประธานโหดกับเลขาคนนี้จังนะ แค่มาทำงานวันแรกเธอก็โดนหนักเลยนะ”
“แต่เธอก็ทนเก่งนะ”
ปลายรุ้งได้ยินทุกคำแต่ทำเหมือนไม่ได้ยินเธอกลับไปที่โต๊ะก้มหน้าทำงานต่อจนกระทั่งเย็นวริศเดินออกมาจากห้องทำงาน
หยุดยืนตรงหน้าโต๊ะเธอ
“ตามฉันมา”
น้ำเสียงนั้นไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธในลิฟต์ที่มีแค่สองคนความเงียบอึดอัดกดทับเมื่อประตูปิดวริศพูดขึ้นเสียงต่ำ
“เธอชอบทำเป็นไม่รู้จักฉันขนาดนี้เลยหรือไง”
ปลายรุ้งเงยหน้ามองแววตานิ่ง
“คุณเป็นคนบอกเองนี่คะ แล้วจะมาว่าฉันทำไม”
ประโยคนั้นทำให้เขาขมวดคิ้ว
ความหงุดหงิดแล่นขึ้นโดยไร้เหตุผล
“จำไว้”
วริศพูดช้า ๆ
“ที่บริษัทเธอคือเลขา ไม่ใช่เมียฉันแล้วอย่าลืมว่าห้ามบอกใคร”
ปลายรุ้งพยักหน้ารับเงียบ ๆ เหมือนคนว่าง่าย ทั้งที่ในใจยังคุกรุ่นไม่หายเมื่อครู่ยังต่อว่าเธอว่าทำเป็นไม่รู้จักเขาอยู่แท้ ๆ แต่พออีกนาที กลับบอกว่าห้ามบอกใครว่าเธอคือเมียของเขาเธอถอนหายใจเบา ๆ อย่างระงับอารมณ์สายตากลอกขึ้นมองเพดานอย่างเหนื่อยหน่าย ก่อนจะเบ้ปากนิด ๆ
“อารมณ์แปรปรวนขนาดนี้จะเอายังไงกันแน่คะ”
คำพูดไม่ได้หลุดออกไปจริง ๆ มันดังอยู่แค่ในหัวของเธอเท่านั้น
ปลายรุ้งยืนนิ่งสีหน้าสงบ แต่แววตาฉายชัดถึงความระอาผู้ชายตรงหน้าช่างเดาทางยากเหลือเกินเดี๋ยวเย็นชาเหมือนคนแปลกหน้า
เดี๋ยวก็เข้ามาใกล้เสียจนหัวใจเธอสะดุดและที่น่าหงุดหงิดที่สุด
คือเธอดันรู้สึกกับทุกจังหวะอารมณ์ของเขาอย่างช่วยไม่ได้เลย
“ค่ะ ท่านประธาน”
คำเรียกนั้นเป็นเหมือนเส้นแบ่ง ที่เธอขีดให้ชัดเจน
และมันทำให้วริศรู้สึกไม่ชนะอย่างที่คิด ช่วงสายของวันนั้น
บริษัทวริศคอร์ปอเรชันคึกคักผิดปกติเสียงรองเท้าส้นสูงดังเข้ามาในโถงใหญ่ลินดาปรากฏตัวในชุดเดรสเรียบหรู
แว่นกันแดดแบรนด์เนม รอยยิ้มมั่นใจพนักงานหลายคนหันมามอง กระซิบกระซาบทันที
“นั่นใครอ่ะ”
“เห็นมากับประธานบ่อย ๆ เลยนะ”
ปลายรุ้งเงยหน้าขึ้นจากเอกสารสายตาสบกับลินดาเพียงชั่ววินาที
ก่อนจะก้มลงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“คุณวริศอยู่ไหม”
ลินดาถามเสียงหวาน หันมาทางโต๊ะเลขา
“ท่านประธานกำลังประชุมค่ะ”
ปลายรุ้งตอบสุภาพ ลินดายิ้ม ยิ้มที่เหมือนรู้คำตอบอยู่แล้ว
“ไม่เป็นไรค่ะ ดารอได้”
ลินดาพาดแขนบนพนักโซฟาไขว้ขาเล็กน้อยรอยยิ้มบาง ๆ ปรากฏขึ้นอีกครั้ง
เป็นรอยยิ้มเดียวกับคนที่มั่นใจในตำแหน่งของตัวเองและไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรให้ใครเข้าใจลินดาเหลือบตามองปลายรุ้งตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนจะยิ้มบาง ๆ ริมฝีปากโค้งขึ้นเหมือนคนเข้าใจอะไรบางอย่าง
“จริง ๆ ดาแอบสงสัยนะคะ”
เธอพูดขึ้น น้ำเสียงอ่อนหวาน แต่แฝงแววดูแคลน
“ทำไมคุณรุ้งถึงต้องมาทำงานแบบนี้ด้วย”
เธอเอียงศีรษะเล็กน้อยสายตากวาดไปที่แฟ้มในมือปลายรุ้ง
“ทั้งที่เป็นถึงภรรยาของเจ้าของบริษัทน่าจะสบายกว่านี้”
ลินดาหัวเราะเบา ๆ เหมือนพูดเล่น แต่ทุกคำตั้งใจเว้นจังหวะนิดหนึ่ง
“หรือว่าคุณไม่ได้สำคัญคะ”
คำถามนั้นไม่ต้องการคำตอบ มันถูกพูดออกมาเพื่อกดอีกฝ่ายให้ต่ำลง ปลายรุ้งยังคงนิ่ง แต่ความเงียบของเธอกลับทำให้คำพูดของลินดาดังกว่าที่คิดและนั่นเองที่เสียงนินทาเริ่มดังขึ้น
“เลขาคนนี่คงอยู่ยากนะ คุณคนสวยคนนั้นคงเป็นแฟนของท่านประธาน”
คำพูดพวกนั้นดังพอให้ปลายรุ้งได้ยิน
ไม่กี่นาทีต่อมา ฝ่ายธุรการเดินเข้ามาวางกองเอกสารหนาเตอะบนโต๊ะเธอ
“คุณปลายรุ้ง!”
น้ำเสียงเรียบ
“ช่วยจัดแฟ้มพวกนี้ให้เสร็จก่อนเที่ยงนะคะ”
ปลายรุ้งมองนาฬิกาเวลาที่ให้มาแทบเป็นไปไม่ได้
“ได้ค่ะ”
เธอตอบโดยไม่โต้แย้ง ลินดามองภาพนั้นยิ้มบาง ๆ เหมือนพอใจ
ใกล้เที่ยงเครื่องถ่ายเอกสารเสียไฟล์ในคอมพิวเตอร์หายงานบางชิ้นถูกส่งกลับมาพร้อมคำตำหนิ
“เลขาประธานทำงานพลาดได้ยังไง”
ใครบางคนพูดเสียงดัง เหมือนตั้งใจปลายรุ้งก้มหน้ารับทุกคแก้ไขเริ่มใหม่โดยไม่อธิบายว่าเธอไม่ได้เป็นคนทำพลาด เธอจะทำพลาดได้ยังไงกันวันนี้เธอเพิ่งมาทำงานวันแรก!
เมื่อถึงเวลาเที่ยง วริศออกจากห้องประชุมสายตาของเขากวาดผ่านบรรยากาศตึงเครียด ก่อนจะหยุดที่โต๊ะเลขาหน้าห้องที่พ่วงตำแหน่งภรรยาของเขา
เอกสารยังวางกองสูงปลายรุ้งยังนั่งทำงานไม่ลุกไปไหน
“เธอไม่พักหรือไง”
เขาถามเสียงเรียบปลายรุ้งเงยหน้ายิ้มบาง ๆ
“งานยังไม่เสร็จค่ะ”
ลินดาลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้ คล้องแขนวริศต่อหน้าทุกคน
“วริศคะ ดาหิวแล้ว”
น้ำเสียงอ้อน ไม่สนสายตาคนอื่น ทำทีท่าว่าตัวเองเป็นภรรยาของ
วริศชะเอง ทั้งๆ ที่ภรรยาของเขายืนหัวโด่อยู่ตรงนั้นทั้งคน
พนักงานบางคนมองปลายรุ้งอย่างเห็นใจบางคนกลับยิ้มเยาะแถมยังปรามาสว่าปลายรุ้งจะอยู่ได้ถึงเดือนหรือเปล่าวริศมองภาพนั้นแล้วหันมามองปลายรุ้งเธอยังคงนิ่งไม่แสดงอะไร ไม่แม้แต่จะหลบตานั่นแหละที่ทำให้เขาไม่พอใจอย่างไร้เหตุผล
“ไปพักกลางวัน”
วริศสั่งเสียงแข็ง
“แล้วกลับมาจัดการงานที่เหลือให้เสร็จ”
“ค่ะ”
ปลายรุ้งตอบก่อนจะลุกขึ้นช้า ๆ
เธอเดินผ่านกลุ่มพนักงานหลังตรงสายตานิ่งแต่ในอก มันรู้สึกโมโหกับสิ่งที่ตัวเองไม่ได้ก่อลินดาหันมามองตามยิ้มบาง ๆ เหมือนผู้ชนะวริศเห็นรอยยิ้มนั้นและเป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกไม่ชอบมันเลยสักนิด ถึงแม้เขาเองจะเป็นคนดึงลินดาเข้ามาเพื่อเป็นเครื่องมือทำให้ปลายรุ้งต้องเจ็บปวดกับการแต่งงานกับเขาในครั้งนี้