@สัปดาห์ที่สองของการเปิดเทอม
คณะแพทย์เริ่มเรียนหนักขึ้นอย่างเห็นได้ชัด รายงานเอย แล็บเอย กิจกรรมรับน้องเอย รุมเร้าจนหัวหมุน แต่คนอย่างมาเบล... เรื่องเรียนไม่เคยทิ้ง เรื่องผู้หญิงที่อยากชนะพนันก็ไม่เคยแผ่ว! ทุกๆ เย็นหลังเลิกเรียน ฉันจะต้องพาแฝงตัวมาโผล่ที่คณะวิศวะพร้อมกับสหายศึกทั้งสองอย่างจีจี้และจินนี่ จนตอนนี้คนทั้งคณะวิศวะแทบจะจำหน้า 'ยัยหมูเด้งคณะแพทย์' ได้หมดแล้ว
@บ่ายสามโมงเย็น ตึกกิจกรรมคณะวิศวกรรมศาสตร์
"หวี๊ดดดดดดดดด!"
เสียงนกหวีดของเฮดว้ากปีสามดังลั่นโรงยิมขยี้แก้วหู บรรดาปีหนึ่งคณะวิศวะกำลังนั่งระเบียบนิ้วเรียงแถวหน้ากระดานเหงื่อท่วมกาย โดยมีร่างสูงใหญ่ของพี่อัคคียืนเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าแถว ใบหน้าของเขาคมกริบและบึ้งตึง สายตาเรียวคมดุดันกวาดมองรุ่นน้องจนทุกคนนั่งเงียบกริบไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"ถ้าพวกคุณยังไม่มีความพร้อม! ยังไม่มีความสามัคคี! เกียร์รุ่นปีนี้... ก็ไม่ต้องเอา! เอาปี๊บไปคลุมหัวแทนซะ!"
เสียงทุ้มต่ำทรงอำนาจของพี่อัคคีตะโกนก้อง ทำเอาบรรดารุ่นน้องปีหนึ่งหน้าซีดเผือด ฉันที่แอบยืนเกาะขอบหน้าต่างโรงยิมอยู่กับจีจี้และจินนี่มองภาพนั้นแล้วแอบเบะปากเบาๆ
"โห... พี่อัคคีเวลาว้ากเท่ชะมัดเลยว่ะมึง ดูรังสีความผัวดุนั่นดิ คุกคามจนกูอยากยอมสยบแทบเท้าเลยค่ะอีเบล" จีจี้ทำหน้าเพ้อฝันพลางบิดตัวไปมาจนเสื้อนักศึกษาแทบปริ
"เท่กับผีอ่ะดิอี หน้าดุอย่างกับเสือโคร่งโดนแย่งอาหารป่า ปากก็หมา วางมาดเท่ไปงั้นแหละ ตัวจริงกวนตีนจะตายชัก" ฉันกระซิบตอบพลางยัดอมยิ้มรสสตรอเบอร์รี่เข้าปากเคี้ยวหนึบหนับ
"แต่กูว่าสายตาพี่เขาตวัดมามองมึงบ่อยมากเลยนะ ดูดิ... พอมึงโผล่หน้ามาปุ๊บ พี่เขาก็มองมาตรงหน้าต่างนี้ปั๊บเลย" จินนี่สังเกตการณ์อย่างละเอียด
ฉันหันไปมองตามที่จินนี่บอก... เห้ย! จริงด้วยว่ะ พี่อัคคีที่กำลังตวาดรุ่นน้องอยู่ชะงักสายตาตวัดมามองตรงหน้าต่างที่พวกเรายืนอยู่ ดวงตาคมกริบคู่นั้นหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อเห็นฉันกำลังยืนดูดอมยิ้มแล้วส่งสายตากวนประสาทกลับไปให้เขา พี่อัคคีหันไปกระซิบอะไรบางอย่างกับพี่ยิวที่ยืนอยู่ข้างๆ ก่อนจะเดินอาดๆ ตรงดิ่งมาทางหน้าต่างโรงยิมที่พวกเรายืนอยู่ทันที!
"เชี้ยแล้วมึง! พ่อมึงเดินโน่นมาแล้ว! กูเผ่นก่อนนะอีเบล!"
"ดะ..เดี๋ยวสิ จีจี้!!!"
จีจี้ตาตื่นรีบวิ่งหนีไปซ่อนหลังเสาทันทีพร้อมกับจินนี่ ทิ้งให้ฉันยืนเด่นเป็นสง่าเกาะขอบหน้าต่างอยู่คนเดียว พี่อัคคีเดินมาหยุดตรงหน้าต่าง ระยะห่างระหว่างเรามีเพียงแค่บานเกล็ดกั้น เขาโน้มตัวลงมาหาฉัน สายตาคมกริบดุดันจ้องลึกเข้ามาในตาฉันจนฉันแอบขนลุกซู่ แต่ใจมันสู้งัย เลยเชิดหน้าสู้เสือ!
"มาทำอะไรตรงนี้? คณะแพทย์ไม่มีตึกเรียนรึไง ถึงชอบมาป้วนเปี้ยนแถวโรงยิมวิศวะ" เสียงทุ้มต่ำกระซิบกระซาบแต่อัดแน่นไปด้วยความดุ
"มาดูเฮดว้ากหมาดุค่ะพี่อัคคี ว้ากรุ่นน้องซะเสียงดังลั่นเชียว กลัวคอจะพังซะก่อนได้จ่ายเงินล้านให้หนูไง เลยเอาของดีมาให้" ฉันยิ้มหวานพลางยื่นอมยิ้มรสสตรอเบอร์รี่อีกอันในกระเป๋าเสื้อช็อปไปตรงหน้าเขา
"อ่ะ... อมยิ้มรสหวานฉ่ำ เผื่ออมแล้วปากจะหมาน้อยลงบ้าง"
พี่อัคคีมองอมยิ้มสีชมพูในมือฉัน ก่อนจะปรายสายตาข่มขวัญมาที่ใบหน้าของฉัน
"ไร้สาระ...เห็นฉันเป็นเด็กสามขวบรึไง เอาอมยืมมาล่อ ฉันกำลังคุมสตาฟฟ์รับน้อง อย่ามาทำตัวเกะกะ ยัยหมูเด้ง"
"หนูชื่อมาเบลค่าาาาาา! เรียกชื่ออ่ะ ไม่ทำให้ตายหรอก! แล้วก็หนูไม่ได้มาเกะกะด้วย หนูมาเป็นกำลังใจให้ว่าที่แฟนในอนาคตต่างหาก"
ฉันหยอดไปดอกใหญ่แบบหน้าด้านๆ เน้นๆ คำว่าแฟน ชัดๆ ทำเอาพี่อัคคีถึงกับชะงักไปครู่หนึ่ง ใบหน้าเรียบตึงของเขาแอบมีริ้วรอยความแดงพาดผ่านใบหูสั้นๆ เห้ย! หรือเขาจะเขินวะ? ไม่จริงมั้ง หุ่นยนต์น้ำแข็งปากหมาแบบเขาเขินเป็นด้วยเหรอ
"ปากดีไม่เลิกจริงๆ ..."
พี่อัคคีแค่นยิ้มเย็นชา ก่อนจะเอื้อมมือหนาผ่านช่องหน้าต่างมา... คราวนี้เขาใช้นิ้วชี้ดึงแก้มพองๆ ของฉันออกแรงๆ จนหน้าฉันเบี้ยวไปข้างหนึ่ง
"พูดจาเพ้อเจ้อ... ใครจะเป็นแฟนเธอไม่ทราบ? ฝันกลางวันอยู่รึไง?"
"โอ๊ย! เจ็บนะไอ้พี่อัคคี! ปล่อยเลยนะ!"
ฉันโวยวายพยายามปัดมือเขาออก แต่สัมผัสอบอุ่นจากฝ่ามือหนาที่โดนแก้มมันดันทำให้หัวใจเต้นโครมครามจนแทบหลุดออกมานอกอก
"หึ... ตัวแค่นี้แต่ซ่าไม่เบา" พี่อัคคีปล่อยมือ ขยับปกเสื้อช็อปสีแดงของเขาให้เข้าที่
"กลับคณะเธอไปซะไป ก่อนที่ฉันจะสั่งให้รุ่นน้องวิศวะมาหิ้วเธอไปโยนทิ้งที่บ่อเต่าหน้ามหาลัย"
"ไม่กลับ! หนูจะยืนรอพี่อยู่ตรงนี้แหละ เลิกรับน้องเมื่อไหร่ หนูจะตามตื๊อพี่ไปกินข้าวเย็นด้วยกันให้ได้ คอยดู!"
ฉันประกาศก้องอย่างไม่ยอมแพ้ พี่อัคคีไม่ตอบ เขาแค่ส่ายหัวระอาพลางหมุนตัวเดินกลับไปคุมแถวรุ่นน้องต่อ ทิ้งให้ฉันยืนกุมแก้มตัวเองที่ยังรู้สึกร้อนผ่าวๆ จากสัมผัสเมื่อกี้ ยัยมาเบลเอ๋ยมาเบล... แกกำลังจะสอยเขาลงจากหิ้ง หรือแกกำลังจะตกหลุมรักเขาเองกันแน่วะเนี่ย! หัวใจเต้นแรงชิบหาย!