@หน้ามหาวิทยาลัย > เปิดเทอมวันแรก
"อีเบล! มึงเดินเร็วๆ หน่อยสิคะ เดี๋ยวก็สายหรอก อีสัด! เอาฤกษ์เอายามชิบหาย สายตั้งแต่วันแรก!"
เสียง 'จีจี้' ตะโกนด่ามาตามสายลม พร้อมกับจีบปากจีบคอเดินสับขาหลอกอย่างกับอยู่บนรันเวย์
"เออรู้แล้ว! มึงจะรีบอะไรขนาดนั้นวะ เหลืออีกตั้งสิบนาที"
ฉันตะโกนตอบพลางก้มหน้าก้มตาคุ้ยหาบัตรนักศึกษาในกระเป๋าเป้
ฉันชื่อ 'มาเบล' เป็นเฟรชชี่คณะแพทยศาสตร์ปี 1 ผู้มีสโลแกนประจำตัวว่า สวย ดื้อ และไม่ยอมคน ใครดีมาฉันดีกลับ แต่ถ้าใครร้ายมา...บอกเลยว่ามาเบลคนนี้พร้อมบวกเสมอ!
"มัวแต่พูดอยู่นั่นแหละ เดินดูทางด้วยค่ะสาว เดี๋ยวรถก็สอยตูดไปกินหรอก"
'จินนี่' เพื่อนสนิทสายหวานเตือนพลางดึงแขนฉันให้ขยับเข้าข้างทาง
"เอี๊ยดดดดดดดดด!"
"ว้ายยยยยยยย!"
เสียงเบรกดังสนั่นลั่นหน้าประตูมหาลัย พร้อมกับรถสปอร์ตคันหรูสีดำสนิทที่พุ่งมาด้วยความเร็วสูงแล้วมาหยุดกึกอยู่ตรงหน้าฉัน! เชื่อไหมว่าอีกแค่คืบเดียว...แค่อีกนิดเดียว นิดเดียวจริงๆ หน้าตาอันน่ารักๆ ของฉันเกือบจะได้ไปกระแทกกับฝากระโปรงรถราคาเหยียบสิบล้านคันนั้นแล้ว!
"เชี่ยยยย! ขับรถภาษาอะไรวะ ไม่ดูคนเลยรึไง!" ฉันสบถออกมาเสียงดัง หัวใจแทบหล่นไปอยู่ที่ตาตุ่ม
"เบล! มึงเป็นอะไรปะ?"
จีจี้กับจินนี่รีบวิ่งหน้าตาตื่นมาจับตัวฉันหันซ้ายหันขวาเพื่อสำรวจร่างกายว่าได้รับบาดเจ็บหรือไม่
"กูไม่เป็นไร...แต่รถคันนั้นสิ มันจะขับเร็วหาพ่องมันเหรอ เขตมหาวิทยาลัยนะเว้ย!"
ฉันที่เริ่มมีน้ำโห เดินตรงไปที่ประตูฝั่งคนขับทันที พร้อมกับรัวกำปั้นทุบกระจกสีฟิล์มมืดตึ๊ดตื๋อนั่นอย่างแรง
"นี่! ลงมาคุยกันให้รู้เรื่องเลยนะ ขับรถภาษาอะไรฮะ! เกือบชนคนตายแล้วเนี่ย!"
กระจกรถค่อยๆ เลื่อนลงมาช้าๆ เผยให้เห็นใบหน้าคมสันของชายหนุ่มคนหนึ่ง เขาสวมเสื้อช็อปสีแดงเข้มที่ดูเท่ชะมัด ผมเผ้ายุ่งนิดๆ แต่ดูรับกับใบหน้าเฉยเมยราวกับรูปสลัก ดวงตาเรียวคมคู่นั้นจ้องมองฉันนิ่งๆ ไม่มีท่าทีตกใจหรือจะเอ่ยคำขอโทษสักนิด
"ทุบรถคนอื่นได้ขนาดนี้...คงยังไม่ตายหรอก?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาถูกพ่นออกมาจากปากหยักได้รูปนั่น
"นี่พี่! เกือบขับรถชนคนนะ แทนที่จะขอโทษ แต่กลับมาปากเสียใส่เนี่ยนะ?"
ฉันยืนเท้าเอว จ้องหน้าเขาแบบเอาเรื่อง รุ่นพี่ก็รุ่นพี่เหอะ ปากหมาตั้งแต่เริ่มขนาดนี้ อีมาเบลคนนี้ไม่ยอมจบง่ายๆแน่
"ฉันเบรกทัน...และเธอก็ยังยืนด่าได้ปอดฉีกขนาดนี้ แปลว่าไม่ได้บาดเจ็บอะไร" เขาปรายตาสั้นๆ มองมือฉันที่ยังทุบรถเขาค้างอยู่
"เอามือออกไปจากรถฉัน...มันสกปรก"
"ไอ้...ไอ้พี่บ้า! รถสะอาดแต่นิสัยสกปรกก็ไม่ไหวนะพี่!"
"ปากดี..." เขาแค่นยิ้มมุมปากที่ดูโคตรกวนประสาท
"เรียนคณะไหน? ถ้าเรียนแพทย์...แนะนำให้ไปเรียนจิตเวชก่อนนะ เผื่อจะได้รักษาอาการประสาทแดกของตัวเอง"
เขาพรางมองป้ายชื่อที่ห้อยคอของฉันอยู่ บอกสังกัดชัดเจนว่าฉันเรียนคณะแพทย์ศาสตร์
"นี่พี่ด่าหนูเหรอ!"
"ฉันแค่แนะนำ...หลบไป เสียเวลา"
พูดจบเขาก็เลื่อนกระจกขึ้นทันทีโดยไม่รอให้ฉันด่ากลับแม้แต่คำเดียว
"บรึ๋นนนนนน!"
เขากระชากรถออกไปอย่างแรงจนควันไอเสียเกือบจะพ่นใส่หน้าฉัน ยัยมาเบลคนนี้ยืนกำหมัดแน่น หน้าแดงก่ำด้วยความโมโห
"ไอ้เหี้ย!!! ไอ้คนนิสัยเสีย ไม่มีใครสั่งใครสอนรึไงกัน!"
"อีเบล...มึงไปมีเรื่องกับเขาทำไม มึงรู้ไหมนั่นใคร?" จีจี้เดินเข้ามาสะกิดแขนฉันพลางทำหน้าสยอง
"จะใครก็ช่างหัวมันเหอะ! ปากขากรรไกรค้างขนาดนั้น มันหน้าจับมาตบกระบาลซะให้เข็ด กล้าดียังไงมาด่ากูประสาทแดก!"
"นั่นน่ะ...พี่อัคคี วิศวะปี 3 เฮดว้ากสุดโหดที่สาวทั้งมหาลัยยอมถวายตัวถวายใจให้เลยนะมึง"
จินนี่กระซิบพลางทำหน้าเพ้อ เพราะนั่นน่ะคือเทพบุษในใจของมันเลยมั้ง ดูจากสีหน้าฝันหวานของมันแล้ว
"กูว่ามึงอย่าไปยุ่งกับเขาเลยเบล พี่อัคคีเนี้ย...ปากคมยิ่งกว่าใบมีดโกน แถมยังนิ่งอย่างกับหิน ใครเข้าไปยุ่งด้วยถ้าไม่โดนด่าจนร้องไห้ ก็โดนเมินจนหน้าชาทั้งนั้นแหละ"
"วิศวะปากขากรรไกรเหรอ..." ฉันพึมพำพลางมองตามท้ายรถสีดำคันนั้นไป
"ได้...พี่อัคคีใช่ไหม เดี๋ยวเจอกันแน่ ไอ้พี่หน้าหล่อแต่ปากหมา! คิดว่าหน้าหล่อแล้วกูจะไม่กล้าด่ารึไง"
"กูว่ามึงอย่าเลย..." จีจี้พยายามห้าม
"ไม่ทันแล้วมึง! คนอย่างมาเบลฆ่าได้แต่หยามไม่ได้! เดี๋ยวจะทำให้ไอ้พี่มาดนิ่งนั่นกลายเป็นหมาหงอยต่อหน้ากูให้ดู....มึงคอยดู!"