@กลุ่มอัคคี
"มึงแรงไปป่ะไอ้อัคคี น้องเขาน่ารักออกนะเว้ย ยิ่งตอนแก้มพองๆ เพราะโกรธนะ...อื้อหือ สเปกกูเลย" ยิวหัวเราะร่วนแต่เด็กนั่นก็น่ารักจริงๆแหละ เสียอย่างเดียวดื้อรั้นไปหน่อย
สวัสดีครับ ผมชื่อ "อัคคี" เรียนวิศวะปีสาม ทำหน้าที่เฮ็ดว๊าก อุปนิสัยส่วนตัว ไม่ชอบสุงสิงกับใคร ถ้าไม่สนิทด้วยจริงๆ ส่วนตัวเป็นคนขี้รำคาญ ชอบความสงบ อยู่แบบเงียบๆมากกว่าการได้ยินเสียงแว๊ดๆตลอดเวลา อย่างไอ้ยิวกับไอ้ภูผา คบกับผมมาตั้งแต่เรียนอนุบาล เราสามคนจึงสนิทกันมาก ถ้าไม่คบมาตั้งแต่เด็กก็ไม่อยากคุยกับพวกมันด้วยซ้ำ นิสัยเหมือนยัยเด็กบ้านั่นไม่มีผิด
"น่ารำคาญมากกว่า เด็กอะไร...ดื้อตาใส" ผมตอบกลับไปสั้นๆ พร้อมหยิบสมุดเช็กชื่อขึ้นมาดู
"แต่กูว่ามึงได้คู่ปรับแล้วล่ะ ดูท่าทางน้องพะยูนของมึงจะแค้นมึงเอาเรื่อง"
ภูผาพูดทิ้งท้ายพลางยิ้มมุมปาก ตั้งแต่เกิดมายังไม่เคยเห็นใครกล้าฟาดกลับ ตอกหน้าอัคคีขนาดนี้มาก่อน
"หึ...ตัวกะเปียกแค่นั้น รึอ่านจะมาเป็นคู่ปรับกับกู คู่ควรเหรอ"
"ก็แค่พะยูนหลงฝั่ง"
อัคคีแค่นยิ้มเย็นชาพลางสลัดภาพใบหน้ากลมมนที่จ้องเขาตาแทบถลนออกจากหัว แต่ก็น่าแปลกที่ความนุ่มนิ่มตอนกระแทกไหล่เมื่อกี้ยังติดอยู่ที่ความรู้สึก
"ปากแข็งไปเหอะมึง เดี๋ยวถ้าพะยูนตัวนี้พ่นพิษใส่ระวังจะจุกจนพูดไม่ออก"
ยิวส่ายหัวขำๆ มองตามแผ่นหลังบางของมาเบลที่เดินปั้นปึ่งออกไปจากโรงอาหารจนสุดลูกหูลูกตา
@เย็นวันนั้น > หน้าคณะวิศวกรรมศาสตร์
"อีเบล มึงจะมาดักรอพี่เขาจริงๆ เหรอวะ นี่มันถิ่นวิศวะนะมึง ดูสิ... เสื้อช็อปแดงเต็มไปหมด กูจะโดนรับน้องไปด้วยไหมเนี่ย" จีจี้พึมพำอย่างหวาดๆ พลางคอยหลบหลังจินนี่ นี่ก็กลัวจนขึ้นสมอง ตัวมันใหญ่กว่ารุ่นพี่วิศวะบางคนซะอีก
"มาถึงขนาดนี้แล้วถอยก็เสียชื่อมาเบลหมดอ่ะดิ พวกมึงรอดูนะ คนปากหมาแบบนั้นต้องเจอคนอย่างกูดัดนิสัย!"
ฉันยืนกอดอก เชิดหน้าท้าลมแดดอยู่ใต้ตึกคณะวิศวะฯ อย่างไม่เกรงกลัว จังหวะนั้นเอง กลุ่มเสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูเจ้าเก่าเจ้าเดิม คู่อริที่ประกาศสึกกันมามาดๆก็เดินลงมาจากตึกเรียน นำทีมมาด้วยไอ้พี่น้ำแข็งขั้วโลกที่กำลังคุยสายด้วยใบหน้าเรียบตึง พอเขาเห็นฉันยืนดักรออยู่หน้าคณะ เขาก็ชะงักฝีเท้าลงทันที
"แค่นี้ก่อน"
พี่อัคคีกดวางสาย ยัดโทรศัพท์ลงในกระเป๋ากางเกงพลางก้าวเข้ามาหาฉันด้วยท่าทางคุกคาม
"ยัยพะยูนเธอนี่มัน... กัดไม่ปล่อยเลยจริงๆ"
"หนูไม่ได้ชื่อพะยูน และหนูก็ไม่ได้หลุดออกมาจากสารคดีสัตว์โลกที่ไหนทั้งนั้น! พี่ต้องขอโทษหนูเรื่องเมื่อเช้าก่อน ไม่งั้นอย่าหวังว่าจะเดินผ่านตรงนี้ไปได้"
ฉันขยับไปขวางหน้าเขาไว้ พยายามทำตัวให้ดูสูงที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทั้งเขย่งปลายเท้า แต่ก็ยังสูงเพียงแค่ไหล่ของเขา คนอะไรขายาวอย่างกับเปรต
พี่อัคคีก้มลงมามองฉัน สายตาคมกริบคู่นั้นกวาดมองใบหน้าของฉันอีกครั้ง คราวนี้เขายิ้มมุมปากเบาๆ แต่มันเป็นรอยยิ้มที่ทำเอาฉันอยากจะง้างหมัดใส่หน้าหล่อๆ นั่นชะมัด
"อย่าจ้องแรงดิ มองไปมองมา เธอเหมือนลูกหมูเด้งตอนโดนขัดตัวเลยว่ะ เห็นแล้วอยากจะจับฉีดน้ำใส่ให้เลิกฟึดฟัดจริงๆ"
เขาเว้นจังหวะพลางโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้จนลมหายใจอุ่นๆ รดหน้าฉัน
"ไอ้... ไอ้พี่อัคคี! ใครเป็นหมูเด้ง!"
ฉันกรีดร้องออกมาอย่างสุดกลั้น โกรธจนหน้าแดงก่ำไปถึงใบหู พะยูนก็ยังไม่เคลียร์ นี่ยังมาหาว่าฉันเป็นฮิปโปหมูเด้งอีก สักหมัดเลยดีไหมเนี่ย
"ก็ใครล่ะที่ยืนสั่นเป็นเจ้าเข้าอยู่ตรงนี้?"
พี่อัคคีหัวเราะในลำคอเบาๆ เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นเขาหลุดขำ แต่มันเป็นการขำที่น่าตบที่สุดในโลก!
"ดูสิ... ตาถลน แก้มตุ่ยสั่นพั่บๆ แบบนี้" เขาใช้นิ้วชี้จิ้มลงมาที่แก้มฉันเบาๆ
"เหมือนพวก ปลาทองวุ้น ที่เขาลืมเปลี่ยนน้ำให้เลยว่ะ หน้าตาดูขาดออกซิเจนพิกลนะเราน่ะ"
"กรี๊ดดดด!!! ไอ้...!"
ฉันพยายามจะด่า แต่เขากลับใช้นิ้วเดิมนั่นแหละปิดปากฉันไว้
"หยุดพ่นไฟได้แล้ว ยิ่งเธอขยับปาก หน้าเธอก็ยิ่งเหมือน อึ่งอ่างพองลม ตอนโดนไม้เขี่ย"
พี่อัคคีแสยะยิ้มที่มุมปาก น่าถีบซะมัด ด่ามาเป็นชุดเลย ทำเอาฉันโมโหจนตัวสั่น
"หลีกไปยัยหมูเด้ง อย่ามาขวางทางคนจะกลับบ้าน"
"ไม่หลีก! จนกว่าพี่จะขอโทษ!"
"งั้นก็นอนเฝ้าคณะวิศวะไปแล้วกัน"
เขาไม่พูดเปล่า แต่กลับเอื้อมมือหนามาวางแหมะลงบนหัวฉันแล้วออกแรงโยกจนตัวฉันเซไปข้างๆ หน้าตาเฉย
"โอ๊ย...ไอ้พี่บ้า"
"กลับบ้านไปกินนมนอนซะไป เดี๋ยวความดันขึ้นหน้าจะยิ่งพองกว่าเดิม"
"พี่อัคคี...!!!"
เขาเดินเบียดไหล่ฉันไปหน้าตาเฉย ทิ้งให้ฉันยืนอ้าปากพะงาบๆ อยู่ตรงนั้น จะเถียงก็เถียงไม่ทัน เขาก้าวครั้งเดียวเท่ากับฉันก้าวสามครั้ง เขาเดินจากไปท่ามกลางเสียงหลุดขำของไอ้พี่เกลอกลุ่มวิศวะที่เดินตามหลังมา
"ฮ่าๆๆ มึงใจเย็นไอ้อัคคี น้องเขาน่าสงสารจะตายไป ดูสิ หน้าแดงจนจะเป็นมะเขือเทศสุกอยู่แล้ว" พี่ยิวหัวเราะร่วนพลางขยิบตาให้ฉัน
"ไปก่อนนะน้องหมูเด้ง ไว้พี่จะเอาถั่วมาฝาก!"
"ไอ้พวกบ้า! ไอ้พวกวิศวะเถื่อน!" ฉันกระทืบเท้าเร่าๆ โกรธจนน้ำตาแทบจะคลอเบ้า นี่กะจะกวนตีนทั้งแก๊งเลยหรือไง
"ไอ้พี่อัคคี! ไอ้คนปากหมา! อย่าให้ถึงทีฉันบ้างนะ ฉันจะจับพี่ผ่าตัดแยกส่วนเลยคอยดู!!!"
ฉันตะโกนด่าไล่หลังกลุ่มวิศวะที่เดินหัวเราะร่วนออกไป โดยเฉพาะไอ้แผ่นหลังกว้างๆนั่น เขาเดินนิ่งๆ ไม่สะทกสะท้านอะไรเลย
"จีจี้! จินนี่! พวกมึงเห็นไหม ไอ้รุ่นพี่ปากเสียด่ากูเป็นปลาทองวุ้น! เขาด่ากูเป็นอึ่งอ่าง! แล้วก็.."
"เออๆ เห็นแล้วมึง ใจเย็นก่อนมาเบล หน้ามึงพองจนกูจะจำไม่ได้แล้วเนี่ย"
จีจี้รีบเข้ามาลูบหลังปลอบใจ แต่ใบหน้ามันเหมือนจะหัวเราะซะมากกว่า
"แต่จะว่าไปเวลามึงโกรธแล้วหน้าเหมือนหมูเด้งจริงๆ ว่ะ"
"อีจีจี้!!!"
"กูล้อเล่น ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
"อีชะนี... กูว่ามึงเปลี่ยนจากสอยเขาลงจากหิ้ง เป็นสอยหัวเขาลงจากบ่าให้ได้ก่อนเหอะ" จีจี้ตบไหล่ฉันเบาๆ
"คนอะไรวะ ด่าหมอว่าหมูเด้ง... แม่ง... โคตรหยาม!"
"เออ! กูไม่เอาไว้แน่! คอยดูเถอะไอ้พี่อัคคี ชื่อพี่มันต้องเจอกับไฟอย่างมาเบล... ฉันจะเผาพี่ให้วอดเลย! เอาให้มอดไหม้จนไม่เหลือเถ้าธุลีเลย"