@เช้าวันต่อมา 06.00 น. แสงแดดอ่อน ๆ ยามเช้าตรู่สาดส่องทะลุม่านสีขาวเข้ามาภายในห้องนอนของฉัน หลังจากค่ำคืนอันยาวนานที่เต็มไปด้วยพายุฝนและพายุอารมณ์ดิบเถื่อนของเสือร้ายคณะวิศวะ ฉันเพิ่งจะได้ข่มตานอนหลับไปไม่กี่ชั่วโมงนี่เอง สภาพของฉันบัดนี้คือเส้นผมยุ่งเหยิง พันกันนัวเนีย ใบหน้าหวานซุกอยู่กับหมอนข้างขนาดใหญ่ ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอพ่นฟู่ ๆ ออกมาด้วยความอ่อนเพลียขั้นสุดจากการสูญเสียพลังงานชีวิตไปกับการต่อล้อต่อเถียงกับคนหน้านิ่งเมื่อคืน 📞"ครืดดด... ครืดดด... ครืดดด..." เสียงโทรศัพท์มือถือเครื่องหรูที่วางอยู่บนโต๊ะข้างหัวเตียงเริ่มสั่นระริก พร้อมเสียงริงโทนทำลายความเงียบสงบ ฉันขมวดคิ้วอย่างหงุดหงิด ส่งเสียงครางฮือในลำคออย่างขัดใจ สองแขนเรียวยกหมอนขึ้นมาปิดหูแน่น พยายามเพิกเฉยต่อเสียงเรียกเข้าที่น่ารำคาญใจนั่น ทว่าปลายสายกลับไม่มีทีท่าว่าจะยอมแพ้ ยังคงโทรเข้ามารัว ๆ สายแล้วสายเล่า จนคนง่วงนอน

