ปากหมาแต่หน้าหล่อ

1233 Words
@สัปดาห์ต่อมา "อีเบล มึงหยุดเดินบิดก้นไปมาได้ไหม กูเห็นแล้วเวียนหัวชิบหาย นี่มึงกำลังจะไปอ่อยพี่อัคคีหรือกำลังจะไปประกวดมิสทิฟฟากันแน่ฮะ?" เสียง 'จีจี้' แขวะฉันมาตามสายลมเย็นๆ ยามเช้าใต้ตึกคณะวิศวกรรมศาสตร์ หลังจากที่ปฏิบัติการ 'หายหน้าไปให้ผู้ชายขาดใจ' ในสัปดาห์แรกประสบความสำเร็จอย่างงดงามจนไอ้พี่เฮดว้ากหน้าตายคนนั้นถึงกับหลุดฟอร์มคว้าชายเสื้อกาวน์ฉันไว้ วันนี้มาเบลคนสวยเลยขอดำเนินแผนการขั้นที่สองทันที นั่นคือการ 'โผล่หน้าไปกวนประสาทให้ใจสั่น' "อะไรของมึงอีจีจี้ คนเรามันก็ต้องมีความมั่นใจในตัวเองป่ะวะ? คนสวยระดับกูจะให้เดินธรรมดาๆได้ไง" ฉันหันไปเบะปากใส่เพื่อนสนิทพลางดึงเสื้อช็อปตัวเล็กที่แอบไปขอรุ่นพี่ปี 3 คณะแพทย์มาใส่ทับชุดนักศึกษาดูทะมัดทะแมง "เออๆ มึงสวย มึงเริ่ด แต่มึงดูโน่นก่อนค่ะสาว... เป้าหมายของมึงนั่งอยู่นู่น หน้านิ่งเป็นรูปปั้นพระพรหมเอราวัณเลยนะมึง กวนใครไม่กวนดันไปกวนตีนคนหน้านิ่งฉบับออริจินัลแท้ๆ" จินนี่ะกิดแขนฉันรัวๆ พลางชี้โบ้ชี้เบ้ไปที่ม้านั่งหินอ่อนตัวยาวใต้ต้นหูกวางเจ้าเก่าเจ้าเดิม ที่โต๊ะตัวนั้น... ชายหนุ่มร่างสูงโปร่งเจ้าของเรือนผมสีดำสนิทที่ยุ่งนิดๆ ราวกับเพิ่งตื่นนอน กำลังนั่งไขว่ห้างอ่านพิมพ์เขียวในไอแพดอย่างตั้งอกตั้งใจ เสื้อช็อปสีแดงเลือดหมูของเขาถูกปลดกระดุมบนออกสองเม็ดตามสไตล์หนุ่มเซอร์ขวัญใจชะนีทั้งมหาลัย แขนเสื้อถูกพับขึ้นมาถึงข้อศอกเผยให้เห็นท่อนแขนแกร่งที่มีเส้นเลือดปูดขึ้นมาอย่างคนออกกำลังกายหนัก สร้อยเกียร์เงินที่ห้อยอยู่ตรงอกเสื้อสะท้อนแสงแดดยามเช้าวิบวับจนน่าหมั่นไส้ "หึ... มาแต่เช้าเลยนะไอ้พี่น้ำแข็งขั้วโลก วันนี้แหละแม่จะแซะให้ละลายเลยคอยดู" ฉันพึมพำพลางตบกระเป๋าเป้คู่ใจที่มีเสบียงพร้อมรบ "เบล... กูว่ามึงใจเย็นๆ ก่อนเหอะ คนเดินผ่านไปผ่านมามองโต๊ะนั้นเพียบเลย มึงจะเดินดุ่มๆ เข้าไปแบบนี้จริงดิ?" จินนี่กระซิบถามอย่างหวาดๆ เมื่อเห็นสายตาของนักศึกษาคณะวิศวะคนอื่นๆ ที่เริ่มหันมามองพวกเราสามคนในเสื้อช็อปต่างคณะ "มาถึงถิ่นเสือแล้วจะให้ทำตัวขี้ขลาดเป็นแมวได้ไงวะ ถ้าพวกมึงกลัวก็ยืนรอตรงนี้แหละ เดี๋ยวอีเบลจัดการเอง!" "อีเบล!!" ฉันไม่รอให้เพื่อนห้าม เดินนวยนาดสับขาตรงดิ่งไปที่โต๊ะของกลุ่มเฮดว้ากวิศวะทันที วันนี้โชคดีชิบหายที่พี่ยิวกับพี่ภูผายังไม่มา มีแค่ไอ้พี่อัคคีนั่งทำหน้าบอกบุญไม่รับอยู่คนเดียว เพียวๆ แบบนี้แหละกวนประสาทง่ายดี! "ปึกกก!" ฉันกระแทกกล่องอาหารสีชมพูลงบนโต๊ะหินอ่อนอย่างแรงจนไอแพดในมือพี่อัคคีเกือบหลุด เขาชะงักนิ้วที่กำลังเลื่อนหน้าจอ ค่อยๆ ละสายตาคมกริบดุจใบมีดโกนนั่นขึ้นมามองฉันช้าๆ สายตาของเขาไล่ตั้งแต่รองเท้าผ้าใบสีขาว กระโปรงพลีทสีเข้ม เสื้อช็อปคณะแพทย์ และมาหยุดอยู่ที่ใบหน้ากลมมนของฉันที่กำลังฉีกยิ้มหวานหยดปานน้ำผึ้งผสมยาเบื่อหนูส่งไปให้เขา "..................." พี่อัคคีไม่พูดอะไรสักคำ เขาแค่จ้องหน้านิ่ง เลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งเป็นเชิงถามว่า 'ฉันมาที่ยี่ทำไม?' "สวัสดีค่ะพี่อัคคี! วันนี้พะยูนพองลมผู้น่ารักหอบเอาอาหารมาปรนนิบัติพัดวีพี่ถึงถิ่นวิศวะเลยนะคะ" ฉันเลื่อนเก้าอี้ม้าหินอ่อนฝั่งตรงข้ามแล้วทรุดตัวลงนั่งเท้าคางจ้องหน้าเขาแบบไม่หลบสายตา "ใครสั่งให้เธอนั่ง?" น้ำเสียงทุ้มต่ำและเย็นชาถูกพ่นออกมาจากปากหยักได้รูปนั่นทันที ปากคอเลาะร้ายฉายาขากรรไกรทองคำจริงๆ "ไม่มีใครสั่งค่ะ ขาหนูเดินมาเอง และก้นหนูก็วางลงเองด้วย สะดวกดีออก" ฉันยิ้มตาหยู กวนตีนกลับไปหนึ่งดอก "เกะกะสายตา...น่ารำคาญ!" เขาพูดสั้นๆ พลางก้มหน้ามองไอแพดต่อเหมือนฉันเป็นเพียงสัมภเวสีที่มาขอส่วนบุญ "โหพี่! ปากหมาตั้งแต่เช้าขนาดนี้ ระวังฟันร่วงหมดปากก่อนจะได้เสียเงินล้านนะคะ ถ้าไม่ติดว่าหน้าหล่อ โดนไปแล้วนะรู้ตัวป่ะ" ฉันเอื้อมมือไปเลื่อนกล่องสีชมพูไปตรงหน้าเขา "อ่ะ... นี่อาหารเช้าสำหรับเฮดว้ากปากมอม เผื่อกินเข้าไปแล้วปากจะหวานขึ้นมาบ้างซักเซนสองเซน" พี่อัคคีปรายตาสั้นๆ มองกล่องอาหารสีชมพูของฉัน ก่อนจะแค่นยิ้มมุมปากที่ดูโคตรกวนอารมณ์ "อะไร? ยาพิษเหรอ? หรือยาเบื่อหนู?" "ไอ้พี่อัคคี! นี่มันแซนด์วิชแฮมชีสฝีมือมาเบลคนสวยต่างหาก! หนูลุกขึ้นมาทำตั้งแต่ตีห้า ขนมปังโฮลวีตอย่างดี ชีสแท้นำเข้าจากฝรั่งเศส แฮมเกรดพรีเมียม! สะอาดปลอดภัยไร้สารปนเปื้อนแน่นอนค่ะ!" ฉันแหวใส่จนแก้มเริ่มพองลมด้วยความโมโห คนเขาทำมาให้ ไม่มีคำว่าขอบคุณ แถมยังปากเสียใส่อีก รักษามาตรฐานดีจริงๆ "หึ..." เขาหัวเราะในลำคอเบาๆ สายตาคมกริบเลื่อนมาจ้องแก้มฉัน "บอกว่าอย่าพองลม... หน้าเหมือนปลาทองขาดออกซิเจนไม่มีผิด แล้วไอ้แซนด์วิชเนี่ย... ขนมาให้ฉันทำไม? ฉันบอกตอนไหนว่าอยากกิน?" "ก็หนูกำลังรุกพี่อยู่ไง! โบราณเขาว่าอยากได้เสือก็ต้องเอาเหยื่อไปล่อ อยากได้ใจพี่ก็ต้องเอาของอร่อยมาอ่อยดิ" ฉันพูดอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีคำว่ายางอายในพจนานุกรมของมาเบลหรอกนะจุดนี้ "หนึ่งล้านบาทของพี่มันเย้ายวนใจหนูมากเลยล่ะ เพราะฉะนั้น กินซะดีๆ อย่าให้หนูต้องใช้วิธีง้างปากแล้วยัดลงไป!" "ปากดี..." พี่อัคคีวางไอแพดลงบนโต๊ะ ดึงตัวกลับไปพิงพนักม้าหินอ่อน กอดอกมองฉันด้วยสายตาคุกคาม "คิดว่าเอาของกินโง่ๆ แบบนี้มาล่อ แล้วคนอย่างฉันจะคล้อยตามเหรอ? ฝันอยู่รึไงฮะยัยหมูเด้ง" "ฝันไม่ฝัน พี่ก็ยอมคุยกับหนูยาวกว่าสามคำแล้วป่ะล่ะ?" ฉันยืดอกอย่างผู้ชนะ "เมื่อก่อนด่าหนูพะยูน ตอนนี้พัฒนาเป็นหมูเด้ง แสดงว่าพี่เริ่มสนใจรายละเอียดในตัวหนูมากขึ้นแล้วใช่ไหมคะ?" "ฉันแค่เปรียบเทียบตามลักษณะทางกายภาพที่เห็น..." เขาปรายตาลงมองหุ่นฉันอีกรอบ "ตัวกะเปี๊ยก แก้มกลม ตาโต ฟึดฟัดตลอดเวลา... เหมือนฮิปโปแคระไม่มีผิด" "นี่พี่ด่าหนูเป็นฮิปโปเหรอ!" "ฉันแค่พูดความจริง... เอาของเธอคืนไป เสียเวลาอ่านแบบ" พูดจบเขาก็ใช้ปลายนิ้วชี้ดันกล่องแซนด์วิชสีชมพูกลับมาทางฉันอย่างไม่ใยดี "ไม่คืน! ถ้าพี่ไม่กิน หนูจะนั่งเฝ้าพี่อยู่ตรงนี้แหละ ดูดิ๊ว่าเฮดว้ากสุดโหดจะทนเสียงแว๊ดๆ ของหนูได้นานแค่ไหน"
Free reading for new users
Scan code to download app
Facebookexpand_more
  • author-avatar
    Writer
  • chap_listContents
  • likeADD