@1 สัปดาห์ต่อมา ณ ลานเกียร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์
"โอ๊ยยย... กูล่ะเซ็ง! กูล่ะท้อ! กูล่ะถอนหายใจจนปอดจะหลุดออกมากองที่พื้นอยู่แล้วเนี่ย!"
เสียงของ 'ยิว' ดังโวยวายมาแต่ไกลขณะที่เจ้าตัวทิ้งก้นลงบนม้านั่งหินอ่อนอย่างแรงจนเพื่อนที่นั่งจิบกาแฟอยู่อย่าง 'ภูผา' ต้องขยับถ้วยหนีเพราะกลัวหก ส่วนเจ้าของฉายาน้ำแข็งขั้วโลกอย่าง 'อัคคี' แค่ปรายตามองนิ่งๆ ก่อนจะก้มลงสนใจแบบจำลองในไอแพดต่อ
"มึงเป็นบ้าอะไรของมึงไอ้ยิว ร้อนแดดจนสติฟั่นเฟือนไปแล้วเหรอ" : ภูผา
"ก็ดูดิ! นี่มันผ่านมากี่วันแล้วมึงนับดูดิ๊!" ยิวชูนิ้วขึ้นมานับแบบลนลาน
"เจ็ดวัน! เจ็ดวันเต็มๆ ที่ลานเกียร์เงียบเหงาเหมือนป่าช้า! ไหนล่ะ ปฏิบัติการรุกฆาตของน้องหมูเด้ง ไหนล่ะที่น้องเขาประกาศปาวๆ ว่าจะสอยไอ้อัคคีลงจากหิ้ง? กูไม่เห็นแม้แต่เงาพะยูนพองลมเลยสักแอะ!"
"หึ..."
เสียงหัวเราะสั้นๆ ในลำคอของอัคคีดังขึ้นเบาๆ แต่มันกลับฟังดูเย็นชาและสะใจอย่างบอกไม่ถูก
"มึงไม่ต้องมา 'หึ' เลยไอ้อัคคี! มึงดูดิ แสนนึงของกูที่วางเดิมพันไปน่ะ มันเริ่มโบยบินไปกับสายลมแล้วนะเว้ย" ยิวฟึดฟัดใส่ ไม่น่าเดิมพันเยอะขนาดนั้นเลย
"ตอนแรกกูนึกว่าน้องเขาจะรุกหนักแบบบุกมาช็อปวิศวะทุกวัน เอาขนมมาถวาย เอาใจมาแลกเกียร์ แต่นี่อะไร... หายจ้อย! หรือมึงไปแอบข่มขู่อะไรน้องเขาจนเขาขวัญหนีดีฝ่อไปแล้ววะ"
"กูไม่ได้ทำอะไรทั้งนั้น"
อัคคีตอบเสียงเรียบ ใบหน้ายังคงไร้ความรู้สึก
"แล้วทำไมน้องเขาหายไปวะ?"
"เด็กนั่นคงแค่ปอดแหก รู้ตัวแล้วมั้งว่าการพนันกับคนอย่างกูมันมีแต่เสียกับเสีย... แค่โดนจิ้มหน้าผากไปไม่กี่ทีก็คงเข็ดจนมุดหัวลงท่อระบายน้ำกลับคณะแพทย์ไปแล้ว"
"กูว่าไม่ใช่ว่ะ" ภูผาแย้งขึ้นพลางยิ้มมุมปาก
"คนอย่างน้องมาเบลน่ะเหรอจะยอมแพ้ง่ายๆ เมื่อวานกูเดินผ่านคณะแพทย์ เห็นน้องเขานั่งหัวเราะร่าเริงอยู่กับเพื่อน ไม่เห็นมีท่าทางจะซึมเศร้าหรือกลัวมึงเลยสักนิด"
"จริงเหรอวะไอ้ภู?" ยิวหูผึ่งขึ้น เริ่มมีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง
"หรือว่าน้องเขาจะใช้แผน นิ่งสงบสยบความเคลื่อนไหววะ? หรือน้องเขาจะเปลี่ยนใจไปชอบคนอื่นแล้ว? เชี้ย..!! ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง อัคคีมึงชนะพนันแบบชิวๆเลยนะเว้ย"
อัคคีชะงักนิ้วที่กำลังเลื่อนหน้าจอไอแพดเล็กน้อย ดวงตาคมกริบวูบไหวไปชั่วครู่หนึ่งเมื่อได้ยินคำว่า 'เปลี่ยนใจไปชอบคนอื่น' แต่เขาก็รีบกลบเกลื่อนความรู้สึกนั้นด้วยการแค่นยิ้มดูถูก
"กูบอกแล้วไง ว่าคนอย่างมันน่ะ... ไม่เคยสนใจใครจริงจัง" ภูผาเสริมเสียงเรียบพลางวางไอแพดลง
"น้องหมอเขาคงตื่นจากฝันแล้วล่ะ ว่าการสอยมึงลงจากหิ้งมันยากกว่าสอบเข้าแพทย์สามเท่า"
"ก็ดี... รำคาญ จะได้จบๆ ไปสักที เรื่องเดิมพันปัญญาอ่อนนั่นน่ะ คนอย่างยัยเด็กพะยูนนั่น หายไปจากวงจรชีวิตกูน่ะดีแล้ว"
"ปากแข็งไปเหอะมึง..." ยิวบ่นอุบพลางมองชะเง้อไปทางหน้าคณะ
"กูขอจุดธูปอ้อนวอนกามเทพ ให้พะยูนตัวนั้นพุ่งชนช็อปวิศวะแรงๆ สักทีเถอะโว้ยยย แสนนึงของกูมันสั่นไปหมดแล้ว!"
"เหอะ... ก็แค่เด็กใจปลาซิวจะกล้าเข้าใกล้เสือวิศวะอย่างกูเหรอ"
@ในเวลาเดียวกัน ใต้คณะแพทยศาสตร์
ในขณะที่ฝั่งวิศวะกำลังวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างหนัก ฝั่งว่าที่หมอสาวอย่าง 'มาเบล' กลับนั่งดูดชานมไข่มุกด้วยสีหน้าสบายอารมณ์สุดๆ จนเพื่อนสาวทั้งสองคนทนไม่ไหว
"อีเบล! มึงยังมีกะจิตกะใจมาเคี้ยวไข่มุกหนึบหนับอยู่อีกเหรอคะ!" จีจี้วี้ดขึ้นมาพลางเขย่าแขนเพื่อน
"อะไรของมึง"
"หนึ่งสัปดาห์แล้วนะมึง! หนึ่งสัปดาห์ที่มึงนิ่งเป็นเป่าสากแบบนี้ กูลงเดิมพันข้างมึงไปหนึ่งแสนนะอีเบล! หนึ่งแสนนั่นคือค่าเลเซอร์หน้ากูทั้งปีเลยนะ!"
"ใช่เบล... มึงหายหน้าไปเลยแบบนั้น พี่อัคคีเขาไม่คิดว่ามึงล้มเลิกไปแล้วเหรอ?" จินนี่เอ่ยถามอย่างกังวล
"นี่มึงกะจะให้เขาลืมหน้ามึงไปก่อนแล้วค่อยเริ่มจีบเหรอวะ?"
มาเบลค่อยๆ ละสายตาจากแก้วชานมไข่มุก ยิ้มมุมปากอย่างมีเล่ห์เหลี่ยมที่นานๆ ทีเพื่อนจะได้เห็น
"พวกมึงรู้อะไรไหม... การจะล่าสัตว์ใหญ่ใจนิ่งอย่างสิงโตน้ำแข็งน่ะ เราจะเดินดุ่มๆ เข้าไปให้มันขย้ำทุกวันไม่ได้" มาเบลเคี้ยวไข่มุกเสียงดังหนึบ
"ขนาดพวกมึงยังตั้งหน้าตั้งตารอเลย นับประสาอะไรกับไอ้รุ่นพี่วิศวะปากหมาคนนั้น"
"แล้วมึงจะเริ่มเมื่อไหร่ รอให้เขาเรียนจบไปก่อนรึไง?" : จีจี้
"เข็มนาฬิกามันเดินไปเจ็ดวันแล้ว... ความสงสัยของเขากำลังพุ่งถึงขีดสุด วันนี้แหละคือฤกษ์งามยามดี..."
"หมายความว่า???" : จินนี่เอ่ยอย่างคาดเดา
"ไป...ไปจีบหนุ่มวิศวะกัน"
"ให้มันได้แบบนี้สิค่ะเพื่อนรัก ลุยยย!!!"
มาเบล จีจี้ และจินนี่ลุกขึ้นจากเก้าอี้ม้าหินอ่อน จุดมุ่งหมายมีที่เดียวคือลายเกียร์ แห่งคณะวิศวกรรมศาสตร์